คนซื้อบ้านเครียดหนัก ดอกเบี้ยพุ่งพรวด ค่าผ่อนพุ่งตาม





เอฟเฟ็กต์การประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับอีก 0.25% ต่อปี จาก ระดับ1.25% เป็นระดับ 1.50% เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ถึงจะขยับในอัตราที่น้อย ส่งผลกระทบไม่มาก แต่ถ้าขยับบ่อยๆ ก็กระอักเลือดเหมือนกัน

โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาซื้อที่อยู่อาศัยไม่ว่าบ้านหรือคอนโดมิเนียมในปีนี้ ว่ากันว่าต้องเจอ 2 เด้ง โดยเด้งแรกซื้อในราคาที่แพงขึ้น หลังผู้ประกอบการพาเหรดทยอยปรับขึ้นราคากันมาอย่างต่อเนื่องจากปี 2565 และในปี 2566 ยังคงปรับขึ้นอีกตลอดทั้งปีนี้

ส่วนเด้งที่ 2 นอกจากจะกู้ได้ไม่เต็ม 100% จากกฎเหล็กของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กลับมาใช้มาตรการ LTV อีกครั้ง ต้องหาเงินก้อนวางดาวน์มากขึ้น ยังต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านเพิ่มตามอัตราดอกเบี้ยที่ขยับขึ้น และต้องผ่อนในระยะเวลาที่ยาวขึ้น เช่น จาก 30 ปี เป็น 40 ปี

ก่อนหน้านี้ วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) วิเคราะห์สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์หลังปรับขึ้นดอกเบี้ยว่า การขึ้นดอกเบี้ยทุกครั้ง ย่อมมีผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ และกลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัย โดยผู้ประกอบการ จะมีต้นทุนการเงินในการลงทุนเพิ่ม กู้ในอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่วนผู้ซื้อจะได้รับผลกระทบอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและทำให้วงเงินกู้ที่ได้รับสินเชื่อลดลง

“อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 0.25% ที่วงเงินสินเชื่อ 2.5 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 30 ปี ทำให้วงเงินที่ได้รับสินเชื่อลดลง 100,000 บาท หรือ หากวงเงินกู้เท่าเดิมจะทำให้เงินงวดผ่อนต่อเดือนเพิ่มสูงขึ้นเดือนละ 400 บาท ตลอด 30 ปี ส่วนผู้ที่อยู่ระหว่างผ่อนบ้านก็จะได้รับผลกระทบด้วย แม้เงินงวดยังไม่ขึ้น แต่การตัดชำระเงินต้นลดลง ถ้าอัตราดอกเบี้ย MRR/MLR ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าในปัจจุบัน ทำให้มีการเพิ่มค่างวดผ่อนชำระ และกลุ่มกำลังจะพ้นช่วงดอกเบี้ยโปรโมชั่นจะรีไฟแนนซ์ระหว่างธนาคารมากขึ้น”

วิชัย ยังบอกอีกว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีผลในทางจิตวิทยากับกลุ่มผู้ซื้อบ้านทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางด้านอาชีพ รายได้และรายจ่าย และได้รับการปฏิเสธสินเชื่อมากกว่ากลุ่มรายได้สูง ส่วนกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนอาจทำให้ชะลอการตัดสินใจ เพราะต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น และนำเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นได้ผลตอบแทนดีขึ้น ซึ่งตลาดบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทน่าจะได้รับผลกระทบมากกว่าระดับราคาอื่น

จากนักวิชาการมาฟังเสียงสะท้อนจากฝั่งดีเวลลอปเปอร์ถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด โดย วงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ส่งผลกระทบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งฝั่งผู้ประกอบการจะมีต้นทุนการเงินสูงขึ้นและผู้ซื้อจะมีภาระค่าผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามในอัตราดังกล่าวยังพอรับได้ แต่ถ้ามีการปรับขึ้นอีก 2-3 ครั้ง ส่งผลกระทบมากขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากตลาดโดยรวมยังมีปัญหาด้านกำลังซื้อ โดยเฉพาะตลาดระดับล่างที่ขอกู้สินเชื่อจากแบงก์ไม่ผ่าน แม้อัตราดอกเบี้ยจะถูก แต่ถ้ากู้ไม่ผ่านก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนตลาดระดับบน ที่มีกำลังซื้อบ้านราคา 40-50 ล้านบาท จะไม่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขึ้น เพราะกู้ซื้อบ้านในสัดส่วนที่น้อย

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: