ราชกิจจาฯ เผยแพร่กฎกระทรวงจัดการศาสนสมบัติวัด เงินวัดเกิน 1 แสนให้ฝากแบงก์

Advertisement ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงดูแล-จัดการศาสนสมบัติวัด เงินเกิน 1 แสนให้ฝากแบงก์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวงการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ.2564 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีสาระสำคัญ อาทิ ข้อ 6 การให้เช่าที่วัด หรือที่ธรณีสงฆ์เพื่อเป็นทางเข้าออกไม่ว่าจะมีกำหนดระยะเวลากี่ปีก็ตามจะกระทำได้ต่อเมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นชอบและได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคมโดยให้วัดจัดทำเป็นสัญญาภาระจำยอม ข้อ 7 การเก็บรักษาเงินของวัดในส่วนที่เกินหนึ่งแสนบาทขึ้นไป ให้เก็บรักษาโดยฝากธนาคารในนามของวัด หรือวิธีการอื่นใดตามที่มหาเถรสมาคมกำหนดการดูแลรักษาและจัดการเงินการกุศลที่มีผู้บริจาค ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้บริจาค ข้อ 8 ให้เจ้าอาวาสจัดให้ไวยาวัจกร หรือผู้จัดประโยชน์ของวัดซึ่งเจ้าอาวาสแต่งตั้งทำบัญชีรับจ่ายเงินของวัด และเมื่อสิ้นปีปฏิทินให้ทำบัญชีเงินรับจ่ายและคงเหลือ ทั้งนี้ ให้เจ้าอาวาสตรวจตราดูแลให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและถูกต้อง เป็นต้น  

ราชกิจจาฯ ประกาศเพิ่ม “ฟ้าทะลายโจร” ในบัญชียาหลัก รักษาผู้ป่วยโควิด

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเพิ่ม “ฟ้าทะลายโจร’ ในบัญชียาหลัก รักษาผู้ป่วยโควิด รายงานข่าวแจ้งว่าเว็บราชกิจจานุเบกษา วันที่ 4 มิถุนายน 2564 เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 เพื่อให้การขับเคลื่อนและส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมภูมิปัญญาให้ได้รับการต่อยอดโดยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านกลไกการเสริมและพัฒนายาจากสมุนไพร อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเพื่อให้บัญชีหลักแห่งชาติด้านสมุนไร มีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในวรรคสอง สาม สี่ และห้า ตามรายการบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร แนบท้ายประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2564 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน บัญชี 1 หมายความถึง รายการยาที่ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพ มีหลักฐานที่สนับสนุนการใช้ตามสรรพคุณ (health Benefits) หรือบ่งใช้ (clinical indication) มีประสบการณ์การใช้ในประเทศไทยอย่างเพียงพอ สามารถใช้ในสถานพยาบาล โดยแบ่งเป็น ไม่มีเงื่อนไขการใช้ หรือมีเงื่อนไขการใช้ […]

ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ร.อ.ธรรมนัส ไม่พ้น ส.ส.- รมต.

วันที่ 4 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 6/2564 ระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) และความเป็นรัฐมนตรีของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (10) หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรี […]

โปรดเกล้าฯ ตั้ง กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ดำรงตำแหน่ง “นายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”

ราชกิจจาฯ ประกาศ โปรดเกล้าฯ ตั้ง กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ดำรงตำแหน่ง “นายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ความว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองกรโปรดเกล้าโปรดกระหม่มแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ให้ทรงดำรงตำแหน่ง ประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2559 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 28 กันยายน 2559 ต่อมา ได้มีการประกาศใช้พรราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2560 โดยที่มาตรา 17 บัญญัติให้แก่ไขคำว่า “ประธานสภาราชวิทยาลัย” ในพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559 เป็นคำว่า “นายกสภาราชวิทยาลัย” และบรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศใด ที่ใช้คำว่า […]

มีผลแล้ว! ไฟเขียว บช.น.ฝึกอบรมตำรวจใหม่ได้เอง ไม่ต้องพึ่งกองบัญชาการศึกษา สตช.

มีผลแล้ว! ไฟเขียว บช.น.ฝึกอบรมตำรวจใหม่ได้เอง ไม่ต้องพึ่งกองบัญชาการศึกษา สตช. เมื่อวันที่ ๒๖ พ.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๔ มีรายละเอียดระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ โดยสาระสำคัญของกฎหมายคือ ให้ส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ มีอำนาจคัด สรรหาตำรวจ จัดหลักสูตรฝึกอบรม ต่างๆได้เอง สำหรับ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ระบุไว้ว่า โดยที่ปัจจุบันการสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับ ราชการตำรวจและการฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นอำนาจหน้าที่ ของกองบัญชาการศึกษา และเนื่องจากกองบัญชาการศึกษามีหน้าที่ฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้แก่ ส่วนราชการหลายแห่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งผลให้การสรรหาและพัฒนาบุคลากรของกองบัญชาการตำรวจนครบาลขาดความคล่องตัว สมควร กำหนดให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลดำเนินการดังกล่าวได้เอง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้  

ประกาศราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพิ่มอำนาจช่วงโควิด 19 จัดหา-นำเข้าวัคซีนเองได้

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพิ่มอำนาจช่วงโควิด 19 จัดหา-นำเข้าวัคซีนเองได้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีทั้งปวง ให้ดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่าด้วยการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ – ให้สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีหน้าที่และอำนาจในการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ และมีอำนาจ ในการออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติ และประกาศฉบับนี้ – ให้เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นผู้แทนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ และให้มีอำนาจในการตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ – ยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่น ๆ ที่จำเป็น ที่ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์จัดหามาเพื่อการให้บริการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ถือเป็นทรัพย์สินของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีทั้งปวง […]

ราชกิจจาฯ ประกาศหลักเกณฑ์จ่ายเงิน เสียหายจากการฉีดวัคซีนโควิด สูงสุด 4 แสน

ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ กรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด 19 จ่ายสูงสุดไม่เกิน 4 แสนบาท กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร วันที่ 21 พ.ค.2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) พ.ศ.2564 โดยมีสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ระบุไว้ว่า กรณีผู้รับบริการ ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) พ.ศ.2564 ประกาศนี้ให้มีผลบังคับ ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 เป็นต้นไป “ผู้รับบริการ” ที่ได้รับเงินช่วยเหลือ เบื้องต้นตามประกาศนี้ จะต้องเป็นการเข้ารับวัคซีนตามแผนงาน โครงการ […]

ราชกิจจาฯ ประกาศประมวล “จริยธรรมข้าราชการ” 7 ข้อ ต้องกล้าค้านสิ่งที่ผิด

ราชกิจจานุเบกษา เปิดประมวลจริยธรรม “ข้าราชการพลเรือน” 7 ข้อ ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ต้องกล้าคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 76 วรรคสาม บัญญัติ ก.พ.ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบคุคลของข้าราชการพลเรือน จึงจัดทำขึ้นมีเนื้อหาสำคัญ อาทิ ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจและยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม กล้าคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง กล้าเปิดเผยรายงานการทุจริตประพฤติมิชอบต่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ยอมทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมเพียงเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเอง การจัดทำแนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการพลเรือนตามประมวลจริยธรรม ข้าราชการพลเรือน ให้เป็น ไป ตามที่ ก.พ. กำหนด ประกาศ ณ วันที่ 7 พ.ค. ลงนามโดยนายวิษณุ เครืองาม ประธาน ก.พ.  

ราชกิจจาฯ ประกาศฐานะการเงินประเทศไทย ขาดทุนสะสม 1,069,366,246,596 บาท

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กระทรวงการคลัง รายงานฐานะการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสํารองเงินตรา และกิจการธนบัตร พบขาดทุนสะสม 1,069,366,246,596 บาท วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานฐานะการเงินประจําสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสํารองเงินตรา และกิจการธนบัตร ความว่า เพื่ออนุวัติตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ประกาศรายงานฐานะการเงินประจําสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสํารองเงินตรา และกิจการธนบัตร รวมจํานวน 3 สัปดาห์ ได้แก่ งวดประจําสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564 งวดประจําสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564 และงวดประจําสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 4 […]

เผยประกาศกลาโหม รับทหารอาสาปฏิบัติหน้าที่ป้องกันรักษาความมั่นคงประเทศ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงกลาโหม รับทหารอาสาสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารประจำการให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่19 พ.ค. 2564  เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีเนื้อหาดังนี้ ด้วยกระทรวงกลาโหมประสงค์จะรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา)เพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการในการป้องกันและรักษาความมั่นคงหรือรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศซึ่งเป็นการเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารประจำการให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหารพ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2551 จึงให้ยกเลิกประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 และออกประกาศกำหนดให้กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบกกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รับบุคคลซึ่งเป็นกำลังสำรองประเภทหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่มีการบรรจุในบัญชีบรรจุกำลังตามกฎหมายว่าด้วยกำลังพลสำรองและทหารที่ปลดจากกองประจำการโดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) ตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564  

1 2 25