มีคนจำนวนมากบนโลกใบนี้ที่ทุกข์ระทมจมอยู่กับ“ความเศร้า”จนทำให้เกิดโรคซึมเศร้าเก็บตัวพูดคุยกับคนรอบข้างน้อยลงเกิดจากหลากหลายปัจจัยเช่น ไม่เคยผิดหวังหรือไม่เคยล้มเหลวในชีวิตมองโลกในแง่ร้ายประกอบกับสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้การสื่อสารพูดคุยกันน้อยลงเมื่อมีปัญหาผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ไร้ที่ปรึกษาปัญหาเล็กๆที่เก็บไว้ระบายออกไปไม่ได้รู้สึกหดหู่ร้องไห้น้อยเนื้อต่ำใจและหากปลดอารมณ์นี้ไม่ได้ก็อาจจะพัฒนาต่อไปกลายเป็นความกลัวการเก็บกด
[ads]
ในแพทย์จีน มีคำกล่าวว่า“ความเศร้าบั่นทอนชี่”悲则气消(เปยเจ๋อชี่เซียว)ทำให้ไม่มีแรงอยากทำอะไรรู้สึกหดหู่และเมื่อชี่ปอดลดลงจะกระทบถึงการทำงานของหัวใจการไหลเวียนของเลือดน้อยลง ชี่ปอดติดขัด ทำให้ส่วนบนของร่างกายรู้สึกไม่ปลอดโปร่งปรากฏเป็นไฟ ที่คุกรุ่นไม่ถูกระบายออก
เอาชนะความเศร้าด้วยการสร้างสุข
อารมณ์ดีใจหรือความสุข(หัวใจเป็นธาตุไฟ)ชนะความเศร้า (ปอดเป็นธาตุทอง)เพราะไฟเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถหลอมละลายทองได้ ความดีใจทำให้เกิดการกระตุ้นการบีบตัวของหัวใจจนสามารถทำให้ชี่กระจายออก 喜则气和志达,荣卫通利ทำให้ส่วนบนของร่างกายที่เปรียบเป็นท้องฟ้า กลับปลอดโปร่งขึ้นอีกครั้งเป็นที่มาของคำว่า“เอาชนะความเศร้าด้วยความสุข”
ขณะที่เรากำลังจมอยู่กับความเศร้าแน่นอนว่าเราไม่สามารถที่จะมีความสุขได้ทันที แต่เราสามารถมองหาวิธีการคลายความเศร้าจากสิ่งที่เราชอบได้ เช่นทำงานศิลปะเล่นดนตรีตะโกนดังๆออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมอื่นๆ
แน่นอนว่าสรรพสิ่งในโลกนี้มี2ด้าน เป็นอิน-หยางคู่กันอยู่เสมอในทางตรงกันข้าม ความเศร้าสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะดนตรี และงานเขียนมากมายหนึ่งในนั้นคือVanGogh ผู้เขียนภาพTheStarryNightอันโด่งดัง ฉะนั้นเศร้าได้แต่ต้องระบายออกไปแล้วนำความสุขเข้ามาแทนที่