กพช.เพิ่มเพดานกู้เป็น4หมื่นล.-อุ้มดีเซลไม่เกิน30บาท ชงSHA+ทั่วปท.นั่งดริงก์ได้





กพช.เพิ่มเพดานกู้เป็น4หมื่นล.-อุ้มดีเซลไม่เกิน30บาท ชงSHA+ทั่วปท.นั่งดริงก์ได้-ททท.ออกใบรับรองใน 3 วัน

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเมื่อวันที่ 5 พย.ที่ผ่านมาว่า กพช.พิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงห็นชอบให้ทบทวนแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง 2563-2567 เปลี่ยนแปลงวงเงินกู้เป็นไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท (รวมเงินสุทธิกองทุน) ตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากเดิมไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการดูแลราคาน้ำมันดีเซลทุกชนิดไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร

“จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หลังจากนี้กระทรวงพลังงานจะเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติและส่งต่อสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง เพื่อบรรจุแผนก่อหนี้ประเทศ และพิจารณาอนุมัติต้นเดือนธันวาคม ก่อนส่งเข้า ครม.เพื่ออนุมัติให้กู้ คาดว่าจะเริ่มกู้และได้เงินก้อนแรกช่วงกลางเดือนมีนาคม วงเงิน 2 หมื่นลัานบาท หากราคาน้ำมันสูงขึ้นอีกจะพิจารณากู้อีกตามวงเงิน ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินสุทธิประมาณ 7 พันล้านบาท โดยกรอบวงเงินกู้จะดูแลราคาน้ำมันได้ถึงเดือนมีนาคม 2565 ภายใต้ราคาน้ำมันดิบดูไบราคา 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หากราคาพุ่งไปอีกจะใช้กลไกของหน่วยงานอื่น แต่ขณะนี้กระทรวงพลังงานยังดูแลไหวอยู่” นายกุลิศกล่าว

นายกุลิศ กล่าวว่า นอกจากนี้ กพช.ยังปรับลดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จากน้ำมันทุกชนิดเหลือ 0.5 สตางค์ต่อลิตร เป็นเวลา 1 ปี และ 5 สตางค์ต่อลิตร ระยะเวลา 2 ปี มีผลทันทีหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาจากนโยบายของนายกฯที่ต้องการช่วยประชาชนให้มากที่สุดจากเดิมกระทรวงเสนออัตรา 5 สตางค์อัตราเดียว และเห็นชอบวงเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2565-2567 ปีละ 4,000 ล้านบาท

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างนำคณะกรรมการฯลงพื้นที่ชะอำ-เพชรบุรี และหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายน หลังเยี่ยมชมการดำเนินงานตามมาตรฐาน SHA+ ในโรงแรม ไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน ว่า รัฐบาลควรพิจารณาอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงแรม หรือสถานที่ที่ได้มาตรฐาน SHA+ ทั่วประเทศในช่วงแรกก่อน เช่นเดียวกับรูปแบบของ กทม.แล้วค่อยพิจารณามาตรการเป็นระยะๆ ต่อไป

นายสนั่นกล่าวว่า สำหรับการเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการนำโมเดลท่องเที่ยวอารมณ์ดี มีความสุข (Happy Model) มาหารือกับภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลส่งเสริมการจัดงานลอยกระทงและเทศกาลปีใหม่ทั่วประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศการเดินทางในประเทศไทยกลับมา

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า มีการหารือร่วมกันว่าหากจะให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ต้องใช้มาตรฐานใด จึงสรุปในที่ประชุมเป็นเครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย หรือ SHA และ SHA+ ที่การันตีถึงการได้รับวัคซีนครบโดสแล้วของผู้ให้บริการ ททท.และกระทรวงสาธารณสุขจัดทำมาตรฐานร่วมกัน ขณะนี้เปิดให้ร้านอาหารที่ต้องการสมัครรับมาตรฐาน SHA และ SHA+ สมัครผ่านออนไลน์ และสมัครด้วยตัวเองได้ โดยผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้มาตรฐาน SHA ต้องได้รับมาตรฐาน SHA ก่อน หลังจากนั้นจึงจะสมัครขอรับมาตรฐาน SHA+ ได้ ต้องได้รับวัคซีนของพนักงานครบ 100%

“ททท.พยายามใช้เวลาตรวจประเมินและได้รับมาตรฐานไม่เกิน 3 วัน ทั้งเครื่องหมาย SHA และ SHA+ โดยแบ่งประเภทสถานประกอบการเป็น 10 หมวด ได้แก่ 1.ภัตตาคาร หรือร้านอาหาร 2.โรงแรม หรือที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5.บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพและการจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว

น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า ร้านอาหารสมัครขอรับมาตรฐานได้ แต่ไม่สามารถรับรองได้ว่าจะผ่านการพิจารณาและได้รับเครื่องหมายทันที เพราะต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าจะให้การบริการตามเซตติ้งที่กำหนดไว้ บวกกับมาตรการด้านสาธารณสุขที่เพิ่มความเข้มข้นของโควิด ฟรี เซตติ้งด้วย โดย ททท.ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ในการตรวจประเมินให้เร็วที่สุดแต่อาจมีปัญหาบ้างในช่วง 2-3 วันแรกเพราะมีการสมัครเข้ามาจำนวนมาก

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ