‘หมอธี’อัดอั้น กระทรวงศึกษาฯมีแต่เรื่อง แก้อะไรก็ติดปัญหาเยอะ ถ้ายุบได้น่าจะดี

Advertisement   เมื่อวันที่ 10 ม.ค. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “การศึกษาปฐมวัยเพื่อสังคมที่เสมอภาคและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล” ในงานมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า ปัจจุบันเด็กไทยประมาณ 50% เป็นเด็กกำพร้าเทียม คือไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ซึ่งตัวเลขทั้งโลกชัดเจนอยู่แล้วว่าเด็กอยู่กับพ่อเดี่ยวแม่เดี่ยว ประมาณ 70% เพราะปัญหาครอบครัวหย่าร้าง แต่นั่นก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้ามีคุณภาพ แต่สำหรับประเทศไทยเด็กกำพร้าเทียม ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่จึงมีปัญหา และเมื่อไปอยู่ในสถานศึกษาก็เหมือนถูกซ้ำเติมเข้าไปอีกเพราะโรงเรียนไม่มีคุณภาพ รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า นโยบายด้านการศึกษาไม่ใช่ออกโดยไม่รู้ว่าอะไรดี ไม่ดี หรือทำเพียงการเพิ่มดีกรีให้แก่ครู เพิ่มเงินเดือนครู เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ครูสอนดีขึ้น และการพัฒนาเด็กที่ดีควรลงทุนตั้งแต่การศึกษาปฐมวัย เราต้องลงทุนสำหรับเด็กเล็กอย่างจริงจัง เพราะสมองเด็กกำลังสร้าง ถ้าช้ากว่านี้จะสายไป นอกจากนี้ การศึกษาปฐมวัยต้องเป็นการเพิ่มทักษะการเรียนรู้แก่เด็ก ซึ่งขณะนี้มีการส่งเสริมทักษะให้แก่เด็กมหาวิทยาลัย เด็กอาชีวะ แต่ไม่ค่อยเห็นการพัฒนาเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเกิดจากตอนเด็กเล็กไม่ได้มีการปลูกฝังทักษะเหล่านี้ หลักสูตรไฮสโคปเป็นหลักสูตรเน้นการปฏิบัติ การฝึกฝนทักษะที่จำเป็นแก่เด็ก ซึ่งในส่วนของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร เพราะติดปัญหาหลายอย่าง ซึ่ง ศธ.เป็นกระทรวงที่มีแต่เรื่อง กระทรวงที่ตนดูแลนี้ถ้ายุบได้น่าจะดีที่สุด และตนก็ไม่รู้สึกเสียดายตำแหน่งด้วย. ข่าวจาก : ไทยรัฐออนไลน์

‘หมอธี’ ปลื้มได้ครูธุรการเกือบ3หมื่นคน ฝากความหวังช่วยปราบโกง

  "ธีระเกียรติ" สั่ง สพฐ. คิดเส้นทางการเติบโตครูธุรการทั่วประเทศ ย้ำภาระงานต้องแบ่งให้ชัดเจนคนได้เงินเดือน 9 พันบาท และคนได้เงิน 1.5 หมื่นบาท อยากให้ครูธุรการช่วยเป็นมือปราบโกง ศธ.  วันนี้ (7 ธ.ค.) ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานจัดการอบรบเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้ปฎิบัติงานธุรการโรงเรียน “จนท.ธุรการ ลดภาระงานครู เพิ่มคุณภาพผู้เรียน” ให้กับครูธุรการทั่วประเทศ ว่า ในการจัดทำนโยบายลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของครู โดยกำหนดให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีผู้ปฏิบัติงานธุรการโรงเรียนครบทุกโรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน จนได้ครูธุรการมาเกือบ 30,000 คน ซึ่งแรกเริ่มมีคนปรามาสว่าไม่สามารถทำได้ แต่ท้ายสุดเรื่องนี้ได้รับการตอบรับจาก สพฐ.ที่ทำงานหนักจนประสบความสำเร็จ เมื่อมีครูธุรการเกิดขึ้นจะเกิดผลดีกับระบบการศึกษาคือ ครูผู้สอนได้ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้อง สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากงานธุรการไม่ใช่งานถนัดของครู จึงต้องมีผู้ถนัดงานด้านนี้มาทำโดยเฉพาะ  ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นผลพลอยได้คือ ครูธุรการเหล่านี้จะเป็นมือเป็นไม้ในการปราบโกงให้กับ ศธ. ครูเหล่านี้จะเข้ามาร้องเรียนเมื่อพบการกระทำผิดของผู้บริหาร เมื่อมีการจัดอบรมปฏิบัติการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานธุรการโรงเรียนขึ้น ตนจึงเข้าร่วมเพื่อมอบนโยบายในการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานธุรการโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้มีผู้ปฏิบัติงานธุรการโรงเรียน อัตราละ 15,000 บาทต่อเดือน […]