อย.สหรัฐฯ สั่งทิ้ง วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 60 ล้านโดส หวั่นปนเปื้อน

Advertisement อย.สหรัฐฯ สั่งทิ้ง วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 60 ล้านโดส ที่ผลิตจากโรงงานในบัลติมอร์ หลังเชื่อว่าอาจมีการปนเปื้อน วันนี้ (12 มิ.ย.64) สำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ส รายงาน สำนักงานอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) สั่งให้ บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ทิ้งวัคซีนโควิด จำนวน 60 ล้านโดส ที่ผลิตจากโรงงานของบริษัทอีเมอร์เจนท์ ไบโอโซลูชั่นส์ ในบัลติมอร์ หลังจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า วัคซีนจำนวนดังกล่าวไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อน เอฟดีเอ ระบุว่า มีวัคซีนราว 10 ล้านโดสจากโรงงานดังกล่าว ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและได้รับการรับรองให้นำไปใช้งานในสหรัฐฯ และส่งไปยังประเทศอื่นๆ ได้ แต่จะมีคำเตือนว่าทางสำนักงานฯ ไม่อาจรับประกันได้ว่าโรงงานดังกล่าวปฏิบัติตามแนวทางการผลิตที่ดี และไม่ระบุว่าจะอนุญาตให้โรงงานนี้กลับมาผลิตวัคซีนได้หรือไม่ หลังสั่งระงับการผลิตวัคซีนที่โรงงานดังกล่าวไปเมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่ถูกใช้ในสหรัฐฯ นั้นถูกผลิตที่เนเธอร์แลนด์ ซึ่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเอฟดีเอ พยายามหาข้อสรุปว่าจะทำอย่างไรกับวัคซีนอย่างน้อย 170 ล้านโดสที่ตรวจสอบพบว่ามีขั้นตอนการผลิตที่ผิดพลาดจากโรงงานในบัลติมอร์ โดยวัคซีนดังกล่าว แบ่งเป็นวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 100 ล้านโดส และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 70 […]

มะกันพบเคสฉีดวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน มีปัญหาลิ่มเลือดอุดตันเพิ่ม

มะกันพบเคสฉีดวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน มีปัญหาลิ่มเลือดอุดตันเพิ่ม รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมว่า ศูนย์เพื่อการป้องกันและควบคุมโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐอเมริกาแถลงเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ว่า พบผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันหรือเจแอนด์เจ แล้วเกิดอาการลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (ทีทีเอส) รุนแรงจำนวน 28 ราย หลังจากมีการฉีดวัคซีนของเจแอนด์เจให้กับคนอเมริกันไปมากกว่า 8.7 ล้านราย โดยในจำนวน 28 รายดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตอยู่ด้วย 3 ราย ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อ 25 เมษายนที่ผ่านมา ซีดีซี เคยรายงานว่าตรวจสอบพบผู้ได้รับวัคซีนเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันเพียง 17 รายจากจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเจแอนด์เจไปเกือบ 8 ล้านราย ทั้งนี้คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกัน (เอซีไอพี) ซึ่งเป็นคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีนต่อซีดีซี กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทบทวนด้านความปลอดภัยจากข้อมูลที่พบใหม่นี้อยู่ในเวลานี้ ซีดีซี แถลงว่า กรณีที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะคล้ายคลึงกับกรณีที่สังเกตุพบหลังการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าในยุโรปก่อนหน้านี้ โดยวัคซีนทั้งสองตัวเป็นวัคซีนเชื้อเป็น ที่ใช้อะดีโนไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหวัด เป็นพาหะสร้างโปรตีนของไวรัสบางอย่างขึ้นในร่างกาย เพื่อโน้มน้าวให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี ที่ต่อต้านไวรัสก่อโรคโควิด-19 ขึ้น โดยในเวลานี้นัก วิทยาศาสตร์กำลังค้นคว้าวิจัยเพื่อหาว่ากลไกส่วนใดที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นในร่างกายของผู้ได้รับวัคซีนนี้ โดยสมมุติฐานที่เชื่อกันว่าเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ อะดีโนไวรัสที่เป็นตัวพาหะอาจเป็นตัวการก่อให้เกิดภาวะนี้ขึ้น โดยไม่พบภาวะเช่นเดียวกันนี้ในผู้ที่ได้รับวัคซีน ไฟเซอร์/ไบออนเทค […]