ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว ระเบียบกู้เงินยืม กยศ. ใหม่ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน

Advertisement ราชกิจจาฯ เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้ยืมเพื่อการศึกษา ใหม่ ทำสัญญากู้ยืมได้ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน มีผลแล้ว วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ที่เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน (ฉบับที่ 2) ประกาศดังกล่าว ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน พ.ศ.2563 ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 (7) และ (17) มาตรา 39 และมาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 44 และมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในการประชุม ครั้งที่ 5/2564 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ได้มีมติให้ออกระเบียบไว้ ดังนี้ ข้อ […]

ราชกิจจาฯ ประกาศคุมความเร็ว “บิ๊กไบค์”ขี่ในเมือง-เทศบาล-ชุมชน ห้ามเกิน80กม./ชม.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดอัตราความเร็วในการขับรถฯ พ.ศ.2564 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวง กำหนดอัตราความเร็วสำหรับการขับรถในทางเดินรถ พ.ศ.2564 โดยระบุว่า การขับรถในทางเดินรถที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาลนคร เขตเทศบาลเมือง หรือเขตชุมชน นั้น รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกิน 2,200 กิโลกรัม หรือ รถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ใช้อัตราความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ใช้อัตราความเร็วไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจักรยานยนต์ ให้ใช้อัตราความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เว้นแต่ รถจักรยานยนต์ ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป ให้ใช้อัตราความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถโรงเรียนหรือรถรับส่งนักเรียน ให้ใช้อัตราความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง […]

โปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชฯให้แก่ ซีอีโอ”เอไอเอส”ประกาศลงราชกิจจาฯ

ถือเป็นเกียรติยศสมควรได้รับการยกย่อง สำหรับชาวต่างประเทศที่ได้กระทำความดีอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติไทย โดยล่าสุด ราชกิจจาฯ ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ชาวต่างประเทศ คือ นายหลิว หย่ง เฉียง แอลเลิน (Mr. Lew Yoong Keong Allen ) สัญชาติสิงคโปร์ อดีตซีอีโอใหญ่จากค่ายสื่อสาร “เอไอเอส” ในฐานะที่ได้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยและชาวต่างประเทศอีก 4 ราย เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ชาวต่างประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมดิเรกคุณาภรณ์ ให้แก่ นายหลิว หย่ง เฉียง แอลเลิน (Mr. Lew Yoong Keong Allen ) สัญชาติสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน […]

ราชกิจจาฯ ประกาศห้ามชุมนุม-มั่วสุม รองรับเปิดประเทศ ฝ่าฝืนมีโทษ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ ห้ามชุมนุม-มั่วสุมทั่วราชอาณาจักร หลังจากมีการเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้ ระบุ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท วันที่ 29 ต.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 13) ระบุว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ต.ค. 2564 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 18/2564 ลงวันที่ 21 ต.ค.2564 เรื่อง พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 […]

ราชกิจจาฯ ออกประกาศ อุ้ม”บริษัทประกัน” สภาพคล่องต่ำอ่วมเคลมโควิด

ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศมาตรการ คปภ. เร่งช่วยเหลือด่วน “บริษัทประกันวินาศภัย” สภาพคล่องต่ำ หลังรับประกันภัยโควิด-19 ค่าสินไหมทดแทนพุ่ง หวั่นกระทบความเชื่อมั่นระบบประกันภัย วันที่ 12 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2564 ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทนโควิด-19 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด พ.ศ.2564 เนื่องจากเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิดในปัจจุบันมีความรุนแรงทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้บริษัทประกันจำนวนหนึ่งต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนมากกว่าที่คาดการณ์ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่องที่อาจะเกิดขึ้นกับบริษัทประกัน รวมทั้งให้บริษัทประกันได้มีระยะเวลาในการจัดการค่าสินไหมทดแทนและแก้ไขฐานะการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชน และกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบประกันภัย จึงอาศัยอำนาจกฎหมายของพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ประกอบกับมติที่ประชุม คณะกรรมการ คปภ. เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2564 ออกประกาศไว้ดังนี้ 1.การยกเว้นคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการประกันภัย จากการรับประกันภัยการเจ็บป่วยหรือภาวะโคม่าอันเกิดจากโรคโควิด-19 สำหรับความเสี่ยงจากการสำรองค่าสินไหมทดแทนและความเสี่ยงจากสำรองเบี้ยประกันภัย 2.การนับเงินกู้ยืมมาเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ แต่จะแยกเป็นเงินกู้ยืมลักษณะดังนี้ – เจ้าหนี้ผู้ให้กู้ยืมเต็มจำนวน แต่กรณีบริษัทเลิกกิจการ เจ้าหนี้ผู้ให้บริษัทกู้ยืมเงินจะได้รับชำระเงินในลำดับหลังจากเจ้าหนี้ ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัย เจ้าหนี้บุริมสิทธิ และเจ้าหนี้สามัญอื่นของบริษัทนั้น […]

“ราชกิจจาฯ”ออกประกาศปปง.ให้ผู้เสียหายคดี”เสี่ยอู้ด”เซียนพระดัง

“ราชกิจจาฯ” ออกประกาศ ปปง.ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิจากการกระทำความผิดมูลฐาน คดี “เสี่ยอู้ด” เซียนพระชื่อดัง ที่เสียชีวิตไปแล้ว ภายใน 30 วัน เมื่อวันที่ ๗ ต.ค.ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. เรื่อง ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิจากการ กระทำความผิดมูลฐาน ระบุว่า ด้วย คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) ราย “นายสิทธิกร บุญฉิม” กับพวก จำนวน ๗ รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน ๙๐ วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการ ธุรกรรมมีมติปรากฏตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. ๑๗๒/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ แห่งระเบียบคณะกรรมการธุรกรรมว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิ ของผู้เสียหายในความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน […]

ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว คลายล็อกฟื้นธุรกิจ-ขยายเวลาเคอร์ฟิว

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศข้อกำหนด คลายล็อกมาตรการเพิ่มเติม ฟื้นภาคธุรกิจระยะยาว พร้อมขยายเคอร์ฟิว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 วันที่ 30 ก.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 34) ระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปอย่างต่อเนื่องเป็นระยะนั้น โดยที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยมีแนวโน้มของสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระดับคงที่ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในขณะที่จำนวนผู้ได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลดังกล่าวมาจากการดำเนินงานในลักษณะบูรณาการและประสานความร่วมมือของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนเพื่อการระดมสรรพกำลังในการควบคุมและป้องกันโรค ทั้งการบริการฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามแผน การตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก การกระจายชุดตรวจเพื่อการตรวจหาเชื้อด้วยตนเองและการดำเนินการและกำกับดูแลเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในระยะยาวตามที่ได้ประกาศไว้แล้ว เช่น มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัยมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล หรือมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร ฝ่ายสาธารณสุขและหน่วยงานที่รับผิดชอบได้รายงานผลการประเมินสถานการณ์ว่า หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนค่อนข้างมีประสบการณ์และความพร้อม ประกอบกับหน่วยงานและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทยมีศักยภาพ ความชำนาญ และมีประสิทธิภาพครอบคลุมการตรวจคัดกรองและการดูแลรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลาย และมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในอนาคต จึงสามารถปรับมาตรการโดยผ่อนคลายความเข้มงวดบางกรณีให้มีความเหมาะสม โดยกำหนดมาตรการควบคุมเท่าที่จำเป็นตามระดับพื้นที่ของสถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องติดตามกำกับดูแลทั้งบุคคล สถานที่ การดำเนินกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ […]

ราชกิจจาฯ ประกาศ ประยุทธ์ คืนอำนาจกฎหมาย 31 ฉบับ

ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ 3 ฉบับรวด ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯคืนอำนาจกฎหมาย 31 ฉบับให้รัฐมนตรี และประกาศคลายล็อกกิจการ กิจกรรม ปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 4 ทุ่มถึง ตึ 4 มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2564 นี้ วันที่ 29 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 14 ) มีใจความว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในห้วงเวลาที่ผ่านมา แม้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ การฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนได้ตามเป้าหมายและมีการกระจาย ยารักษาโรคได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ทว่ายังต้องควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด -19 อย่างต่อเนื่อง จึงขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วประเทศต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป คลิกอ่านประกาศฉบับเต็มที่ ขณะเดียวกันราชกิจจานุเบกษาอีกฉบับได้ เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ยกเลิกการกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี […]

ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว! ลดจ่ายเงินสมทบ ‘กองทุนประกันสังคม’ ต่อ 3 เดือน

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2564 ใหม่ เพื่อบรรเทาภาระของนายจ้างและผู้ประกันตนจากผลกระทบโควิด ลดอัตราจ่ายเงินสมทบต่ออีก 3 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ย. ถึง 30 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 กันยายน 2564) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎกระทรวง เรื่องกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2564 ลงนามโดย สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงอัตราเงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน โดยกำหนดให้รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาภาระของนายจ้างและผู้ประกันตนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสภาพการณ์ทางสังคมในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ส่วนสาระสำคัญของกฎกระทรวงฉบับนี้ กำหนด ให้รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายยประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ […]

ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘พ.ร.บ.งบประมาณ 2565’ วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 วันที่ 20 ก.ย. 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2565” มาตรา 2 […]

1 2 4