“ชา” เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการผลิตชาในรูปแบบของเครื่องดื่มสำเร็จรูปกันอย่างแพร่หลายทำให้สะดวกต่อการบริโภค ทั้งนี้น้ำชาไม่ใช่เครื่องดื่มที่เหมาะสมเพราะการดื่มน้ำชาอาจก่อให้เกิดโทษสำหรับบุคคลนั้นได้ คือ
1. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการที่ทางการแพทย์จีนเรียกว่า “กระเพาะเย็น” ซึ่งมักจะมีอาการอึดอัด และอาเจียนออกเป็นน้ำใส ๆ กรณีนี้ห้ามดื่มน้ำชาเวลาที่ท้องว่างตอนเช้า เพราะจะมีผลต่อสมรรถภาพของกระเพาะอาหารและลำไส้
2. ผู้ที่ไตทำงานบกพร่องหรือมีอาการไตวาย ไม่ควรดื่มน้ำชามาก ยิ่งในกรณีไตวายนั้น ยิ่งต้องปฏิบัติตนเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ว่าจะดื่มน้ำประเภทใดก็ตาม เพราะร่างกายของผู้มีอาการไตวายไม่สามารถขับน้ำออกทางปัสสาวะได้อย่างปกติ
3. สตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิด ไม่ควรดื่มน้ำชาเช่นกัน โดยเฉพาะก่อนและหลังการรับประทานยาคุมกำเนิด 4 ชั่วโมง เพราะกรดแทนนิคในน้ำชาจะทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลดลง ทั้งน้ำชายังมีผลทำให้สารต่าง ๆ ในยาคุมกำเนิดละลายตัวยาก และถูกดูดซึมได้น้อยลง
[ads]
4. เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ ไม่ควรดื่มน้ำชา เพราะว่ากรดแทนนิคในน้ำชาเมื่อรวมตัวกับธาตุเหล็กในกระเพาะอาหารและลำไส้แล้วจะกลายเป็นสารที่ไม่สามารถละลายได้ ทำให้เด็กเล็กไม่เติบโต มีอาการขาดธาตุเหล็ก และเป็นโรคโลหิตจางได้
5. สตรีระหว่างมีประจำเดือน สตรีระยะตั้งครรภ์ และสตรีระยะให้นมบุตร ไม่ควรดื่มน้ำชา โดยเฉพาะน้ำชาเข้มข้น
6. ผู้ที่มีไข้สูงไม่ควรดื่มน้ำชา เพราะว่าด่างในน้ำชาจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น จึงยิ่งทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
7. ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือเป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มน้ำชาเข้มข้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายถูกกระตุ้นมากเกินไป จนเป็นอันตรายถึงชีวิตอย่างรวดเร็ว
[ads=center]
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
Illustration & Reference by:
[online]http:// chayne.over-blog.com
[online] http:// guruobgyn.com

