“บิ๊กตู่” ยันระบบเตือนภัยพิบัติไทย ไม่ด้อยกว่าญี่ปุ่น ชมเคส”ฮากิบิส” น่ายกย่องมาก





พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยถึงการบริหารจัดการและเตือนภัยพิบัติของไทยกับญี่ปุ่น มีเป้าหมายเหมือนกัน คือการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน พร้อมกับลดผลกระทบและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด ทั้งปัญหาน้ำท่วม หรือภัยแล้ง เช่น ประเทศไทยปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เช่น จังหวัดอุบลราชธานี สาเหตุมาจากฝนตกติดต่อกันหลายวันเกินกว่า 500 มิลลิเมตร ประกอบเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำปริมาณน้ำสะสมสูงไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำตามธรรมชาติ คือ มูล และ ชี ได้เนื่องจากลำน้ำโขงปริมาณน้ำยังล้นตลิ่ง

 

 

แม้จะพยายามทำแก้มลิง แต่บางพื้นที่ส่วนใหญ่ติดปัญหาเป็นพื้นที่เกษตร บ้านเรือนที่อยู่อาศัย และ พื้นที่ป่า แนวทางระยะสั้น คือ ดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่พร้อมกับชักชวนให้เปลี่ยนอาชีพที่เข้ากับลักษณะพื้นที่ที่เป็นพื้นที่รับน้ำ หรือ แก้มลิงถาวร

“สิ่งสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ คือ การเตรียมความพร้อมและการแจ้งเตือน พร้อมจัดสถานที่อพยพในภาวะฉุกเฉิน โดยทางภาครัฐได้จัดเตรียมสถานที่พักพิงชั่วคราวไว้แล้ว แต่ด้วยนิสัยของคนไทยที่รักและเป็นห่วงบ้าน จึงไม่ค่อยออกจากบ้าน หรือจะพักอาศัยบริเวณใกล้ๆบ้าน เพื่อง่ายต่อการเดินทาง แต่พอเกิดสถานการณ์รุนแรงจึงตั้งตัวไม่ทัน ดังนั้นเมื่อเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงภาคประชาชนต้องให้ความเชื่อมั่นในระบบแจ้งเตือนของภาครัฐ

เช่น กรณี ‘ฮากิบิส’ ญี่ปุ่น น่ายกย่องเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนชาวญี่ปุ่นมีระเบียบวินัยให้ความเชื่อมั่นและร่วมมือกับการประกาศแจ้งเตือนของรัฐบาลเป็นอย่างดี จนสามารถลดความสูญเสียได้อย่างมากประเทศไทยจึงควรนำมาเป็นแบบอย่าง”

 

 

 

ข่าวจาก : springnews, ไทยคู่ฟ้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: