วิโรจน์ ซัด อนุทิน วัคซีนยังไม่เต็มแขน สะแหลนออกกม.ให้ตัวเองพ้นผิด





วิโรจน์ ซัด อนุทิน วัคซีนยังไม่เต็มแขน สะแหลนออกกฎหมายให้ตัวเองพ้นผิด ติงหนัก อย่าเอาหมอมาบังหน้า ปล่อยให้นักฆ่าลอยนวล ข้องใจเร่งออกเป็น พ.ร.ก.ไม่ยอมผ่านสภา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค.2564 ที่พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงถึงกรณีการพยายามออกกฎหมาย พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ…. ว่า ในสถานการณ์ช่วงปลายเดือน ก.ค. จนถึงปัจจุบัน พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละเกือบ 2 หมื่นราย แต่ที่น่าตกใจคือวันนี้มีผู้เสียชีวิตเกิน 200 รายอีกแล้ว วันนี้ประชาชนอยู่ท่ามกลางความรู้สึกหวาดกลัวและหวั่นวิตก

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการออกมาแสดงความรับผิดชอบของรัฐบาลว่าจะคลี่คลายสถานการณ์นี้อย่างไร จะรับผิดชอบชดเชยเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตจากความหละหลวมหรืออาจจะเป็นความจงใจที่ให้เกิดสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็กไม่กี่ขวบที่ต้องเป็นกำพร้า ประชาชนยังไม่เคยเห็นหรือรับรู้ท่าทีที่ชัดเจนเหล่านี้จากรัฐบาลเลย สิ่งที่ประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผิดหวังที่สุด คือ การพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเองโดยนำบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ามาอ้าง

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกล ยืนยันว่า บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งราชการ และต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค. หรือ รัฐบาล และต้องปฏิบัติตามนโยบายของคณะทำงานใด ๆ ก็ดี ควรจะได้รับการปกป้องไม่ให้ต้องรับผิด เพราะพวกเขาทำตามคำสั่งเท่านั้น แต่ในระดับของนโยบาย บุคคลหรือคณะบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัคซีน การบริหารจัดการวัคซีน ไม่ว่าจะข้อสงสัยหรือข้อสังเกตต่าง ๆ ที่สังคมตั้งคำถามไปยังรัฐบาล แต่ยังไม่เคยได้รับคำตอบว่ารัฐบาลมีนโยบายกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนอย่างไร

“สภาพวันนี้ถึงเป็นแบบนี้ เหตุใดหรือใครในคณะกรรมการชุดใดที่ให้ความเห็นให้ประเทศไทยไม่เข้าร่วมโครงการ COVAX คนกลุ่มนั้นไม่ควรลอยนวลและไม่ควรได้รับการปกป้องจากกฎหมายพิเศษเหล่านี้ และใครในคณะกรรมการชุดใดที่ให้ความเห็นในข้อที่ 10 ว่าบุคลากรทางการแพทย์ไม่ควรได้รับการกระตุ้นภูมิเป็นเข็มที่ 3 ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับว่าวัคซีนซิโนแวคไม่มีผลในการป้องกัน แล้วจะแก้ตัวได้ลำบากมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนบั่นทอนความรู้สึกประชาชนและบุคลากรทางแพทย์ทั้งแผ่นดิน สิ่งที่พวกเขาต้องการได้ยินจากรัฐบาลคือการชดเชยเยียวยาให้ผู้เสียชีวิต มาตรการที่จะเลี้ยงดูเด็กที่เป็นกำพร้า” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า วันนี้ด้วยการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ไม่ใช่แค่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ที่ขโมยความฝันและความทะเยอทะยานในการวิ่งตามความฝันของคนรุ่นใหม่ แต่ยังขโมยชีวิตพรากพ่อแม่ไปจากความทรงจำที่ควรจะมีเพิ่มเติมกว่านี้ไปอีก

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้รับการชี้แจงจากข้าราชการระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุข และ นายอนุทิน ซึ่งก็ยังเป็นการนำบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ามาเป็นข้ออ้างในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่งให้ตัวเองและผู้บริหารระดับสูงทั้งสิ้น พรรคก้าวไกลยืนยันว่าสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ที่ปฏิบัติตามคำสั่งและนโยบาย เราเห็นด้วยว่าไม่ควรต้องรับผิดใด ๆ เพราะเป็นผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า แต่ในระดับนโยบายที่ออกมาตรการต่าง ๆ ควรต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติเท่านั้น ถ้าไม่ผิด ถ้าไม่คิดว่าตัวเองทำความชั่วร้ายอะไรให้กับประชาชน จนวันนี้มีผู้ป่วยสะสมเกือบ 8 แสนราย มีผู้เสียชีวิตสะสมมากกว่า 6 พันราย อย่าได้กลัว หากการตัดสินใจเชิงนโยบาย ไม่ว่าจะเรื่องการจัดการวัคซีน การบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ดำเนินการโดยสอดคล้องกับหลักวิชาการทางการแพทย์ มีการนำเอางานวิจัยหรือผลการศึกษาที่ทำอย่างเป็นระบบมาประกอบการตัดสินใจ ไม่ต้องมีความกังวลเลยว่าจะต้องรับผิด

แต่หากคณะทำงานใด ๆ ไม่ว่าจะมีอาจารย์แพทย์ด้วยหรือไม่ก็ตาม หากไม่ได้ทำการที่สอดคล้องกับหลักวิชาการหรืองานวิจัยระดับนานาชาติมาประกอบการตัดสินใจอย่างถูกต้อง แต่ตัดสินใจด้วยอีโก้และความสำคัญผิดส่วนตัวก็ควรต้องได้รับการสอบสวนข้อเท็จจริง หากทำถูก ศาลก็จะปกป้องท่านเอง แต่ถ้าผิด ไม่ว่าความผิดนั้นจะเป็นความผิดทางแพ่งหรืออาญาหรือเป็นความผิดทางสังคมที่ประชาชนจะจารึกชื่อพวกท่านไปตลอดกาลก็ต้องยอมรับ

นายวิโรจน์ กล่าวว่า สัญญาณที่น่ากังวลมาก คือ การออกกฎหมายก็ควรออกโดยใช้อำนาจนิติบัญญัติ ด้วยการออกเป็น พ.ร.บ.ใช่หรือไม่ แต่การรวบรัดตัดตอนออกเป็น พ.ร.ก. เช่นนี้ สะท้อนถึงความไม่ชอบมาพากลที่ประชาชนต่างสงสัยว่ามีอะไรในกอไผ่หรือไม่ หรือรัฐบาลรู้ตัวดีหรือไม่ว่าได้ก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้กับประชาชน จึงต้องรวบรัดออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด พฤติกรรมเยี่ยงคณะรัฐประหารที่ขี้ขลาดหวาดกลัว อ้างความดี ความงาม โดยเฉพาะความดีในวงเล็บ เพื่อให้ตนได้กระทำการชั่ว ยึดอำนาจ อย่าเอาพฤติกรรมนี้มาเป็นเยี่ยงอย่างในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่งให้กับบุคคลและคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องวัคซีนและสาธารณสุขอีกเลย

“ผมขอสร้างวาทกรรมกับนายอนุทินเลยว่า ‘เอาหมอมาบังหน้า แล้วปล่อยให้นักฆ่าลอยนวล’ ตอนนี้สอบถามใครก็ตามไม่มีใครบอกเลยว่าควรให้บุคลากรด่านหน้ามารับผิด แต่จุดที่ประชาชนเดือดดาลในการพยายามออกกฎหมายฉบับนี้คือการจะเหมาเข่ง เอาหมอมาบังหน้า แล้วปล่อยให้คณะบุคคลที่ประชาชนเชื่อว่าอาจจะเป็นนักฆ่าลอยนวลโดยไม่ต้องรับผิด วันนี้วัคซีนยังไม่เต็มแขน แต่ยังสะแหลนออกกฎหมายมาให้ตัวเองพ้นผิดทำไม นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการคำตอบ ไม่ต้องกลับกลอก ถามตรง ๆ เลยว่าข้าราชการระดับสูง ผู้ตัดสินใจเชิงนโยบาย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เอี่ยวด้วยใน พ.ร.ก.นิรโทษกรรมนี้หรือไม่ คณะทำงานต่าง ๆ ได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.ฉบับนี้หรือไม่” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า หากจำเป็นต้องออกกฎหมายก็ควรต้องออกเป็น พ.ร.บ. ให้ผ่านสภา และต้องเขียนขอบเขตให้ชัดเจนว่าบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าหรือบุคลากรที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกนโยบายหรือมาตรการใด ๆ เท่านั้น ตนคิดว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นฟางอีกเส้นหนึ่งที่กำลังจะเผาไหม้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์

ทั้งนี้ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า ตนคิดว่าการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง เป็นที่น่าสังเกตในสถานการณ์ตอนนี้ที่มีประชาชนจำนวนมากหลายกลุ่มกำลังรวบรวมรายชื่อฟ้องร้องเอาผิดต่อรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกันพอดี และความจริงแล้วในกฎหมายปกติ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการอย่างบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ามีกลไกป้องกันอยู่แล้ว

ที่จะไม่สามารถฟ้องละเมิดเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการได้แต่ต้องไปฟ้องที่หน่วยงาน มิหนำซ้ำพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ป้องกันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว นอกจากจะเป็นกรณีที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่สุจริต จึงเข้าใจไม่ได้เลยว่าทำไมต้องออกพ.ร.ก.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ซึ่งพรรคก้าวไกลรับไม่ได้และจะคัดค้านอย่างถึงที่สุด

 

ข่าวจาก : ข่าวสด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: