สธ. ออกมาตรการใหม่ รับผู้ป่วยจากบ้าน เพียงรอรับสาย เก็บของเข้า รพ.สนาม





หมอทวีศิลป์ เผย สธ.ออกมาตรการใหม่ รับผู้ป่วยออกจากบ้าน เพียงรอรับสาย แล้วเก็บเสื้อผ้าเข้ารพ.สนาม ทุกราย

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) กล่าวถึงประเด็นปัญหาการรอเตียงจนทำให้ผู้ป่วยบางรายจากเดิมเป็นกลุ่มสีเขียว ก็กลายเป็นสีเหลือง แดงและเสียชีวิต ว่า วันนี้มีผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล เพิ่มขึ้น 590 ราย รวม 2,013 รายที่ยังรอเตียง ข้อมูลเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) ซึ่งได้ดำเนินการจัดการคนที่รอเตียงเข้าไปรับการรักษาเพิ่มขึ้น 724 ราย สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ โดย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ จะมีการจัดการกับ 2,013 ราย โดยมีการจัดพื้นที่โรงพยาบาล (รพ.) สนาม และฮอสปิเทล (Hospitel) 4 แห่งใน กทม.และปริมณฑล

ซึ่งโดยจะมีสายโทรศัพท์ติดต่อกลับไปให้ได้ใน 2-3 วันนี้ เพื่อให้เข้ามายังพื้นที่ 4 แห่งที่เตรียมไว้ ให้รอรับโทรศัพท์ หากอาการไม่รุนแรงจะให้เข้า รพ.สนาม หรือฮอสปิเทล หากรุนแรงจะมีการซักถามประวัติ และส่ง รพ.ที่รองรับคู่ในลำดับที่เหมาะสมต่อไป ส่วนการขนส่งจะมีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เข้ามาเสริมทีม มีการใส่ชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เต็มที่

“ขอทุกคนรอรับสายและให้ความร่วมมือ แต่ที่ไม่สบายใจ เพราะรับรายงานว่า หลายสายเมื่อวานปฏิเสธการแอดมิท ติดต่อกลับไปไม่ได้ 146 สาย เป็นเรื่องที่ถูกฝากว่าขอความร่วมมือทุกท่าน ไม่สบายใจเลยที่รอที่บ้าน ขอบคุณที่อดทนรอ เราพยายามทำระบบกลไกทุกอย่าง ขอให้ร่วมมือกับเราไม่ปฏิเสธที่จะแอดมิทเพื่อที่จะได้มีโอกาสดูแลอย่างดี เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ก็ขออภัยที่เกิดขึ้น ก็จะเกิดได้น้อยลงด้วย” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

เมื่อถามว่าถ้าผู้ติดเชื้อมากขึ้นอาจถึงขีดความสามารถที่จะรองรับ จะมีมาตรการอะไรเพิ่มหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ท่านนายกฯ บอกว่าพร้อมที่จะยกระดับในการดูแลประชาชนในภาพรวม แต่ข้อมูลต้องนำมาวิเคราะห์แยกแยะชัดเจน กลุ่มก้อนไหนที่เป็นปัญหาและจัดการเฉพาะที่ ตอนนี้ กทม.และปริมณฑลมีตัวเลขสูง และรอรับบริการ เหลือบริหารจัดการทำให้เคลียร์ ถ้าตัวเลขเราพยายามคลีนช่วยกันเต็มที่ คนที่รออยู่ที่บ้านไม่ทำให้ติดเชื้อในครอบครัว ตัวเลขที่เป็นจริงเท่าไร

“กิจการกิจกรรมที่เป็นปัญหาอย่างวันนี้ที่บอก 6-8 กิจกรรมถูกเพ่งเล็งและจัดการอย่างไร เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ก็อยู่ในการพิจารณา การยกระดับมาตรการมีความสำคัญกระทบกับประชาชน ถ้าจะยกระดับดูพื้นที่ไม่ใช่ยกทั้งประเทศ ประชาชนอาจได้รับผลกระทบ จะเป็นพื้นที่เฉพาะ หรืออย่างไร ขอเวลา ทีมฝ่ายยุทธศาสตร์ยังคิดให้ละเอียดจะมีข้อเสนอเชิงมาตรการออกมาอีกครั้ง” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

 

ข่าวจาก : มติชนออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ