สรุปดราม่า เด็กพิงตุ๊กตา2.3แสน ล้มแตก ยื้อกันสุดๆ จนสุดท้ายยอมคืนเงิน





สรุปดราม่า เด็กพิงตุ๊กตาเทเลทับบีส์ 2.3 แสน ล้มแตก เรียกค่าเสียหาย แต่ทัวร์ลงทางร้าน มองจงใจหลอกคนให้มาชน ตั้งของแพง แต่ไม่มีการป้องกัน สุดท้ายต้องยอมคืนเงิน

กลายเป็นดราม่าร้อน ๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ของจีน หลังปรากฏภาพของเด็กชายที่พิงตุ๊กตาเทเลทับบีส์ มูลค่า 52,800 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 230,000 บาท) ล้มแตกกระจาย ภายในร้านของเล่น KK Plus ที่ห้างสรรพสินค้าในฮ่องกง ซึ่งแม่เด็กยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 33,600 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 146,000 บาท) หลังพนักงานปรี่เข้ามาโทษว่าเด็กเตะตุ๊กตาล้ม

แต่ปรากฏว่าต่อมามีการปล่อยคลิป เผยให้เห็นว่าตุ๊กตาตั้งอยู่กลางร้านโดยไม่มีการจัดการเรื่องความปลอดภัย เด็กสามารถชนล้มได้ง่าย ๆ ทำให้แม่เด็กรวมถึงชาวเน็ต มองว่าทางร้านจงใจวางสินค้าลักษณะนี้ เพื่อหวังให้มีคนมาชนล้มแล้วเรียกค่าเสียหายแพง ๆ หรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเป็นกระแสดราม่าขึ้นมา แม้จะมีคนมองว่าทางแม่เด็กเองก็เป็นฝ่ายผิดที่ไม่ดูลูก จนลูกไปพิงตุ๊กตาล้ม แต่ก็มีกระแสโจมตีทางร้านที่คล้ายจะตั้งใจหลอกคนให้มาชนตุ๊กตา และเรียกเก็บค่าโง่ราคาแพง แถมยังมีคนแฉด้วยว่าหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก

ต้นเรื่อง พนักงานร้านกล่าวหา เด็กจงใจเตะตุ๊กตาราคาเป็นแสน

จากรายงานของเว็บไซต์ SCMP เผยว่า นายเฉิง พ่อของเด็ก ให้สัมภาษณ์สื่อในเช้าวันอังคาร (24 พฤษภาคม) เล่าว่า เขากับภรรยา ได้พาลูก 2 คนไปยังร้าน KK Plus ในห้าง Langham Place ตอนเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 พฤษภาคม) ระหว่างนั้นเขาออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกร้าน ก่อนจะได้ยินเสียงของแตกดังสนั่นจากในร้าน เมื่อหันมาก็เจอลูกชายยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ ตุ๊กตาเทเลทับบีส์ ที่แตกเป็นชิ้น ๆ

ตอนนั้นพนักงานรีบเข้ามาบอกเขากับภรรยา ว่าเห็นลูกชายเตะตุ๊กตา และเรียกร้องให้จ่ายค่าเสียหาย ทางครอบครัวจึงยอมจ่ายเงินไปเพราะเชื่อว่าเป็นความผิดของเด็ก แต่หลังจากได้ดูคลิปจากกล้องวงจรปิดที่แชร์กันในโซเชียล เขาจึงรู้ว่าบางทีลูกชายอาจถูกกล่าวหาอย่างไม่ถูกต้อง

“เขาพยายามเลี่ยงไม่ให้ชนกับคนอื่น และไปพิงตุ๊กตาเบา ๆ” พ่อเด็ก กล่าว

คลิปเผยความจริง ร้านโดนทัวร์ลง ยิ่งแจงยิ่งบ้ง

เมื่อภาพจากคลิปกลายเป็นไวรัล ทำให้สังคมพากันวิจารณ์ทางร้านที่จงใจหลอกเอาเงินจากครอบครัวเด็ก หลาย ๆ คนตั้งคำถามว่า ทำไมทางร้านจึงนำตุ๊กตาราคาแพงมาตั้งไว้เช่นนั้น แทนที่จะจัดแสดงในตู้กระจกเพื่อความปลอดภัย แต่ถึงอย่างนั้นทางครอบครัวเด็กก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน เพราะพวกเขาควรใส่ใจดูแลลูกให้มากกว่านี้

คอมเมนต์หนึ่งระบุว่า “พ่อแม่ควรดูแลเด็ก แต่ทางร้านเองควรรับผิดชอบด้วย พวกเขาเอาของมีค่ามาจัดแสดงในสถานที่ที่มีคนแออัด โดยไม่ได้มีอะไรกั้นหรือปกป้องของ ทำให้ลูกค้าต้องแบกรับความผิดของทางร้าน นี่ไม่ต่างจากร้านเถื่อนเลย”

ในขณะที่ KK Plus ได้ออกแถลงการณ์ต่อเรื่องหลังกล่าว หลังเจอกระแสทัวร์ลงจากชาวโซเชียล อ้างว่าตุ๊กตาเทเลทับบีส์ตัวนี้ถูกวางอยู่ในจุดดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งก็ไม่เคยสร้างปัญหาใด ๆ ให้ลูกค้ามาก่อน และโทษว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสกดดันจากสังคมโดยใช่เหตุ ต่อทั้ง 2 ฝ่าย

แต่แถลงการณ์ดังกล่าวกลับเจอกระแสต่อต้านหนักกว่าเดิม คนยังโทษร้านว่าจงใจวางกับดับลูกค้า มีคนเข้ามากดโกรธในโพสต์ดังกล่าวกว่า 20,000 คน โดยชาวเน็ตเชื่อว่าจริง ๆ ทางร้านควรจะคืนเงินค่าเสียหายแก่ครอบครัวของเด็กไปซะ

อย่างไรก็ตาม พบว่าต่อมาโพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบไป รวมถึงมีคนออกมาแฉว่าจริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่ตุ๊กตาตัวแรกที่แตก แต่เป็นตัวที่ 4 แล้ว ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งทางร้านชี้แจงไว้

ต้านกระแสไม่ไหว สุดท้ายต้องยอมคืนเงิน – ลงโทษ พนง.

จากดราม่าดังกล่าวทำให้ต่อมา ทาง Kidsland International Holdings Limited บริษัทแม่ของร้าน KK Plus ต้องทำจดหมายขอโทษถึงครอบครัวของเด็กชายคนดังกล่าว พร้อมโอนเงินคืนให้พ่อเด็ก ในเวลา 16.00 น.

ขณะที่ผู้จัดการร้าน KK Plus ยอมรับว่าก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้มีวิธีป้องกันที่จำเป็นมาก่อน ซึ่งจริง ๆ ต้องเป็นความรับผิดชอบของร้านในการป้องกันสิ่งของขนาดใหญ่ที่นำมาจัดแสดง ขณะนี้ทางร้านได้ย้ายตุ๊กตาที่มีความสูงมากกว่า 1 เมตร ออกไปแล้ว และให้พนักงานคนที่ถูกวิจารณ์เข้ารับการอบรมใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องที่มีคนชี้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 แล้วนั้น ทางผู้จัดการร้านไม่ขอแสดงความคิดเห็น

 

ข้อมูลจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ