ประธานศาลฎีกาลั่น ต่อไปองค์คณะผู้พิพากษาต้องขึ้นบัลลังก์ “ตรงเวลา” ขึ้นช้าต้องเเจงคู่ความได้





“ไสลเกษ”ลั่น เวลาของทุกคนเท่ากัน ต่อไปองค์คณะผู้พิพากษาต้องขึ้นบัลลังก์ตรงเวลา ขึ้นช้าต้องชี้เเจงคู่ความได้ เตรียมยกระดับองค์คณะการปรึกษาคดีเพื่อให้คำพิพากษามีคุณภาพ

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมาที่ศาลจังหวัดภูเก็ต นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาได้ออกตรวจราชการศาลยุติธรรมในภาค 8 และร่วมรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานฯ เป็นผู้รายงานความคืบหน้า โดยมีการพูดคุยปรึกษาหารือข้อเสนอเเนะจากผู้พิพากษาในพื้นที่ภาค 8 ถึงข้อสงสัยเเละข้อขัดเเย้งในการปฏิบัติงานรวมถึงความคืบหน้านโยบายด้านอื่นๆ

นายไสลเกษได้กล่าวถึงนโยบายที่จะพัฒนาระบบการปรึกษาคดีที่เข็มแข็ง ซึ่งส่งผลให้คำพิพากษมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของสังคม นอกจากผู้พิพากษาจะต้องนั่งพิจารณาครบองค์คณะ ขึ้นบัลลังก์ตรงเวลา และ ยังต้องปรึกษาคดีกันอย่างเป็นระบบ จึงฝากไปยังผู้บริหารศาลที่จะต้องกวดขันผู้พิพากษาในเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการที่ผู้พิพากษาขึ้นบัลลังก์ต้องครบองค์คณะและต้องตรงต่อเวลา หากขึ้นบัลลังก์ล่าช้าต้องมีเหตุผลที่สมควรและจำเป็นจริงๆ ซึ่งจะต้องอธิบายหรือชี้แจงให้คู่ความหรือประชาชนเข้าใจ ทั้งนี้เพราะเวลาของผู้พิพากษากับเวลาของประชาชนมีความสำคัญ ทุกนาทีทุกชั่วโมงไม่ต่างกัน ฉะนั้น เมื่อประชาชนมาตรงเวลาเราเป็นผู้พิพากษาก็ต้องตรงเวลาด้วย แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นก็ต้องอธิบายชี้แจงให้คู่ความเข้าใจ ทั้งนี้ เพื่อความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการของศาล

ข่าวจาก มติชนออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ