โครงการแจกเงินให้แก่เด็กแรกเกิดเดือนละ 400 บาทนี้ เป็นโครการที่ทำขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการในการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น คุณแม่จะได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการซื้อนม อาหารเสริม หรืออื่นๆที่จะมีผลต่อการส่งเสริมให้เด็กคนนั้นๆเกิดมามีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น
โดยเบื้องต้นจะจ่ายให้เฉพาะครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี หรือ เดือนละไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งจะมีเด็กแรกเกิดเข้าข่ายประมาณ 400,000 คน จากเด็กที่เกิดมาทั้งหมดเฉลี่ยปีละ 7-8 แสนคน ทั้งนี้ การแจกเบี้ยเด็กแรกเกิดนี้ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะนำมาเสริมกับเงินสงเคราะห์บุตรของสำนักงานประกันสังคม เพื่อดูแลเด็กให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม
[ads]
นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการให้เงินสนับสนุนเด็กแรกเกิดจนถึง 1 ปี คนละ 400 บาทเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะผลักดันให้เกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2559 หรือ เดือนตุลาคมนี้ โดยจะเป็นการทดลองในครอบครัวที่มีความต้องการก่อน เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสีย และความคุ้มค่า เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อดูแลเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ และ ช่วงอายุดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชีวิตมนุษย์
สำหรับมาตรการเช่นเดียวกัน ที่มีการแจกเงินดังกล่าวในต่างประเทศ ทั้งประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย แคนาดา อังกฤษ สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย ก็พบว่าค่อนข้างจะเป็นไปได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับในประเทศไทย ก็ต้องดูกันต่อไปว่ามาตรการเช่นนี้จะช่วยให้เด็กที่เกิดใหม่ในประเทศไทย มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจริงหรือไม่ หรือจะทำให้เกิดผลเสียอะไรตามมาหรือป่าว
และไม่ใช่แค่เพียงการแจกเงินเท่านั้น แต่รัฐบาลยังเตรียมมาตรการอื่นๆเอาไว้อีกหลายเรื่อง ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อตอบโจทย์ในการดูแลเด็กน้อยในวัยแรกเกิด เพื่อให้สามารถเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคตได้นั่นเอง
ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว 3
เรียบเรียงข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com
[ads=center]
