ฮัมบูร์ก ตั้งเป้าเป็นเมืองปลอดรถยนต์ 40% ใน15-20ปี





ฮัมบูร์ก ตั้งเป้าเป็นเมืองปลอดรถยนต์ 40% ใน15-20ปี

ฮัมบูร์ก ตั้งเป้าเป็นเมื

ฮัมบูร์ก เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศเยอรมนี ประกาศแผนที่จะผลักดันให้พื้นที่ 40 เปอร์เซ็นต์ของตัวเมืองเป็นพื้นที่ปลอดรถยนต์โดยสิ้นเชิงภายใน 15-20 ปีข้างหน้า

โดยเตรียมการจัดสร้างเส้นทางสำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์เชื่อมต่อสวนสาธารณะต่างๆ สนามเด็กเล่น สวนประจำชุมชน และสุสานต่างๆทั่วเมืองให้แล้วเสร็จตามโครงการที่เรียกว่า "กรีน เน็ตเวิร์ก" ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งของตัวเมือง ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับตัวเมืองแล้ว ยังจะอนุญาตให้ทั้งบรรดานักท่องเที่ยวและชาวเมืองเดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วย จักรยานหรือไม่ก็ด้วยการเดินเท้าเท่านั้น

"กรีนเน็ตเวิร์ก" ซึ่งจัดทำขึ้นนั้น เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เชื่อมโยงอยู่ในตัวเองหลายประการ ทั้งนี้ ทางการเมืองฮัมบูร์กตระหนักถึงความจำเป็นในอันที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตให้สามารถรับมือกับสภาวะโลกร้อนจากเหตุผลที่ว่าในช่วง60 ปีที่ผ่านมา ระดับอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของเมืองเพิ่มขึ้นระหว่าง 1.2 องศาเซลเชียส ถึง 9 องศาเซลเชียส ในขณะที่ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นถึง 20 เซนติเมตร และได้รับการคาดหมายจากนักวิชาการว่า ภายในปี 2100 ระดับน้ำทะเลในทะเลเหนือจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร

การกำหนดพื้นที่ห้ามใช้รถยนต์ นอกจากจะช่วยในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงแล้ว การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับตัวเมืองตามเส้นทางเดินเท้า หรือเส้นทางจักรยานที่ทำเป็นโครงข่ายดังกล่าวจะยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการป้องกันหรือบรรเทาภาวะน้ำท่วมในกรณีที่เกิดเหตุฝนตกหนักหรือเกิดพายุขนาดใหญ่พัดถล่มพื้นที่ตัวเมืองอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นโครงข่ายสีเขียวที่จะจัดสร้างขึ้นยังจะเอื้ออำนวยให้เกิดสุขภาวะที่ดีขึ้นทั้งต่อตัวเมืองและบรรดาผู้พำนักอาศัยที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในฮัมบูร์กพร้อมกันไปด้วยแองเจลิกาฟริตช์โฆษกของทางการเมืองฮัมบูร์ก บอกว่า "กรีน เน็ตเวิร์ก" ไม่เพียงมีวิสัยทัศน์ในเรื่องการจัดทำเส้นทางในการไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันด้วยวิธีการที่ยั่งยืนในอนาคตเท่านั้น ยังคาดหวังที่จะทำให้ตัวเมืองเป็นสถานที่สำหรับเสนอทางเลือกให้ผู้อยู่อาศัยภายในเมืองสามารถเลือกที่จะใช้ชีวิตกลางแจ้ง อย่างเช่นการไต่เขา ว่ายน้ำ เล่นกีฬาทางน้ำ หรือเลือกไปปิกนิกกันเป็นครอบครัว นอกเหนือจากการไปรับประทานอาหารกันตามภัตตาคารต่างๆ ได้ภายในตัวเมือง

สร้างประสบการณ์สงบ ราบเรียบ ได้สัมผัสกับธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งยังได้สัมผัสกับชีวิตสัตว์ป่าต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องออกเดินทางออกนอกเมืองไปไหนไกลๆ เพื่อได้สัมผัสกับชีวิตตามธรรมชาติดังกล่าว เท่ากับเป็นการลดการใช้รถยนต์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ไปด้วยในตัว

โครงการโครงข่ายสีเขียวของนครฮัมบูร์กถือเป็นแนวโน้มใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในยุโรปที่หวังจัดทำโครงข่ายเส้นทางจักรยานที่จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะในบริเวณใจกลางเมืองอีกต่อไป แต่จะทำหน้าที่เป็นเส้นทางเชื่อมโยงตัวเมืองกับชนบทนอกเมืองด้วยเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่มีแผนจะจัดสร้างเส้นทาง "ซุปเปอร์ไฮเวย์จักรยาน" ถึง 26 สาย ขยายออกจากใจกลางเมืองออกไปในทุกทิศทาง

ทั้งนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี2050(พ.ศ.2593)นี้

ที่มา : นสพ.มติชน, ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 25 มิ.ย. 2557
ค้นหา ความรู้ทั่วโลก เพิ่มเติม ที่ > EDUZONES KNOWLEDGE สาระน่ารู้ ความรู้รอบตัวทั่วโลก

ภาพประทับใจ ชาวญี่ปุ่นร่

 เรื่องก่อนหน้า : เยาวชนไทยติดเกมส์ออนไลน์ อันดับ 1 ของเอเชีย – ข้อมูลผลเสียจากการติดเกม
เรื่องถัดไป : 26 มรดกโลกแห่งใหม่ของยูเนสโก 2014 (ตอนจบ)

ภาพประทับใจ ชาวญี่ปุ่นร่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ