อ.เจษฎา เผยเหตุผล ทำไมการบังคับใส่แมสก์ตอนอยู่บนรถถึงเป็นเรื่องบ้าบอ !





อ.เจษฎา เผยเหตุผล ทำไมการบังคับใส่แมสก์ตอนอยู่บนรถถึงเป็นเรื่องบ้าบอ ชี้ตั้งกฎโดยไม่อยู่บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ อาศัยแต่ความกลัว หาเรื่องให้คนโดนปรับแบบไม่เข้าเรื่อง

จากกรณีที่ กทม. ได้ออกประกาศเรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ทุกครั้ง ตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก ผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลาเมื่อออกจากบ้านหรืออยู่ในที่สาธารณะ มีความผิดตามมาตรา 51 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2564 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ภาพจาก  เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant

ล่าสุดวันที่ 28 เมษายน 2564 รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant โดยระบุว่า การบังคับใส่หน้ากากอนามัยในรถยนต์ทุกคน แม้แต่คนในครอบครัวเป็นระเบียบที่บ้าบอมาก ไม่อยู่บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาศัยแต่ความกลัวจนเกินเหตุ หาเรื่องให้คนโดนปรับแบบไม่เข้าเรื่อง

ทั้งนี้ หากเป็นรถยนต์สาธารณะ การใส่หน้ากากอนามัยขณะอยู่บนรถก็ช่วยลดการแพร่ระบาดจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ เพราะอาจจะมีการคุยบนรถซึ่งเป็นพื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเทเป็นเวลานาน ๆ ก็พอจะรับเชื้อเข้าไปได้หากไม่ใส่หน้ากาก แต่ถ้าเป็นคนรู้จักกัน หรือคนในครอบครัวเดียวกัน ถ้าจะติดโรค ก็คงติดตั้งแต่ที่บ้าน ที่ทำงานแล้ว ไม่ใช่จะติดแค่ตอนนั่งบนรถด้วยกัน

อ.เจษฎา ระบุอีกว่า ผ่านมาปีกว่าแล้ว ความรู้เรื่องเชื้อโรคไวรัสโควิด 19 ของชาวโลกพัฒนาไปไกลมาก แต่บ้านเราเหมือนถอยหลังลงทุกที นอกจากนี้การใส่หน้ากากอนามัยขับรถ ถ้าเป็นหน้ากากแบบแน่น ๆ กระชับหน้า ขับรถเป็นระยะทางไกล ๆ ระวังมีปัญหาเรื่องการหายใจ จะได้รับออกซิเจนน้อยลงแล้วทำให้อันตรายในการขับขี่

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ