เพจแหม่มโพธิ์ดำ แชร์ข้อความจากผู้ปกครองรายหนึ่งที่นำลูกวัย 8 เดือนไปให้เจ้าหน้าที่สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งดูแล แต่ลูกได้รับบาดเจ็บที่สมองรุนแรง มีเลือดออกในสมอง อาการหนักต้องผ่าตัดสมอง รอดมาได้ปาฏิหาริย์ แต่ต้องพิการตลอดชีวิต กระทบต่อพัฒนาการของเด็ก เมื่อเจรจากับทางพี่เลี้ยง ก็อ้างว่าเด็กเกิดอาการชักมาก่อน และนั่ง รถ จยย.ล้ม เมื่อทวงถามความรับผิดชอบก็ถูกปฏิเสธ
[ads]
ภาพ:siamstations.com
ด้านแพทย์ระบุสาเหตุเกิดจากเด็กถูกเขย่าตัวรุนแรง จนเลือดออก เรียกว่าโรค Babyshaking ที่มักพบในเด็กเล็ก จึงเตือนพ่อแม่ ห้ามเขย่าตัวลูกแรงๆเด็ดขาด เพราะเด็กในวัยนี้เยื่อหุ้มสมองติดกับศีรษะมาก เมื่อได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจะทำให้มีเลือดออกใต้เยื่อบุสมองได้ รวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆตามมา ซึ่งอาจพิการในระยะยาว
Shaken Baby Syndrome คือโรคที่มักพบในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี เกิดจากการที่พ่อแม่จับลูกเขย่าแรงๆอาจจะด้วยความตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แรงเขย่านั้นจะทำให้เนื้อสมองกระแทกกับกะโหลกศรีษะ จนสมองได้รับการกระทบกระเทือนและมีเลือดออก เพราะเส้นเลือดในสมองของเด็กเล็กๆยังไม่แข็งแรง โอกาสที่มีการฉีกขาดจึงมีมากกว่าผู้ใหญ่
สาเหตุใดการเขย่าถึงกับทำให้ทารกน้อยพิการ หรือเสียชีวิต ?
หากดูทั่วไปแล้วเด็กที่ถูกเขย่า จนเป็นโรค Shaken Baby Syndrome นั้นมักจะไม่ค่อยทิ้งร่องรอยภายนอก จึงไม่ได้รับการรักษาปล่อยทิ้งไว้เพราะความไม่รู้ จึงทำให้เด็กมีโอกาสเสี่งเสียชีวิต ก็มีโอกาสตาบอดเป็นลมชัก หรือถ้ารอดก็มักมีปัญหาด้านการเรียนรู้ หรือสติปัญญาต่อไป
วิธีสังเกตเด็กว่ามีภาวะเสี่ยงเป็นโรค Shaken Baby Syndrome หรือไม่
อาการเริ่มแรกของผลกระทบจากการเขย่าเด็กรุนแรงก็คืออาเจียน หรือหายใจลำบาก ซึ่งคล้ายอาการของโรคที่ไม่รุนแรง เช่น ภาวะปวดท้อง 3 เดือน (โคลิก) กินนมมากเกินไป หรือให้นมไม่ถูกวิธี ดังนั้นจะต้องบอกคุณหมอว่าเด็กถูกเขย่าอย่างรุนแรง เพื่อแพทย์จะได้วินิจฉัยได้ถูกต้องและรักษาทันเวลา เพราะอาการ Shaken Baby Syndrome อาจมีผลให้สมองเด็กได้รับอันตราย หรือเลือดออกในสมองเพราะการเขย่ารุนแรง ลูกอาจจะไม่รู้สึกตัว ช็อก ชัก หรือหยุดหายใจ บางคนถึงขั้นโคม่ามาเลยก็มี แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เลือดออกด้วย ซึ่งต้องรีบรักษา มิฉะนั้นอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อเด็ก จนอาจไม่สามารถช่วยชีวิตเด็กได้ทัน