นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้ ‘แจ๊ก หม่า’ ลงทุนไทยมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย

  นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้อาลีบาบาเข้ามาลงทุนในไทยเป็นโอกาสที่สินค้าไทยจะสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้เพิ่มขึ้น แต่แนะผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันให้ได้ก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณีที่ นายแจ๊ก หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบา จากประเทศจีนที่ได้ลงนามความร่วมมือกับรัฐบาลไทยเตรียมที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ระยะแรกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ว่าจะช่วยให้บรรยากาศการลงทุนเป็นไปในทิศทางบวก ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่น จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะสินค้าของผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการเข้าถึงตลาดโลกได้ดีขึ้น เนื่องจากเป็นการลงทุนเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ แต่ในขณะเดียวกันการลงทุนของ อาลีบาบา อาจทำให้อีคอมเมิร์ซได้รับผลกระทบอยู่บ้าง โดยเฉพาะบริษัทที่แข่งขันไม่ได้ และปรับตัวไม่ทัน เพราะช่องทางของอาลีบาบา แม้ว่าจะให้สินค้าไทยได้เสนอขายต่อผู้ซื้อทั่วโลก และจีน แต่ในขณะเดียวกันอาลีบาบาก็จะนำเอาสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากจีนมาขายในแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน และปัจจุบันสินค้าไทยหากจะเข้าไปขายในจีนนั้นทำได้ยากกว่าสินค้าจีนที่จะเข้ามาขายในไทย ตามมาตรการกีดกันทางค้าที่ไม่ใช่ภาษี ดังนั้นรัฐบาลต้องพิจารณาความเหมาะสมต่างๆให้รอบด้าน โดยเฉพาะข้อดีข้อเสีย และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ส่วนประเด็นที่หลายคนกังวลว่าในอนาคตอาจจะเป็นการผูกขาดสินค้าจากจีน นายอนุสรณ์ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับสินค้าไทยแล้วว่า จะมีการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันได้หรือไม่ ซึ่งถ้าปรับตัวได้ก็จะไม่เกิดการผูกขาดอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่ายังมีข้อได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบ เนื่องจากเฉพาะตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน  มากกว่าประชากรไทยหลายเท่า ซึ่งหากมีการแข่งขันเสรี ก็จะสามารถรักษาสมดุลได้ ทำให้ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ กลาง เล็กอยู่ร่วมกันได้ แต่หากไม่มีการกำกับดูแลด้านการแข็งขัน […]