เป็นที่ทราบกันดี ว่าการรับประทานโยเกิร์ต ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก ลดอาการท้องผูก ทั้งนี้เพราะในโยเกิร์ตนั้นมีแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า โพรไบโอติคส์ (Probiotics) อยู่ด้วย
โพรไบโอติคส์ (Probiotics)เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต จุลินทรีย์เหล่านี้ได้รับการคัดเลือกแล้วว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อรับประทานเข้าไปในร่างกายแล้ว จะช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้สุขภาพของลำไส้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังให้ประโยชน์อื่นๆ เช่น เพิ่มภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
[ads]
วิธีเลือกโยเกิร์ตที่ผสมโพรไบโอติคส์
1.เลือกซื้อโยเกิร์ตที่อยู่ในที่เย็นจัดเท่านั้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์จะคงตัวกว่า และโพรไบโอติคส์ชอบอากาศเย็น จะมีจำนวนที่มีชีวิตมากกว่าในที่อากาศร้อน
2.อ่านชื่อเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในถ้วยหรือในขวด ระบุ ไบฟิโดแบคทีเรียม ไบฟิดุม (Bifidobacterium bifidum)ไบฟิโดแบคทีเรียม แอนิมาลิส (Bifidobacterium animalis) แล็คโตแบซิลลัส เคซิไอ (Lactobacillus casei) แล็คโตแบซิลลัส แอซิโดฟิลลัส (Lactobacillus acidophilus) ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยมักใส่โพรไบโอติคส์เพียง 1 ชนิด ส่วนที่มาจากต่างประเทศจะเติมโพรไบโอติคส์ลงไป 1-3 ชนิด
3.หากคุณมักมีอาการท้องผูก ควรเลือกไบฟิโดแบคทีเรียม แอนิมาลิส ก่อน เนื่องจากเชื้อนี้มักทำให้ย่นระยะเวลาที่อาหารอยู่ในลำไส้ แปลว่าทำให้ขับถ่ายเร็วขึ้น แต่ถ้าคุณเป็นกลุ่มลำไส้ไว ถ่ายบ่อย ก็ต้องหลีกเลี่ยงเชื้อนี้มิฉะนั้นจะยิ่งวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นอีก คนกลุ่มหลังนี้ก็ควรจะเลี่ยงโยเกิร์ตที่มีพรีไบโอติคส์ (อาหารของโพรไบโอติคส์) อยู่ด้วย(ดูที่ฉลาก)เพราะคนกลุ่มที่ลำไส้ไว มักจะท้องอืดง่าย
4.คุณควรจะเลือกโยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติคส์จำนวนเชื้อมาก ในที่นี้ก็คือประมาณ 20,000,000,000 ตัว การทานโยเกิร์ต ควรกินไปสัก 2-3 สัปดาห์ โดยกินเช้า-เย็น วันละ 1-2 ถ้วย ทุกวัน เริ่มแรกท้องไส้อาจรู้สึกปั่นป่วน หากไม่มีอะไรผิดปกติอย่างอื่น ก็ให้กินต่อไปทุกวัน หลังจาก 2 สัปดาห์แล้ว ให้สำรวจตัวเองว่ารู้สึกสบายท้องขึ้นหรือไม่ ขับถ่ายดีหรือไม่
[ads=center]
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
Illustration & Reference by:
[online] www.thesleuthjournal.com
[online] www.crossfitgrid.com
[online] www.puregoodness.net


