ในยามสภาวะน้ำท่วมเช่นนี้ การเดินลุยน้ำเป็นภารกิจหนักหน่วง ที่ผู้ประสบภัยต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสี ทั้งกลิ่น บอกได้เลยว่ารวมทุกสรรพสิ่งทั้งเศษอาหาร ขยะ สิ่งปฏิกูล และน้ำจากท่อน้ำทิ้ง ในน้ำที่สกปรกอย่างนี้ แน่นอนว่าเราต้องทำใจเลยว่า ย่อมมีเชื้อโรคที่เป็นตัวสำคัญที่ทำให้เราเป็นโรคตามมา นั่นคือ โรคฮ่องกงฟุต หรือน้ำกัดเท้า…
โรคน้ำกัดเท้า หรือฮ่องกงฟุต เป็นโรคที่มีอาการคัน ซึ่งเกิดจากเชื้อราที่เท้า เมื่ออากาศร้อนๆ และเท้าชื้นมากๆ ประกอบกับมีเหงื่อออกมากด้วย จึงเป็นบ่อเกิดของเชื้อราที่เรียกว่า Dermatophytes
สำหรับสาเหตุหลักของโรคนี้ เกิดขึ้นเมื่อเรา “ย่ำน้ำ หรือแช่น้ำสกปรกแล้วไม่ทำความสะอาดทันที” โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วเท้าที่เสี่ยงมากต่อการเกิดเชื้อราที่เท้า
อาการของโรคฮ่องกงฟุต แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
1. ยังไม่มีเชื้อรา เป็นเพียงอาการระคายเคืองจากความเปียกชื้นและสิ่งสกปรกในน้ำ ทำให้เท้าเปื่อย ลอก แดง คัน และแสบ โดยเฉพาะตามง่ามนิ้วเท้าและขอบเล็บ ซึ่งผิวหนังอักเสบในระดับนี้ ยังไม่มีเชื้อโรคใดๆ เข้าไปในบาดแผลได้ การรักษาระดับนี้ควรใช้ยาทาที่ผสมสเตียรอยด์ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา เพราะยาบางชนิดจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและแสบผิวหนังมากขึ้น และเมื่อสัมผัสกับสิ่งสกปรกที่อยู่ในน้ำ จะเกิดการติดเชื้อได้ง่าย
2. เริ่มเป็นแผลเล็กๆ ที่เกิดจากผิวหนังอักเสบ และมีเชื้อโรควิ่งจี๊ดเข้าบาดแผล ก็จะมีอาการบวมแดง เป็นหนองและปวด ระยะนี้ไม่ควรซื้อยามารักษาเองแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และรักษาตามอาการของผู้ป่วย หากปล่อยให้มีนาน จะทำให้ผิวที่ลอกปลิ้นเปื่อย จนติดเชื้อรา จนกลายเป็นโรคเชื้อราที่ซอกเท้า ส่วนอาการก็จะรุนแรงกว่าเดิม บวมแดง มีขุยขาวเปียก มีกลิ่นเหม็น และถ้าหากยังคงนิ่งนอนใจ ไม่รักษาอีกจนเรื้อรัง เชื้อราจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในผิวหนังหรือเล็บเท้า ทำให้รักษาหายยาก ถึงแม้จะใช้ยาทาจนอาการดีขึ้น ดูเหมือนหายดีแล้ว แต่มักจะมีเชื้อหลงเหลืออยู่เมื่อเท้าอับชื้น ก็จะเกิดเชื้อราลุกลามขึ้นมาใหม่ ทำให้เกิดอาการเป็นๆ หายๆ เป็นประจำ ไม่หายขาด
[ads]
การรักษาด้วยสมุนไพรธรรมชาติ
1. มังคุด
ผลไม้อย่างมังคุดสามารถช่วยรักษาโรคนี้ได้ เพราะมังคุดมีสรรพคุณในการรักษาบาดแผล สมานแผล ใช้ชะล้างบาดแผล แก้แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง ทาแผลพุพอง วิธีการรักษา คือ นำเปลือกมังคุดมาฝนให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับนำปูนใส คนให้เข้ากัน ให้เข้มข้นพอประมาณ ใช้ทาบริเวณน้ำกัดเท้าวันละ 2-3 ครั้ง จนกว่าจะหาย ที่สำคัญควรจะทำความสะอาดเท้าและเช็ดให้แห้งก่อนทาด้วย
2. กระเทียม
หากมังคุดนั้นหายากเกินไปในช่วงเวลาเช่นนี้ ขอแนะนำกระเทียมที่มีอยู่ในครัวของคุณ จะแบบไทยหรือจีนก็ได้ ทำโดยการนำเอากระเทียมมาตำไม่ต้องละเอียดมาก เสร็จแล้วนำมาห่อผ้าหรือทิชชูที่สะอาด บีบพอให้น้ำซึมออกมาจากผ้า แล้วแตะไปบริเวณที่น้ำกัดเท้า วันละ 3-4 ครั้ง แต่ถ้าหากเกิดอาการแสบมาก ให้ทาเพียงวันละ 1-2 ครั้งก็ได้
ว่านหางจระเข้ก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่นำมารักษาน้ำกัดเท้าได้ดี เพราะมีสรรพคุณฆ่าและยับยั้งการเจริญของเชื้อโรค การรักษานั้นก็ง่าย คือ นำเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้ ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อนหรือน้ำด่างทับทิมแล้ว มาพอกปิดไว้ หากถ้าต้องการให้ได้ผลมากขึ้น ควรใช้เนื้อวุ้นว่านปิดหลังอาบน้ำ เพราะสารในเนื้อว่านจะซึมซาบเข้าไปในผิวหนังได้ง่ายขึ้น ถ้าอาการยังเป็นไม่มากก็จะหายคันได้ง่าย
มะกรูดสามารถรักษาโรคนี้ได้เช่นกัน โดยนำมะกรูดมาผ่าซีกบีบน้ำให้ทั่วแผลน้ำกัดเท้า ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น รับรองไม่เกิน 5 วัน อาการน้ำกัดเท้าก็จะหาย
5. น้ำส้มสายชู
เมื่อนำเครื่องปรุงอย่างน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดประมาณ 2 ลิตร จากนั้นแช่เท้าชิวชิว แล้วล้างให้สะอาดก่อนเช็ดให้แห้ง นอกจากจะช่วยป้องกันน้ำกัดเท้าแล้ว การแช่เท้าในน้ำอุ่นยังช่วยผ่อนคลายได้อีกด้วย
วิธีการรักษาที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น จำเป็นมากที่จะต้องล้างทำความสะอาดเท้า และเช็ดให้แห้งทุกครั้งก่อนรักษา และไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีไหนก็ตาม ที่สำคัญที่สุด ที่ควรใส่ใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ประสบภัยที่ต้องเดินลุยน้ำทุกวัน การป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุด โดยอาจป้องกันด้วยวิธีการสวมบูตเดินลุยน้ำ หรือหมั่นล้างเท้าและเช็ดให้แห้งทุกครั้งที่ต้องออกไปลุยน้ำ โดยเฉพาะง่ามนิ้วเท้าที่เป็นที่สะสมความชื้น…กันไว้ดีกว่าแก้ ปลอดภัยที่สุดแล้ว
ข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์
[ads=center]



