เล่นพิเรนทร์! หนุ่มหวังเงินหมื่นจากเพื่อนท้ากลืนเหล็ก ค้างอยู่ในท้องเป็นปี สุดท้ายหมดค่าผ่าตัดเป็นแสน!

Advertisement   เว็บไซต์ เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า ชายชาวจีนจากมณฑลเสฉวน ทางตอนใต้ของจีน ต้องเข้ารับการผ่าตัดออกแท่งเหล็กขนาดบางออกจากช่องท้อง ที่เคยกลืนเข้าไปเมื่อปีที่แล้ว หลังจากท้าพนันเพื่อนในวงเหล้า     รายงานระบุว่า ชายรายนี้กลืนแท่งเหล็กขนาด 20 ซม. จากปากกาลูกลื่น เพื่อหวังเงินพนัน 5,000 หยวน (เกือบ 25,000 บาท) แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ มาตลอดกว่า 1 ปี แต่เจ้าตัวยังมีความกังวลว่า แท่งเหล็กยังไม่ออกจากร่างกาย จึงเดินทางไปโรงพยาบาล     จากผลฟิล์มเอ็กซ์เรย์พบแท่งเหล็กยังค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ในสภาพปลายเหล็กทิ่มแทงผนังกระเพาะอาหาร โดยแพทย์ต้องใช้เวลา 1 ชั่วโมงครั้ง ผ่าตัดเพื่อนำแท่งเหล็กออกมาในที่สุด โดยมีค่าใช้จ่ายการผ่าตัดสูงถึง 20,000 หยวน (เกือบ 100,000 บาท) ส่วนหนุ่มกลืนแท่งเหล็กอยู่ระหว่างการพักฟื้น ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์

อันตรายสุดๆ!! “เด็กจีน” เล่นพิศดาร! นั่งสไลบันไดเลื่อนสุดหวาดเสียว!!

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เด็กชายหญิงในนครฉงชิ่งสร้างความหวาดเสียวและเป็นกังวลให้กับผู้ที่พบเห็นผ่านไปมา เพราะพวกเขาวิ่งเล่นกับบันไดเลื่อนของศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง โดยนั่งคร่อมราวบันไดขึ้นลงอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจแม้ว่าจะเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมาก ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถ่ายคลิปวิดีโอและภาพของเด็กชายหญิงกลุ่มหนึ่ง อายุราวๆ 8-10 ขวบ รู้สึกสนุกสนานและคึกคะนองกับการเล่นพิเรนทร์ นั่งคร่อมไปกับราวจับบันไดเลื่อนที่เป็นอันตรายเป็นอย่างมาก พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ศูนย์การค้าย่านใจกลางเมือง เด็กๆ ต่างเล่นพิเรนทร์กันอย่างสนุกสนาน ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหรือใช้บันไดเลื่อนได้แต่ยืนมองดูเด็กๆ เล่น แต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนใดๆ โดยพฤติกรรมที่สร้างความหวาดเสียวเป็นอย่างมากคือ เด็กได้นั่งคร่อมราวจับบันไดเลื่อน 2 ตัวไปพร้อมๆ กัน ในลักษณะนั่งหันหลังและค่อยๆ เลื่อนขึ้นชั้นบน อย่างไรก็ตาม พยานบอกเล่าเด็กๆ เล่นบันไดเลื่อนอยู่แบบนี้ ประมาณ 5-7 นาที ก่อนจะวิ่งหายไป โดยไม่มีเหตุอันตรายเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เห็นนั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรเลือนแบบเป็นอย่างมาก จึงฝากเตือนไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองแนะนำการใช้บันไดเลื่อนแก่ลูกหลาน เพื่อปกป้องไม่ให้เห็นเกิดน่าสลด แบบที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งกับเด็กๆ ในเมืองจีน ขอบคุณที่มาจาก : Sanook.com