จากใจเด็กจบใหม่ยุค2018 เพราะอะไรถึงอยากได้เงินเดือนก้อนแรก20,000? มาดูเหตุผลกัน!(มีคลิป)

Advertisement   เด็กไทยจบใหม่ต้องการเงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่? ในสภาวะเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน นิวมีเดีย พีพีทีวี สำรวจความคิดเห็นนักศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่อยากได้เงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 – 20,000 ขึ้นไป เพราะมีค่าใช้จ่ายรอบตัวในภาวะค่าครองชีพสูง กลายเป็นปัญหาสำหรับเด็กจบใหม่ เมื่อต้องเข้าทำงานครั้งแรกด้วยวุฒิปริญญาตรี ซึ่งหลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มต้นด้วยเงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมาก ในสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้ทุกบริษัทต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานขั้นต่ำเริ่มต้นวันละประมาณ 325 บาท ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี จึงลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นจากนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย     นายฤทธิวงศ์ บุญบรรบุ นักศึกษาคณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ บอกว่า อยากได้เงินเดือนเริ่มต้น 20,000 – 30,000 บาทเพราะว่าตนเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ก็อยากให้คุ้มกับค่าเรียนที่เสียไป แต่ก็ยอมรับว่าต้องอาศัยประสบการณ์ของตนเองด้วย เมื่อได้เงินส่วนนี้มาก็จะแบ่งจ่ายเป็นส่วนๆ ให้พ่อแม่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าห้อง และค่ารถ “เรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ก็อยากให้คุ้มกับค่าเรียนที่เสียไป” นางสาวนุชจรี ศิริสุภา นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ กล่าวว่า หากจบปริญญาตรี […]

อ่านกี่ครั้งก็โดนใจ! 14ข้อคิดจากการทำงานมา5ปี อ่านแล้วคิดให้ดีก่อนจะเลือกทางเดินไหนต่อ!

  ข้อคิดที่ได้จากการทำงานมาครบ 5 ปี 1. วิธีการขึ้นเงินเดือนที่เร็วที่สุดคือ การย้ายงาน ไม่ใช่ขึ้นตำแหน่งในบริษัทเดิม 2. ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บริษัทไม่รักคุณเท่าครอบครัวของคุณหรอก ถ้าวันนี้คุณทำงานหนักแล้วล้มป่วยไป อีก 2 เดือนข้างหน้าบริษัทก็จ้างคนใหม่มาทำงานแทนคุณแล้ว 3. อย่าทำงานจนละเลยสุขภาพของตัวเอง ไม่มีความสำเร็จใด ทดแทนสุขภาพที่เสียไปได้ อันนี้สำคัญสุด 4. ไอ้คนที่พูดแต่เรื่องให้คุณเสียสละทุกอย่าง ถวายตัวกับงาน .office คือบ้าน ต้องกลับดึก ฯลฯ , พูดเรื่อง company loyalty/spirit/team work ซ้ำไปซ้ำมา คือ คนที่หลอกใช้คุณเพื่อความเจริญของเขาเอง 5. คนที่เจริญได้เพราะนำเสนอ + ทำ Powerpoint + สรุปงานเก่ง แต่ทำงานไม่ได้เรื่องอะไรเลยมีอยู่จริง คุณเหนือกว่าพวกเค้าได้ด้วยการทำงานให้เก่งด้วย + Present ตัวเอง 6. ควรเก็บออมเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เพราะปีแรกของการทำงานคุณจะสนุกกับการใช้เงินจนลืมเก็บตังค์ 7. ผมเคยทำงานแบบถวายหัวชนิดทิ้งทุกอย่าง ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อนฝูง เพื่องาน […]

3 เคล็ดลับ..พลิกวิกฤติรักร้าวให้เป็นโอกาสคืนดี

มันเหนื่อยนะกับการทํางานหนักหนาสาหัสมาทั้งวัน กลับถึงบ้านยังต้องเจอคําพูดแดกดันในเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก เช่นเรื่องไร้สาระอย่างใครจะเป็นคนล้างจาน เอาขยะไปทิ้งหรือแม้แต่เดินไปหยิบรีโมตทีวี ถึงใครจะบอกว่าทุกคู่ที่ใช้ชีวิตใต้ชายคาเดียวกันมักมีปัญหาทํานองนี้ทั้งนั้นแหละ แต่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีเสมอไป    หากทะเลาะกันเรื่องเงิน คู่ไหนทะเลาะกันเรื่องเงินๆ ทองๆ คุณคงต้องฉุกคิดแล้วว่าภาพในอนาคตจะเป็นอย่งไร ไปในแนวเดียวกันไหม จากประสบการณ์ คนชอบคิดว่าการถกเถียงกันเรื่องเงินเป็นเพราะเงินฝึดมือ เกี่ยวโยงกับการที่คู่รักให้คุณค่าและความสําคัญต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิตไม่เหมือนกัน คุณต้องร่างลําดับสิ่งสําคัญในชีวิตและจับเข่าคุยกับฝ่ายชายว่า เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวของคุณเป็นอย่างไร คุณจะได้รู้ว่าสิงไหนกันแน่ที่ตัวเองต้องการในอนาคต จากนั้นก็ถึงเวลาหารือกับแฟน ว่าจะจูงมือกันมุ่งไปหาเป้าหมายได้สําเร็จไหม หากเป้าของหนุ่มข้างกายคือทริปท่องยุโรป ในขณะที่คุณต้องการบ้านหลังใหม่ ถ้าทั้งสองคนไม่สามารถหาจุดตรงกลางได้ เห็นที่ต้องพึ่งพานักบําบัดชีวิตคู่ให้เเล้วล่ะ หากทะเลาะกันเรื่องงานบ้าน หนึ่งในปัญหาที่คนสมัยนี้ทะเลาะกันบ้านแตกคือ ทั้งฝ่ายหญิงและชายไม่มีใครอยากทํางานบ้าน หมดยุคแล้วที่ผู้หญิงต้องรับภาระนี้เพียงลําพัง โดยฝ่ายชายไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องยิบย่อยเหล่านี้บานปลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เป็นบ่อนทําลายความสัมพันธ์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกับเขาต้องหาวิธีสื่อสารให้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะทักษะการฟัง คู่รักที่ไปกันรอดควรรับฟังและตอบสนองต่อคําร้องขอของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยหรือไร้สาระขนาดไหน หากเขาแคร์คุณมากพอ เขาจะยอมดัดนิสัยตนเอง  หากทะเลาะกันเรื่องพ่อแม่ญาติพี่น้อง ถ้าคุณสองคนโต้เถียงกันเรื่องญาติโยมตลอด ปัญหาหลักเกิดจากคนใดคนหนึ่งไม่เห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ เช่น ถ้าเขารู้สึกว่าคุณขลุกอยู่แต่กับพ่อแม่พี่น้อง ในขณะที่เขาเจอพ่อแม่แค่ปีละ 1-2 ครั้ง หรือเปรยว่าแม่คุณแวะมาบ้านเราบ่อยเกินไปแล้ว เป็นไปได้ว่าคุณเองหรือตัวเขาไม่ให้ความสําคัญกับคนรักเป็นอันดับหนึ่ง ดีที่สุดเท่าที่ทําได้คือการยอมรับเงื่อนไขในเชิงอย่าตัดสินใจทําอะไรโดยไม่ปรึกษาคู่ของตัว โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว เพราะนอกจากจะเกิดข้อขัดแย้งในอนาคตแล้ว ยังสร้างปมปัญหาให้ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ คุณอาจบอกว่า “ฉันชื่นชมที่คุณทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว เป็นอันดับแรกนะ เอ่อ…ไม่อยากให้คุณเลิกทําหรอกนะ […]