ของขลังหายาก “ไม้ไผ่ตาสวนกัน” เป็นที่ต้องการหนัก ราคาสูงถึง 5,000 บาท!





จากโพสต์ของผู้ใช้ชื่อ Bom ประกาศรับซื้อท่อนไม่ไผ่ที่มีตาสวนกัน ลักษณะตามภาพนี้เลย ในราคาที่สูงถึงท่อนละ 5,000 บาท ครับ รีบๆกันเลยครับ ใครที่พบเห็นหรือเคยเห็นที่ไหน inboxเข้ามาหาผมได้เลยครับ หรือจะโทรมาเบอร์นี้ได้เลย 095-7745963 บอมครับ ไม่แน่คุณอาจจะได้เงินมาใช้กันแบบง่ายๆเลย ขอบอกว่าเราจ่ายจริงๆครับ ถ้าคุณหาให้เราได้เราก็จ่ายให้คุณได้เหมือนกันครับ ขอแบบจริงจังนะครับ “เกรียนๆหลบไป” ไม่เล่นกันน่ะครับโตๆกันแล้วความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลัง ชาวไทยพุทธในปัจจุบันนั้น แม้ว่าจะเป็นชาวพุทธ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกนั้น มักจะพึ่งพาไสยศาสตร์ พิธีกรรม และมักมีความเชื่อในเรื่องคำทำนายทายทักของคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี ก็เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความสับสนในเรื่องของความศรัทธาและความเชื่อ เพราะในชนบทหรือในท้องถิ่นต่างๆนั้นยังมีความเชื่อและศรัทธาในเครื่งรางของขลังอยู่มาก และเนื่องจากเรื่องของศรัทธาที่มีต่อศาสนานั้น เป็นเรื่องของนามธรรม สามารถสัมผัสได้ด้วยใจของผู้ที่ศรัทธาเท่านั้น ไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสทางกายได้ ซึ่งเรื่องของชาตินี้ ชาติหน้านั้นเราไม่มีทางรู้ว่ามีจริงหรือไม่ หรือว่าเรื่องของกรรมดีและกรรมชั่ว ถึงแม้ว่าคนเราจะยึดถือและปฏิบัติตามพระรัตนตรัยนั้นแต่ยังต้องพึ่งพาเครื่องรางของขลัง เป็นเพราะว่าเครื่องรางของขลังนั้นมีตัวตนและสัมผัสได้ ซึ่งคนเราจะเชื่อในเรื่องสิ่งที่สามารถสัมผัสได้ง่ายมากกว่า ซึ่งเครื่องรางของขลังนั้นสามารถสัมผัสได้ทั้งทางกายและทางใจ

ในปัจจุบันนั้นเมื่อเราเกิดมาเราก็เป็นพุทธศาสนิกชนตามบิดามารดาของเรา เราจะอ้างว่าเราไม่มีโอกาสที่จะเลือกศาสนาที่เราต้องการนับถือ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า พุทธตามทะเบียน ซึ่งไม่เป็นความจริง ในตอนเด็กเราอาจจะไม่มีโอกาสเลือก แต่เมื่อโตแล้วเมื่อเราศรัทธาหรือมีความเชื่อในศาสนาใด เราสามารถที่จะเลือกได้ เพราะการที่เราเป็นพุทธศาสนิกชนตามบิดาและมารดาโดยปราศจากความเลื่อมใสอย่างแท้จริงนั้น น้อยคนนักที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพุทธศาสนาด้วยใจที่ศรัทธาจริงๆ ส่วนใหญ่จะนับถือกันตามประเพณี และบรรพบุรุษ แต่เครื่องรางของขลังนั้นเป็นศรัทธาส่วนตัวที่ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้เราเชื่อหรือว่าเลื่อมใสได้ ถ้าเราไม่เชื่อด้วยประสบการณ์และความเชื่อของเราเอง

เมื่อกล่าวในแง่ของชาวพุทธในสังคมไทยนั้น ความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลัง มีหลากหลายความคิด คือ มีทั้งที่เชื่อในเครื่องรางของขลัง ปฏิเสธไม่เชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลัง ผู้ที่สะสมเครื่องรางของขลังเพื่อเป็นศิลปะและการศึกษา ผู้ที่หวังได้รายได้จากเครื่องรางของขลัง คือ ทำเป็นการค้า ซึ่งเมื่อเราศึกษาดูจะพบว่า ตั้งแตในอดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังมาช้านาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน ในสมัยอยุธยานั้น อิทธิพลความเชื่อในเรื่องเวทมนตร์คาถา ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ได้ปรากฎชัดเจนในสมัยอยุธาตอนปลาย เช่น ในเรื่องของพระอาจาย์ธรรมโชติ อาจารย์ของชาวบ้านบางระจัน หรือ นายฤกษ์ที่คนในสมัยนั้นเชื่อว่าเค้ามีความขลังให้คุมทัพเรือไปรบกับพม่า เป็นต้น

ต่อมในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงสงครามโลก ก็มีการแจกเครื่องรางของขลัง ทำให้ความเชื่อเครื่องรางของขลังมีอิทธิพลสูงยิ่งขึ้น จากประสบการณ์ท่ผู้ที่ได้รับแจกเครื่องรางของขลังได้รับ ความเชื่อเครื่องรางของขลังสืบเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในสังคมที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลัก ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วในสังคมไทย เพราะปรากฎการณ์ทางสังคมที่คนไทยเชื่อถือเครื่องรางของขลัง ทั้งที่เป็นเรื่องนอกพุทธศาสนานั้น สอดคล้องไปตามลักษณะของสังคมพุทธที่ให้อิสระและเสรีภาพทางความคิดความเชื่อของแต่ละบุคคล ทั้งการเชื่อเครื่องรางของขลังในสังคมไทยนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาและไม่เสียหาย เพราะแม้ว่าจะเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ แต่คนไทยก็ถือว่าพุทธศาสตร์กับไสยศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่ในสังคมไทยมาช้านาน จึงสามารถอยู่ร่วมกันอย่างผสมกลมกลืนได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้หลุดจากความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.baanjomyut.com,Bom Apisit Srilasak

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ