สนช.แจง ‘พ.ร.บ.ไซเบอร์’ ไม่ได้จำกัดสิทธิประชาชนและสื่อมวลชน ชี้ทำเพื่อความปลอดภัยของประเทศ

สืบเนื่องจากกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติในวาระที่ ๓ เห็นสมควรประกาศใช้ ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. …. หรือ พ.ร.บ.ไซเบอร์ เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 133 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 16 เสียง และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ จากนั้น จะจัดส่งให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง (อ่านเพิ่มเติม : ผ่านแล้ว! สนช.ประกาศใช้ พ.ร.บ.ไซเบอร์ จนท.มีอำนาจยึด-ค้นข้อมูลได้ / ไอลอว์ เผย 8 ข้อที่ควรกังวลต่อ พ.ร.บ. ไซเบอร์ ที่ สนช. เพิ่งผ่านฉลุย) ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า บนเพจเฟซบุ๊ก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไดีมีการชี้แจงกรณีผ่าน พ.ร.บ.ไซเบอร์ โดยระบุข้อความว่า… ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. …. ซึ่งที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ลงมติเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยจัดทำขึ้นเพื่อช่วยควบคุมภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ ที่จะเข้ามาภายในราชอาณาจักรไทย และป้องกันความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งยังยืนยันว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้มีการจำกัดสิทธิของประชาชนหรือสื่อมวลชนแต่อย่างใด ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการทางไซเบอร์ แต่จะเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เป็นเจ้าของข้อมูล และความปลอดภัยของประเทศ ขอบคุณข้อมูลจาก […]

ผ่านร่างแล้ว! สนช.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. มั่นคงไซเบอร์ ประกาศใช้เป็นกฎหมาย จนท.ค้นสถานที่-ยึดคอมได้ หากเห็นว่ามี ‘ภัยคุกคามระดับร้ายแรง’

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติในวาระที่ 3 เห็นสมควรประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 133 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 16 เสียง และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ จากนั้น จะจัดส่งให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ในวันนี้เป็นการประชุมพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ต่อเนื่องกัน โดยที่ประชุมได้พิจารณารายมาตราในวาระ 2 ทั้งสิ้น 80 มาตรา แก้ไข 60 มาตรา เพิ่ม 6 มาตรา และตัดออก 3 มาตรา นางเสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ระบุว่า ปัจจุบันมี ความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อันอาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ดังนั้น ร่างกฎหมายนี้ จะเข้ามาดูแลการดำเนินงานภารกิจให้มีประสิทธิภาพ การดูแลความปลอดภัย ถูกต้อง คล่อง และรวดเร็ว เป็นมาตรฐานสากล จึงปรับแก้หลายจุดให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ก่อนหน้านี้ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ระบุว่า “แม้ร่างฉบับนี้จะถูกปรับแก้ไปแล้วหลายต่อหลายรอบ […]

สนช.เห็นชอบกฎหมายแจกเบี้ยประชุม12ศาล ปีละ207ล้าน ชี้เพื่อความยุติธรรมแก่ประชาชน

  สนช. รับหลักการกม.แจกเบี้ยประชุม 12 ศาล ปีละ 207 ล้าน อ้างเพื่อความยุติธรรมแก่ประชาชน – ยกระดับ 6 เขตศาลในกทม. เพิ่มตำแหน่ง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระการพิจาณากฎหมายที่สำคัญ 2 ฉบับคือ 1.ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ…. ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ โดยที่ประชุมสนช. ลงมติเห็นชอบวาระแรกรับการด้วยคะแนน 181 ต่อ 0 เสียง โดยบันทึกวิเคราะห์สรุป ให้เหตุผลว่า “เป็นการสมควรเพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ให้รวมถึงการออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมสำหรับ ข้าราชการตุลาการ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมใหญ่ ในชั้นศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ให้สอดคล้องตามมาตรา 193 วรรคสองของ รัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ศาลยุติธรรมมีระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นการเฉพาะตามความเหมาะสม” มีสาระสำคัญคือ ให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีอำนาจออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมของข้าราชการตุลาการซึ่งเข้าร่วมในการประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ พร้อมกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อรับรอง ระเบียบคณะบริหารราชการศาลยุติธรรมว่าด้วยเบี้ยประชุมในการประชุมใหญ่และการประชุมแผนกคดีอาาในนศาลฎีกาและศาลชั้นอุทธรณ์ พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้มีผลบังคับใช้จนกว่าจะออกระเบียบตามร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับคือ “เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาให้มีความรอบคอบยิ่งขึ้น จึงเป็นหลักประกันแก่ประชาชนว่า […]

‘ปลอดประสพ’ตะลึงโกงผุดทุกกระทรวง จวกรัฐบาลชุดนี้เละ!!

  30 มี.ค. 61 – นายปลอดประสพ สุรัสวดี ดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "กรรมของประเทศและคนไทย"ระบุว่า "เรียนเพื่อนพ้องน้องพี่และออเจ้านายแฟนคลับทั้งหลาย ผมหายไปเพราะเดินทางไปต่างประเทศ เปิดหูเปิดตาดูความเจริญ ความศิวิไลซ์ เพื่อประเทืองความรู้ เพราะต้องหดหู่ทู่ซี้ จมปลักกับความโง่เขลาเบาปัญญา(บางเรื่อง บางคน)ในสยามประเทศมานานพอสมควรแล้ว ผมไม่ทราบว่าคุณประวิตร ณ นาฬิกา มีไอคิวเท่าไหร่ แกถึงใช้เวลาเป็นเดือนเพียงเพื่อหาคำพูดอธิบายว่า “ยืมจากเพื่อนคนเดียวทั้ง25เรือน” และก็ไม่อาจหยั่งรู้ไอคิวของ ป.ป.ช. ทั้งคณะได้ว่าฉลาดหรือโง่มากน้อยเท่าใด จึงสามารถเข้าใจโดยพลันว่า ยังมีคนพันธุ์มากยืมจริงๆในโลกกะลาครอบใบนี้ ผมไป MIT และ Harvard และถือโอกาสไปถวายความระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐสี่แยก King Bhumibol of Thailand ทำให้ผมรู้สึกอิ่มใจขึ้นมาก เพียงชั่วเดือนที่ไม่อยู่ในประเทศ ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะพบการโกงกินเกือบครบทุกกระทรวง (เข้าใจว่ายังเหลือเพียงต่างประเทศและวิทยาศาสตร์เท่านั้น) ชั่วช้าต่ำทรามจริงๆครับ ยุคคสช. เป็นไปได้ถึงขนาดนี้แล้วหรือ หัวไม่กระดิก หางไม่มีทางส่ายหรอกครับ อย่ามาพูดเรื่องปราบคอร์รัปชั่นให้เหม็นขี้ฟันอีกต่อไปเป็นอันขาด ผมไป Washington, D.C. […]

สนช.อนุมัติ สมาชิกยื่นใบลา เอาเวลาราชการไปประกอบธุรกิจส่วนตัวได้!!

  ที่ประชุม สนช. มีมติเห็นชอบ ให้สมาชิก สนช. ยื่นใบลา เพื่อเอาเวลาราชการไปประกอบธุรกิจส่วนตัวได้ ไม่ขาดคุณสมบัติ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ประชุุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรม สนช. และกรรมาธิการ ด้วยคะแนน 160 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 6 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง โดยร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ มีทั้งหมด 45 ข้อ ในข้อ 23 กำหนดว่า "อุทิศเวลาแก่ทางราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว"  อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดดังกล่าวกระทบถึงสมาชิก สนช. หลายคนที่ประกอบธุรกิจในภาคเอกชน จะมีปัญหาขาดคุณสมบัติ หากต้องใช้เวลาราชการไปประกอบธุรกิจสำคัญของตัวเองด้านนายกล้านรงค์ จันทิก ประธานกรรมาธิการ อธิบายว่า "สามารถยื่นลาต่อประธาน สนช. เหมือนที่เคยปฏิบัติมาได้ โดยจะไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ" ซึ่งข้อบังคับประมวลจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ จะมีผลบังคับใช้ถัดจากวันที่ สนช. มีมติให้ประกาศใช้ […]

ลุ้นสุดใจ!! สมาชิกสนช. เอาใจคสช. เสนอ‘เลื่อนเลือกตั้ง5ปี’

  วันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งพิจารณามาตรา 2 การให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ภายหลังพ้น 90 วันนับจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีกมธ.เสนอทั้งการขยายเวลา 90 วัน และ 120 วัน ด้วยเหตุผลเพื่อให้ประชาชนและพรรคมีความเข้าใจและดำเนินการกิจกรรมทันตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดนั้น ปรากฎว่า มีพ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต สมาชิกสนช. อภิปรายเสนอว่า ถ้าประเทศไทยไม่มีวันที่ 22 พ.ค. 2557 เราจะไม่มีประเทศไทยแบบทุกวันนี้ จะมีแต่การเผาบ้านเผาเมือง แบ่งแยกประเทศ จับอาวุธสงครามมากมาย แต่การพัฒนาประเทศจะไม่เกิดขึ้น ขอถามว่าที่ผ่านมานักการเมืองทำอะไรเพื่อประเทศและประชาชนบ้าง มีแต่ใช้วาทะกรรมบิดเบือน ชักศึกเข้าบ้าน ซึ่งเรื่องการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น ขอเสนอให้บังคับใช้กฎหมายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 60 เดือนหรือ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ข่าวจาก : ข่าวสดออนไลน์