ดีงาม! เทคนิคขจัด “คราบเหลืองฝังแน่น” ใต้วงแขน…ทำแล้วขาวราวกับได้เสื้อใหม่ !



ปัญหาที่ผ้าขาวต้องเจอบ่อย ก็คือ  “บริเวณใต้วงแขนมีคราบเหลือง” ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่แก้ไขยาก พอเป็นแล้วอาจจะต้องยอมโยนเสื้อทิ้งไปเลย เพราะคราบเหลืองจะกลายเป็นจุดสังเกตที่ทำให้คุณอายได้

วันนี้…เราเลยมีเคล็ดลับดีๆมาบอกต่อ ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ได้รับการทดสอบจากผู้ใช้ที่เป็นสมาชิคพันทิปท่านหนึ่งแล้วว่า “มันดี” วิธีการที่ว่าทำได้ดังนี้

 

คุณเคยแก้ไขปัญหาคราบเหลืองใต้วงแขนก่อนหน้านี้แบบไหนบ้าง ?

– ป้ายไฮเตอร์ทิ้งไว้ก่อนซัก 

– ป้ายไฮเตอร์ตามด้วยน้ำสั้มสายชู 

– การใช้แวนนิชพาวเวอร์โอทู 

– การใช้สบู่นีออน neon 

– การต้มในน้ำเดือด

วิธีต่างๆหลายๆวิธีเหล่านี้…อาจไม่ได้ผล เราแนะนำให้ทำแบบนี้ค่ะ

 

 

วิธีที่ค้นพบใหม่นี้สามารถแก้ไขปัญหาคราบเหลืองได้อย่างดี โดยใช้ “น้ำยาล้างห้องน้ำ” นั่นเอง

สิ่งนี้จะสามารถช่วยขจัดคราบเหลืองที่บริเวณรักแร้ของเสื้อผ้าได้อย่างหมดจดจริงๆได้อย่างไร ทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

 

วัสดุอุปกรณ์

1. น้ำยาล้างห้องน้ำ ยี่ห้อไหนก็ได้ ยิ่งแรงยิ่งดี

2. ถุงมือยาง เพื่อป้องกันผิวต่อการโดนกัดกร่อน

3. ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันสารระเหยจากการสูดดม

 

 

วิธีทำ

1. สวมถุงมือและใส่ผ้าปิดปาก

2. เอาเสื้อที่มีคราบเหลืองมาจุ่มน้ำให้พอหมาดๆ ถ้าผ้าไม่ซึมน้ำต้องเอามือช่วยบีบๆหรือขยี้ๆให้ผ้าเปียกน้ำมากขึ้น

3. เอาผ้าส่วนที่เปื้อนคราบเหลืองจุ่มลงไปในน้ำยาล้างห้องน้ำ แช่ไว้สักครู่

4. ใช้แปรงขัดให้สะอาดหรือใช้มือขยี้ก็ได้ แต่ต้องสวมถุงมือป้องกันทุกครั้ง เพราะระหว่างขัดคุณจะรู้สึกร้อนๆเนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีของน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง  

5. ทิ้งผ้าไว้ในน้ำยาสักพัก แต่อย่าแช่ให้นานเกินไป เพราะผ้าที่แช่นานเกินไป สีของน้ำยาขัดห้องน้ำอาจจะติดเสื้อแทนได้ 

6. เอาผ้าที่รอยเปื้อนจางลงแล้วไปแช่น้ำสะอาดเพื่อล้างเอาน้ำยาออกให้หมด

7. ตากผ้าตามปกติ

 

ผลงานที่ได้ออกมาจะประมาณนี้

 

 

เชื่อว่าถ้าใครซักผ้าเองคงจะรู้ดีว่า การที่มีคราบเหลืองๆบริเวณใต้วงแขน เป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไขจริงๆ โดยเฉพาะเสื้อสีขาวด้วยแล้วยิ่งอยากจะโยนทิ้งไปให้ไกล เพราะขัดอย่างไรก็ขัดออกไม่หมด แต่ผู้ใช้รายนี้ได้หาวิธีขจัดคราบเหลืองของเสื้อใต้วงแขนให้แม่บ้านพ่อบ้านอย่างเราๆได้แล้ว ยอดเยี่ยมมากจริงๆ

 

ใครที่พบเจอกับปัญหานี้บ่อยๆ ต้องลองเอาวิธีนี้ไปใช้แก้ไขกันดูนะคะ เพราะจะเป็นการถนอมเสื้อ และจะได้ไม่ต้องทิ้งเสื้อตัวโปรดตัวนั้นไปเสียก่อน ที่สำคัญ…จะได้ใส่เสื้อสีสวยๆตัวนี้ไปได้อีกนานเท่านาน

 

           

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Liekr.com