เช็กเลย! ธนาคารไหนบ้าง ให้ลูกค้ายืนยันตัวตนที่สาขา มิฉะนั้นโอนเงินผ่านแอปฯไม่ได้!





จากกรณีที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีนโยบายให้ธนาคารทุกแห่งที่ให้บริการโมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชัน ยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมบนแอปธนาคาร เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับมิจฉาชีพ ธปท. จึงกำหนดให้ผู้ใช้บริการต้องยืนยันตัวตนเมื่อทำธุรกรรมตามกำหนด เริ่มภายในเดือนมิถุนายน 2566

สำหรับธุรกรรมที่ต้องยืนยันตัวตน สแกนใบหน้า เมื่อใช้บริการผ่านแอปธนาคาร โมบายแบงก์กิ้ง มีดังนี้

1. โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง
2. มูลค่ารวมของธุรกรรมโอนเงินทุก ๆ 200,000 บาท ภายใน 1 วัน
3. ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

สำหรับธนาคารที่ประกาศให้ผู้ใช้งาน นำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตน พร้อมสแกนใบหน้า ในกรณีที่ต้องทำธุรกรรมบางอย่าง ประกอบด้วย

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ แจ้งว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เมื่อทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ผ่านแอป SCB EASY

1. โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง
2. มูลค่ารวมของธุรกรรมโอนเงินทุก ๆ 200,000 บาท ภายใน 1 วัน
3. ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ให้ลูกค้า นำบัตรประชาชนไปอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและถ่ายรูปใบหน้า ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จะเริ่มทำรายการภายในเดือนมิถุนายน 2566

ลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถตรวจสอบได้ที่แอป SCB EASY > เมนูอื่นๆ > การตั้งค่า > จัดการบริการ NDID > ที่บรรทัดสุดท้าย > หากพบข้อความ “นำบัตรประชาชนไปติดต่อธนาคารไทยพาณิชย์สาขาที่สะดวก” ลูกค้าต้องไปยืนยันตัวตนที่สาขา หากไม่พบข้อความดังลูกค้าไม่ต้องยืนยันตัวตนที่สาขา เนื่องจากธนาคารมีใบหน้าของลูกค้าในระบบแล้ว

ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพ แจ้งว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 ธนาคารจะเริ่มดำเนินการให้ผู้ใช้บริการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เมื่อทำธุรกรรมบนโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารกรุงเทพ ดังนี้

1. รายการโอนเงินไปยังบุคคลอื่น หรือเติมเงินพร้อมเพย์ / G-Wallet
2. ยอดสะสมต่อวันครบทุก 200,000 บาท
3. ปรับเพิ่มวงเงินโอนเงิน จ่ายเงิน ผ่านแอปฯ

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพขอให้ลูกค้าเข้ามาเก็บข้อมูลใบหน้า โดยนำบัตรประชาชนไปอัปเดตและถ่ายรูปใบหน้าได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย เมื่อทำธุรกรรมการเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้ง

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย แจ้งลูกค้าระบุว่า กรุงไทยไม่หยุดเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ยกระดับการใช้งานแอปฯ NEXT และ เป๋าตัง สู่การสแกนใบหน้าที่ปลอมแปลงได้ยากกว่า OTP เพื่อยืนยันตัวตนก่อน โอน เติม จ่าย รีบนำบัตรประชาชนไปบันทึกข้อมูลยืนยันตัวตนและถ่ายภาพใบหน้า ได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือตู้ ATM กรุงไทย สีเทา พร้อมระบุว่า

– ปลอดภัยเพื่อให้คุณทำได้คนเดียวเท่านั้น
– เมื่อโอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป/ครั้ง
– มูลค่ารวมของการโอนเงินทุก ๆ 200,000 บาท/วัน
– ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป
– สะดวก เมื่อต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์มือถือ สามารถใช้งานแอปฯ ได้อย่างต่อเนื่อง เริ่ม มิถุนายน 2566

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เตรียมความพร้อม อย่าลืมมาสแกนใบหน้าเพื่ออัปเดตข้อมูลกัน ลูกค้า KMA krungsri app และ Krungsri Biz Online ที่ยังไม่เคยมีรูปถ่ายกับทางธนาคาร สามารถนำบัตรประชาชนติดต่อสาขาเพื่อเพิ่มใบหน้าได้ทันที

ทำไมต้องรีบไปสแกนหน้า

1. ปลอดภัยในการทำรายการต่าง ๆ กับทางธนาคาร ป้องกันการสวมรอย และใช้ยืนยันการทำรายการที่มียอดเงินสูงรวมถึงการปรับเพิ่มวงเงินผ่านแอปฯ เร็ว ๆ นี้
2. สะดวก ในกรณีลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์ลงแอปฯ ใหม่ ลืมรหัส เปลี่ยนเบอร์มือถือ หรือการยืนยันตัวตนเมื่อเปิดบัญชีใหม่ สมัครสินเชื่อ ลูกค้าสามารถใช้งานแอปได้ ไม่สะดุดบน KMA krungsri app

ธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสิน ยกระดับความปลอดภัย เดือนพฤษภาคมนี้ หากต้องการโอนเงินมากกว่า 50,000 บาทขึ้นไปต่อรายการ หรือมียอดสะสม 200,000 บาทต่อวัน หรือปรับเพิ่มวงเงินการทำรายการ หรือเปลี่ยนแปลงวงเงิน จะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยการเปรียบเทียบใบหน้าก่อน เพื่อให้เกิดธุรกรรมอย่างสมบูรณ์ ขอให้เตรียมความพร้อมโดย นำบัตรประชาชนและสแกนใบหน้า ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ที่สำคัญ อย่าลืมอัปเดต MyMo ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ธ.ก.ส. แจ้งว่า เพื่อการทำธุรกรรมที่ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น ขอให้เจ้าของบัญชีลงทะเบียน e-KYC การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่ BAAC ทุกสาขา และใช้หลักฐานในการลงทะเบียนได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนและสมาร์ตโฟน

การลงทะเบียน e-KYC ด้วยอัตลักษณ์บุคคล เช่น การจดจำใบหน้า ช่วยระบุไอดีที่เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ทำให้ปลอมแปลงหรือเลียนแบบได้ยาก ลดขั้นตอนการตรวจสอบบุคคล ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินการ และควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลได้ ทั้งนี้ข้อดีของระบบดังกล่าวมีดังนี้

– สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา ผู้มีสัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป
– เหมาะกับทุกคนที่ใช้ A-Mobile Plus
– เป็นการทำธุรกรรมการเงินแบบ Smart ไร้สัมผัส
– ทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็วขึ้น
– ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลทางการเงิน

 

ข่าวจาก: เดลินิวส์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: