รองปลัดยธ.เตือนพ่อแม่ นักเตะหมูป่า ระวังเข้าข่ายไม่พร้อมดูแลบุตร รัฐมีสิทธิเข้าไปดูแล!!

Advertisement   เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาระบุถึงกรณีเยาวชนนักเตะทีมหมูป่า ที่มีสื่อมวลชนต่างประเทศ ไปสัมภาษณ์ ว่า ผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุดได้ 6 สัปดาห์แรกหลังประสบภัยร้ายแรงแบบตื่นกลัวสุดขีดมา ถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรังมีระยะเวลาพัฒนาประมาณ 1-2 ปี และที่สำคัญสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปนี้ เด็กกลุ่มนี้อาจป่วยโรคทางจิตเวชที่เรียกว่า “ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ” หรือ Post-traumatic Stress Disorder ซึ่งในวงการหรือสากลจะเรียกโรคนี้ว่า PTSD เป็นภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังพบเหตุการณ์ความรุนแรง เช่น อยู่ในเหตุการณ์วินาศกรรม จลาจล สึนามิ ดินโคลนถล่ม บ้านพัง ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกทารุณกรรมทางเพศ ถูกโจรปล้น พบเห็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ถูกขังเป็นเวลานาน ฯลฯ หรือรวมถึงบางคนอาจจะไม่ได้ประสบพบเหตุร้ายด้วยตัวเอง แต่อาจเห็นจากข่าวหรือได้ฟังคำบอกเล่ามาแล้วรู้สึกตื่นกลัวตามไปด้วย จนทำให้เกิดความเครียดและมีพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตตามมา ซึ่งผู้ที่ได้รับบาดแผลทางจิตใจจากเหตุเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการรักษา ที่สำคัญ PTSD ภาวะเครียดหลังประสบเหตุการณ์สะเทือนใจจะส่งผลต่อความผิดปกติทางอารมณ์ที่กระทบต่อการดำเนินชีวิต และบางรายกลัวความมืดถึงขั้นกลัวแม้กระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า กรณีนี้ถ้าทางการแพทย์วินิจฉัยว่า เด็กมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า และ PTSD แล้ว […]

รองปลัดยธ.วอนคนไทยให้กำลังใจ ‘โค้ชเอก’ หวั่นโทษตัวเอง นำไปสู่โรคซึมเศร้า

  เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณี 13 นักเตะทีมหมูป่า และโค้ช โดยระบุว่า คนแปลกหน้าที่ผมอยากสวมกอดมากที่สุดในโลก ตามกระแสข่าวโค้ชเอกสุขภาพอ่อนแอสุด เหตุสละอาหารให้เด็ก ตัวเองไม่กิน ในฐานะที่เป็นผู้นำ สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด คือ กลัวว่าโค้ชเอกจะโทษตนเอง และสำนึกแบบสำคัญผิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง และไม่ยอมยกโทษให้ตนเอง อันนำไปสู่การพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้า และทำร้ายตนเองได้ ในฐานะที่ผมเป็นคนทำงานด้านเด็ก และเคยเป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงมีประสบการณ์ที่เคยเห็นและสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้จากเด็กๆ ที่เคยดูแลมา ผมจึงอยากให้ คนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจไปให้ฮีโร่ในดวงใจที่ชื่อ “โค้ชเอก” ครับ และโอกาสแรกที่ท่านได้พบโค้ชเอก ช่วยบอกเขาด้วยครับว่า ผมอยากกอดเขามากที่สุดในโลกครับ     ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ธวัชชัย ไทยเขียว