3 เคล็ดลับทำให้ผมแห้งแบบว่องไวไม่มีแตกปลาย



สาวผมยาวทุกคนล้วนแต่รักในเส้นผมของตัวเองทั้งนั้น เพราะคงไม่มีใครอยากให้ผมร่วง ผมแห้งเสีย หรือผมแตกปลายอย่างแน่นอน แต่เพราะการมีผมยาวจำเป็นต้องเพิ่มความใส่ใจให้มากกว่าการไว้ผมสั้น “การสระผม” จึงกลายเป็นกิจกรรมหลักที่สาวผมยาวต้องทำกันเกือบทุกวัน แต่พอสระผมเสร็จแล้ว ควรจะปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ หรือควรใช้ลมเป่าให้แห้ง วันนี้ เรามีคำเฉลยที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านมาฝากกัน ตามมาดูเลยดีกว่า

92.3

เส้นผมเป็นโปรตีนจากธรรมชาติที่ค่อนข้างบอบบาง การได้รับความร้อนจากไดร์เป่าผม จึงไม่ใช่ผลดีต่อเส้นผมแต่อย่างใด โดยเฉพาะใครที่ชอบเป่าผมด้วยความร้อนสูงๆด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการทำลายเส้นผมให้แห้งเสียเร็วมากขึ้นไปกว่าเดิม การบังคับให้ผมแห้งแบบผิดธรรมชาตินี้จะทำให้น้ำในเส้นผมเหือดแห้งมากจนเกินไป จนแทบจะไม่มีน้ำหลงเหลือเพื่อทำให้เกิดความชุ่มชื้นในเส้นผมเลย ซึ่งหากเส้นผมถูกทำร้ายเช่นนี้ต่อเนื่องยาวนาน ก็ย่อมนำมาสู่ความแห้งหยาบหรือผมแตกปลาย จนเกิดเป็นสาเหตุของการขาดหลุดร่วงในที่สุด

 

วิธีที่ถูกต้องที่สุดจึงควรเป็นการปล่อยให้ผมแห้งเองโดยธรรมชาติ แต่หลายคนคงมีคำแย้งในใจว่า “ฉันไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นหรอกนะ” ดังนั้น การจะช่วยย่นระยะเวลาการทำให้ผมแห้งได้จึงต้องปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้

 

1. ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้พอหมาดอย่างเบามือ หากเช็ดแรงๆเพื่อหวังจะให้แห้งเร็วๆ จะยิ่งทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย เนื่องจากช่วงเวลาที่ผมยังเปียกหมาด เส้นผมของคุณจะค่อนข้างจะบอบบางและมีโอกาสฉีกขาดได้ง่ายกว่าปกติ หลังจากที่เช็ดผมจนพอหมาดแล้ว จึงใช้พัดลมหรือลมเย็นๆพัดเอาความชื้นออกจากเส้นผมอย่างค่อยเป็นค่อยไป วิธีนี้จะช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ในเส้นผมได้ดีกว่า และทำให้ผมดูนุ่มมีน้ำหนักมากกว่าด้วย

92.1

2. ให้คุณเช็ดผมรอบแรกด้วยผ้าขนหนูให้พอหมาดก่อน จากนั้นจึงเปลี่ยนผ้าขนหนูผืนใหม่ที่ยังแห้งอยู่มาเช็ดผมซ้ำอีกรอบ จากนั้นจึงคลุมผ้าขนหนูบนหัว แล้วใช้ไดร์เป่าผมตามปกติ การใช้ผ้าขนหนูเป็นตัวกลางนี้จะช่วยให้เส้นผมไม่สัมผัสโดนความร้อนโดยตรงจากไดร์เป่าผม แถมผ้าขนหนูยังช่วยซับน้ำและกระจายความร้อนจากไดร์ให้ทั่วทั้งศีรษะแบบพอเหมาะอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกผ้าขนหนูที่ซับน้ำดีๆและผืนบางสักเล็กน้อย เพราะหากเลือกแบบที่หนาเกินไปอาจจะยิ่งทำให้ผมแห้งช้ามากไปกว่าเดิม การเป่าผมด้วยวิธีนี้จึงช่วยให้ผมแห้งได้เร็วขึ้น ในขณะที่เส้นผมก็ยังคงมีสุขภาพดี ไม่แห้งเสีย หรือแตกปลายได้ง่าย

 

3. ถ้าใครไม่ถนัดที่จะใช้ผ้าขนหนูคลุมผม แต่ชอบที่จะเป่าลมลงบนหัวตรงๆเสียมากกว่า ก็ควรที่จะตั้งอุณหภูมิของไดร์เป่าผมให้ต่ำมากที่สุด ยิ่งไม่มีความร้อนเลยก็จะยิ่งดี แล้วเลือกใช้วิธีปรับระดับความแรงของลมให้เหมาะสมแทนดยถ้าจะให้ดีควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีกำลังไฟอย่างน้อย 1,800 วัตต์ เพราะไดร์เป่าผมที่มีกำลังไฟสูงๆ จะช่วยให้ผมแห้งได้เร็วขึ้นมากกว่าการใช้ไดร์เป่าผมที่มีกำลังไฟต่ำกว่า นอกจากนี้ แนะนำให้ใช้วิธีการเป่าผมจากชั้นผมด้านใต้ขึ้นมา โดยให้หนีบเส้นผมส่วนบนขึ้นไปเก็บไว้ก่อน เมื่อเป่าผมด้านใต้แห้งแล้ว จึงค่อยปล่อยผมที่เก็บไว้ด้านบนลงมาแล้วเป่าให้แห้งตามลำดับ วิธีนี้จะช่วยให้ผมของคุณแห้งได้เร็วมากขึ้นกว่าการเป่าผมจากชั้นนอกเข้าชั้นในได้มากถึง 3 เท่าเลยเชียวค่ะ

[ads]

 

ข้อแนะนำในการเป่าผมเพิ่มเติม

1. ควรทามูสลงบนเส้นผมเล็กน้อย เพื่อป้องกันเส้นผมจากความร้อนและช่วยให้เส้นผมไม่ดูดซับน้ำมากขึ้นไปกว่าเดิม

2. การเป่าผมที่ดีไม่ควรจะให้ไดร์เป่าผมอยู่ใกล้กับศีรษะมากเกินไป ควรมีระยะห่างระหว่างไดร์กับหนังศีรษะประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผมติดเข้าไปในมอเตอร์เครื่อง และป้องกันการโดนความร้อนที่มากเกินไป

3. ควรขยับไดร์เป่าผมไปมาอยู่ตลอดเวลา และไม่ควรถือไดร์เป่าผมจ่อไว้ที่บริเวณเดียวนานๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้ผมแห้งได้เร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้เส้นผมไม่โดนทำร้ายมากจนเกินไปอีกด้วย

4. การเป่าผมไม่ควรทำให้แห้งสนิทจนเกินไป แต่ควรปล่อยให้มีความชื้นหลงเหลืออยู่บ้าง เนื่องจากน้ำที่หล่อเลี้ยงผมอยู่นี้จะช่วยให้ผมมีความชุ่มชื่นและไม่แห้งเสียได้ง่าย

 

แล้วแต่คุณเลยค่ะ ว่าอยากจะทำผมให้แห้งด้วยวิธีไหน ซึ่งก็คงต้องแล้วแต่ความสะดวกและสถานการณ์ประจำวันนั้นๆด้วย แต่ถ้าต้องการให้ผมของคุณนุ่มสลวยและมีน้ำหนักไปนานๆ การควรพยายามหลีกเลี่ยงความร้อนให้ได้มากที่สุด เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะทำผมทรงไหนก็ดูสวยเลิศหรูดูดีและมีสไตล์ได้แล้วละค่ะ

 

ข้อมูลจาก http://www.สุขภาพน่ารู้.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

[ads=center]