“เจ้าสัวบุญชัย” ยืนยัน “มาม่า” ขาดทุน! 5ยี่ห้อบะหมี่ดังเล็งถกพาณิชย์ปรับราคา





13 สิงหาคม นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทรอกรมการค้าภายใน (คน.) อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ “มาม่า” และ “ซื่อสัตย์” ตามที่บริษัทได้ยื่นขอขึ้น 2 บาทต่อซอง จาก 6 บาท เป็น 8 บาทต่อซองซึ่งเชื่อว่าทุกยี่ห้อขอขึ้นราคาเหมือนกับบริษัท เพราะเจอภาระต้นทุนในการผลิตสูงขึ้นเหมือนๆ กันหมด เพราะต้องใช้แป้งสาลีและน้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตและราคาเพิ่มขึ้นมากหลายเท่าตัว

“เรายังไม่ได้รับสัญญาณจากกรมการค้าภายในว่า จะปรับราคาขึ้นให้เราหรือไม่ หรือเมื่อไหร่ จริงๆ ควรต้องขึ้นให้แล้ว เพราะต้นทุนทุกอย่างขึ้นทุกวัน และขึ้นไปหมดแล้ว ขณะที่สงครามรัสเซียกับยูเครน ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด ยังไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบกับเราอีกมากแค่ไหน อยากให้ภาครัฐเร่งพิจารณาโดยเร็ว ตอนนี้เราขาดทุนจริงๆ”นายบุญชัยกล่าว

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งและปลีกไทย กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ “มาม่า” ว่า หากกระทรวงพาณิชย์อนุมัติให้ขึ้นราคาแล้ว ทางบริษัทจะปรับราคาขายปลีกขึ้นในทันที โดยจะไม่แจ้งให้ผู้จำหน่ายทราบล่วงหน้า เนื่องจากบริษัทรอการอนุมัติให้ปรับราคาขึ้นมานานเช่นกัน ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะปรับขึ้นอีกซองละ
1 บาท หรือขึ้นซองละ 2 บาทตามที่ผู้ผลิตได้ยื่นขอไปล่าสุด
“มาม่า ที่ไม่แจ้งล่วงหน้าว่า จะขึ้นราคา คงกลัวว่าร้านค้าจะไปซื้อสินค้ากักตุน จริงๆ แล้วสินค้าแต่ละซอง มันมีวันหมดอายุ คงไม่มีใครไปแห่ซื้อตุนไว้เพราะอย่างไรก็จะมีการผลิตเพื่อขายต่อเนื่อง ไม่ได้ขาดแคลนวัตถุดิบการผลิต หรือเกิดเหตุการณ์รุนแรง อย่างกรณีเกิดน้ำท่วมใหญ่” นายสมชายกล่าว

แหล่งข่าวจากวงการผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กล่าวว่า หลังจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ไฟเขียวขึ้นราคาบะหมี่สำเร็จรูป หลังจากยื่นขอปรับราคาไปนานหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีแนวโน้ม หรือความชัดเจนว่าจะอนุมัติให้ขึ้นราคาตามที่ยื่นเสนอขอไปเมื่อไหร่ ทำให้ขณะนี้ผู้ผลิตต้องแบกภาระต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแป้งสาลี และน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต ขณะที่ภาระต้นทุนของแต่ละผู้ผลิตจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตว่าผลิตมากหรือน้อย

“ในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จทั้ง 5 ยี่ห้อหลัก ได้แก่ ยี่ห้อไวไว ยำยำ นิชชิน มาม่า ซื่อสัตย์ จะรวมตัวกันเพื่อชี้แจงต้นทุนต่างๆ ที่สูงขึ้น เพื่อเป็นการบอกกล่าวไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าผู้ผลิตต้องเผชิญกับภาวะตุนมากขนาดไหน และทำไมถึงต้องขอปรับขึ้นราคาอีก 1-2 บาทต่อซอง ซึ่งน่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมจะพิจารณาอนุมัติได้แล้ว ซึ่งผู้ผลิตสินค้าในหมวดเดียวกัน หากไม่ได้รับความเดือดร้อนสูงสุดแล้วก็จะไม่ได้รวมตัวกัน ต่างคนต่างยื่นเพราะต้นทุนและการบริหารจัดการแตกต่างกัน แต่ครั้งนี้ ทุกรายเจอผลกระทบต้นทุนสูงมากเหมือนกันหมด ถือเป็นการร่วมตัวกันเป็นการเฉพาะกิจที่ไม่ได้เห็นได้บ่อยนัก” แหล่งข่าวกล่าว

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ