ผบก.สันติบาล ชี้ ไม่หลบทางให้รถพยาบาล มีความผิด เหตุขับรถช้าแต่ไม่วิ่งซ้าย!!





 


จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ รถยนต์ซูซูกิ สวิฟ สีแดง กีดขวางรถพยาบาล ขณะนำผู้ป่วยขั้นวิกฤตไปส่งที่รพ. ใน จ.นครราชสีมา ซึ่งมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็น และวิจารณ์เหตุการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งทางศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน ออกมาระบุว่า ได้ว่ากล่าวตักเตือนเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแล้ว

 

 

10 เม.ย.61 ทีมข่าวอมรินทร์ ได้เดินทางมาพบ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 กองกำกับการสันติบาล และคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวจะต้องดูว่า รถพยาบาลได้รับการอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ส่วนรถที่อยู่ด้านหน้าที่ขวางทางนั้น มีความผิดหรือไม่ ทำไมไม่ยอมเบี่ยงซ้าย เพื่อหลีกทางให้รถพยาบาล แต่ถ้าหากอ้างว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีรถอยู่ช่องทางซ้าย จึงไม่สามารถหลบได้ ก็ถือว่าเป็นกรณียกเว้นได้เช่นกัน แต่ในกรณีนี้จะเห็นได้จากในคลิปวิดีโอที่ช่องทางซ้ายว่าง แต่รถไม่ยอมหลบทางให้ จึงถือว่ามีความผิดตามมาตรา 35 ว่าด้วยรถช้าวิ่งไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย

นอกจากนี้ รถฉุกเฉินที่ได้รับอนุญาตแล้ว สามารถเปิดไฟไซเรน และเสียงเตือนได้ตลอดจนเสร็จสิ้นภารกิจ ดังนั้นผู้ที่ใช้ถนน ต้องยอมรับว่าถนนทุกสายไม่ใช่ของส่วนบุคคล แต่เป็นถนนสาธารณะ เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่ต้องสละสิทธิ์ เพื่อให้สาธารณะมาก่อน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า รถพยาบาลเป็นส่วนหนึ่งของรถฉุกเฉินตามกฎหมายการจราจร ซึ่งเป็นรถที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องอยู่ในเกณฑ์มาตราของกฎหมายจราจร หรือสามารถกระทำผิดกฎหมายได้ เช่น เรื่องความเร็ว ทางร่วม ทางแยก หรือเครื่องหมายจราจรต่างๆ เป็นต้น แต่การจะเป็นรถพยาบาล หรือรถกรมทางหลวง หรือรถกู้ภัย หรือแม้แต่รถตำรวจ ก็จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จึงจะถือว่าเป็นรถฉุกเฉินได้

โดยตามหลักหากจะเป็นรถฉุกเฉินในกรุงเทพฯ จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือถ้าอยู่ในต่างจังหวัด จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด และการจะได้รับสิทธิ์นั้น จะต้องมีภารกิจ ยกตัวอย่างเช่น ภายในรถพยาบาลมีคนเจ็บ และกำลังรีบเอาไปส่งโรงพยาบาล นั่นถือเป็น 1 ภารกิจ และต้องเปิดไฟไซเรน เพื่อให้คนอื่นๆเห็นว่ามีรถฉุกเฉินมา ซึ่งรถคันอื่น มีหน้าที่จะหลบให้ทาง เพื่อให้รถฉุกเฉินไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด

ข่าวจาก : อัมรินทร์ทีวี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ