เรือสำราญออสเตรเลีย พร้อมผู้ติดโควิดราว800คน เทียบท่านครซิดนีย์แล้ว

Advertisement รอยเตอร์ รายงานวันที่ 12 พ.ย. ว่า เรือสำราญออสเตรเลีย “มาเจสติก พรินเซส” ของ “คาร์นิวัล ออสเตรเลีย” เทียบท่านครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยผู้โดยสาร 800 คนมีผลโควิด-19 เป็นบวก Advertisement หน่วยงานสาธารณสุขของรัฐนิวเซาท์เวลส์จัดอันดับความเสี่ยงของการแพร่ระบาดที่ เทียร์ 3 บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงการระบาดสูง ขณะที่กระทรวงกิจการภายในออสเตรเลียระบุว่า ทางการกำหนดมาตรการทั่วไป หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 บนเรือสำราญรูบี พรินเซส ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่มีผู้ติดเชื้อ 914 คน และเสียชีวิต 28 ราย เมื่อปี 2563 Advertisement กระทรวงกิจการภายในออสเตรเลียระบุด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขของรัฐนิวเซาท์เวลส์จะตัดสินใจว่า จะให้ผู้โดยสารออกจากเรือสำราญมาเจสติก พรินเซสได้อย่างไรเป็นรายกรณี รัฐบาลออสเตรเลียเปิดเผยสัปดาห์นี้ว่า การระบาดบนเรือสำราญมาเจสติก พรินเซส เกิดขึ้นขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ สะท้อนถึงการระบาดในชุมชนของไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ XBB ข่าวจาก : ข่าวสด

เผยเครื่องมือแพทย์สู้โควิด มูลค่าเกือบหมื่นล้าน ในนิวยอร์ก-ไม่เคยถูกใช้งาน!

ซินหัว รายงานจาก โพลิติโค สื่อท้องถิ่นใน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเผยว่า ทางการรัฐนิวยอร์กจัดหาเครื่องช่วยหายใจ 8,555 เครื่อง มูลค่า 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,200 ล้านบาท) และเครื่องเอกซเรย์ 1,179 เครื่อง มูลค่ากว่า 3,230 ล้านบาท รวมแล้ว 9,430 ล้านบาท เพื่อต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 แต่ปัจจุบันเครื่องมือเหล่านี้ถูกเก็บอยู่ในโกดัง และไม่มีแผนการว่าจะนำไปใช้งานในเร็ววันนี้ รายงานระบุว่าตอนนี้กระบวนการรักษาโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจแล้ว และโรงพยาบาลหลายแห่งมีเครื่องช่วยหายใจเพียงพอต่อความต้องการเร่งด่วน โพลิติโคอ้างอิงข้อมูลจากวิทยาลัยอายุรแพทย์โรคทรวงอกอเมริกัน ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐเร่งสั่งซื้อเครื่องช่วยหายใจเกือบ 200,000 เครื่อง มูลค่ามากกว่า 112,000 ล้านบาท เมื่อปี 2563 แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งของอุปกรณ์ที่มีศักยภาพช่วยเหลือผู้ป่วยอาการรุนแรงที่สุด ขณะเดียวกันในรัฐแคลิฟอร์เนียเร่งจัดหาเครื่องช่วยหายใจ 14,000 เครื่อง ซึ่งแทบไม่ถูกใช้งานในเวลาต่อมา ส่วนแคนาดาเองมีคำสั่งซื้อเครื่องช่วยหายใจ 40,000 เครื่อง และมากกว่าครึ่งหนึ่งไม่ถูกใช้งานเช่นกัน   ข่าวจาก : ข่าวสด

“ประวิตร” เผยใช้กฎหมายปกติ รับมือโควิด แทน “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 12/2565 ถึงมติยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า โฆษก ศบค. จะเป็นผู้ชี้แจง ตนไม่ได้เป็นโฆษก ขอให้รอฟังจากโฆษก เมื่อถามว่า การดูแลสถานการณ์การระบาดโควิด-19 หลังจากนี้ จะใช้กลไกอะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มันมีกฎหมายอยู่แล้ว ว่ากันตามกฎหมายปกติ เมื่อถามว่า เมื่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีการดำรงตำแหน่ง 8 ปี นายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีการชุมนุมจะดูแลอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ปัดโธ่ ไม่มีอะไรหรอก” พร้อมกับยืนยันว่า การข่าวไม่มีการแจ้งความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์   ข่าวจาก : bangkokbiznews

รัฐบาลประกาศยุบ ศบค. ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผล 1 ตุลาคมนี้

23 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบยกเลิกประกาศการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ส่งผลให้ ศบค.มีอันต้องยุบเลิกไปด้วย ทั้งนี้ นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม ศบค.ว่า สำหรับแผนเปลี่ยนผ่าน หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ไม่ต้องตรวจ ATK ไม่ดูผลการฉีดวัคซีน แต่ประชาชนต้องดูแลตัวเอง คาดว่า เราจะต้องอยู่กับโควิด-19 ราว 1 ปี จึงจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ในระดับเดียวกันกับโรคไข้หวัด โดยปัจจุบันการฉีดวัคซีนอยู่ในระดับ 3 ไม่เจ็บป่วยรุนแรง ไม่เสียชีวิต การฉีดวัคซีนจึงยังเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 เพียง 30-40% […]

เปิดมาตรการใหม่วันนี้ เดินทางเข้าไทย หลังยกเลิก Thailand Pass

1 กรกฏาคม 2565 การเดินทางเข้าประเทศไทย นับจากวันที่ 1 ก.ค.65 เป็นต้นไป จะอยู่ภายใต้มาตรการใหม่ ตามมติของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีการประชุมไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ที่มีมติให้ ยกเลิก Thailand Pass สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มาตรการใหม่เดินทางเข้าไทยมีผล 1 ก.ค.นี้ หลังยกเลิก Thailand Pass มีดังนี้ ยกเลิกการลงทะเบียน Thailand Pass เพื่อเข้าประเทศไทย คนไทยและต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.65 เป็นต้นไป ไม่ต้องลงทะเบียน  Thailand Pass แสดงเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนครบ หรือผลตรวจ RT-PCR/Professional ATK ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ไม่ต้องมีประกันสุขภาพ ​คนไทยและคนต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบถ้วน สามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องมีผลตรวจ COVID […]

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ สปสช.ยกเลิกจ่ายค่ารักษาโควิด มีผล 1ก.ค.นี้

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.เรื่อง การยกเลิกกรณีที่มีเหตุสมควรเกี่ยวกับโรคโควิด-19 เพื่อรองรับการเป็นโรคประจำถิ่น พ.ศ. 2565 ด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 เห็นชอบมาตรการรองรับการเปลี่ยนผ่านการระบาดของโรคโควิด-19 สู่การเป็นโรคประจำถิ่น ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแผนและมาตรการการบริหารจัดการสถานการณ์โรคโควิด-19 สู่โรคประจำถิ่น (Endemic Approach to COVID-19) ยกเลิก ค่ารักษาโควิด-19 โรงพยาบาลนอกระบบ บัตรทอง เพื่อให้ประชาชนจะกลับมาดำเนินชีวิตภายใต้ การใช้ชีวิตวิถีปกติใหม่ จึงสมควรยกเลิกจ่าย ค่ารักษาโควิด กรณีที่มีเหตุสมควรในการเข้ารับบริการของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการเข้ารับบริการตรวจคัดกรอง บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยืนยันการติดเชื้อโรคโควิด-19 สำหรับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามดุลยพินิจของแพทย์และการเข้ารับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอื่นที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ตามความจำเป็นของผู้มีสิทธิในสถานบริการอื่น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 10 วรรคสอง แห่งข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุข กรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุ หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน พ.ศ. 2560 โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 6/2565 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน […]

กรมการแพทย์แจง “อนุทิน” เข้าข่ายอ้วน เข้าเกณฑ์รับยาโมลนูพิราเวียร์

28 มิ.ย.65 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ชี้แจงกรณีการจ่ายยารักษาโควิด-19 โมลนูพิราเวียร์ ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากมีลักษณะเข้าข่ายภาวะน้ำหนักเกิน หรืออ้วน ทำให้ต้องได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ ที่มีลักษณะเหมาะกับผู้ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ได้มีการให้เพราะสาเหตุอื่น หรืออภิสิทธิ์อื่นๆ แพทย์ผู้ดำเนินการวินิจฉัยรักษาตามหลักเกณฑ์ ที่มีอาการเพียงเล็กน้อยก็จะต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับเกณฑ์การจ่ายยารักษาโควิด จะแบ่งตามกลุ่มอาการ คือ 1.กลุ่มที่ไม่มีอาการอาจได้รับยาฟ้าทะลายโจร 2.กลุ่มมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น จะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ 3.กลุ่มที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่มีโรคประจำตัว มีภาวะอ้วน หรือกลุ่ม 608 ต้องได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ หรือยาแพ็กซ์โลวิด และ 4.คนที่มีอาการรุนแรงและมีภาวะปอดอักเสบ จะต้องได้รับยาแบบฉีด (เรมเดซิเวียร์ ) ร่วมกับสเตียรอยด์ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เกณฑ์การรักษาผู้ป่วยโควิดต้องมีการปรับตามสถานการณ์ เมื่อประเทศไทยพ้นการระบาดใหญ่ ก็จะต้องมีการปรับกระบวนการรักษาให้เหมาะสม แต่ขณะนี้เริ่มมีผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับ BA.4 และ BA.5 จึงต้องมีการเฝ้าระวังต่อไป โดยอัตราครองเตียงขณะนี้พบเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 608 […]

“จุรินทร์” ติดโควิดอีกราย อาการเป็นแบบนี้หลังกลับจากต่างประเทศ

เมื่อเวลา 13.22 น.วันที่ 28 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ยอมรับว่า นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศเบื้องต้นไม่มีอาการรุนแรงและได้พักรักษาตัว ทำงานที่บ้าน 7 วัน โดยการทำงานจะทำงานแบบ Work From Home เซ็นเอกสารที่บ้าน ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ยอมรับตนเองติดเชื้อโควิด-19 ภายหลังเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยขณะนี้ มีอาการระคายคอเล็กน้อย ไม่มีไข้ เน้น work from home เป็นหลัก. ข่าวจาก เดลินิวส์ออนไลน์

ราชกิจจาฯ แพร่ข้อกำหนด “สวมแมสก์ตามความสมัครใจ”

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ข้อกำหนด “สวมแมสก์ตามความสมัครใจ” หลังโควิด-19 คลี่คลาย ส่วนผู้ติดเชื้อ-เสี่ยงสูง หากอยู่กับคนอื่น ให้สวมไว้ก่อน เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 46 ตามที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ปัจจุบันได้คลี่คลาย และมีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้น จากการดําเนินมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ส่งผลให้จํานวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวลดลงเป็นลําดับ จนสามารถผ่อนปรนบรรดามาตรการและข้อจํากัดต่างๆ ให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดํารงชีวิตและดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้ใกล้เคียงกับปกติ รวมถึงการผ่อนคลายข้อจํากัดเรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างประเทศจากเดิมที่เคยกําหนดเป็นมาตรการสกัดกั้นเชื้อโรคอย่างเร่งด่วน โดยปรับให้สอดคล้องกับนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล เพื่อรับผู้เดินทางจากทั่วโลก การดําเนินการตามแผนและมาตรการจัดการด้านสาธารณสุขทั้งหลายนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่ระยะ Post-Pandemic ที่จะประกาศให้เป็นโรคติดต่อทั่วไป ในการนี้ รัฐบาลโดยข้อเสนอของฝ่ายสาธารณสุขจึงเห็นสมควรพิจารณาปรับลดระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร ผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจควบคู่กับการคงดำเนินมาตรการที่จำเป็นสำหรับป้องกันและควบคุมโรค รวมทั้งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคต่อไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อควบคุมการระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยในข้อ 3 ของข้อกำหนดดังกล่าวได้ระบุถึง การผ่อนคลายข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนสามารถดําเนินชีวิตได้ใกล้เคียงกับสภาวะปกติยิ่งขึ้น จึงสมควรผ่อนคลายข้อจํากัดในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า โดยยกเลิกความในข้อ 1 แห่งข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ […]

ศบค.อนุมัติถอดแมสก์ที่โล่ง-ตามสมัครใจ มีผลตั้งแต่ประกาศในราชกิจจาฯ

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 17 มิ.ย.65 นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมศบค.ว่า ที่ประชุมศบค.เห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอขอยกเลิกหนังสือตม.6 ยกเลิกไทยแลนด์พาส ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต้องกรอกไทยแลนด์พาสก่อนเข้าประเทศ และถอดหน้ากากอนามัยได้ในบางพื้นที่ โดยเน้นว่าอยู่ที่ความสมัครใจของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในที่โล่ง และนักกีฬาที่ออกกำลังกายสามารถถอดหน้ากากอนามัยได้ ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับพนักงานให้บริการสมควรที่จะให้ใส่หน้ากากอนามัยต่อไป รวมถึงการจัดงานเช่น คอนเสิร์ต ที่มีผู้ร่วมงานเกินกว่า 2,000 คน ให้ขออนุญาตก่อน และยังต้องสวมหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังมีมติให้ขยายระยะเวลาเปิดสถานบันเทิงไปถึงเวลา 02.00 น. นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวพักอาศัย จากเดิมไม่อนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่เวลา 14.00 – 17.00 น.นั้น ได้มีการปลดล็อกแล้ว โดยจะมีผลในวันที่ 1 ก.ค.เช่นกัน ขณะเดียวกัน ได้มีการประกาศให้พื้นที่ 77 จังหวัดเป็นพื้นที่สีเขียวด้วย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า […]

1 2 79