นิด้าโพล เผยคนส่วนใหญ่ชี้ “ประยุทธ์” ควรอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 24 ส.ค.65

Advertisement 7 สิงหาคม ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “8 ปี นายกรัฐมนตรีกับอนาคตทางการเมืองของ 3 ป.” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคม 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี กับอนาคตทางการเมืองของ 3 ป. การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0 Advertisement จากการสำรวจเมื่อถามถึงการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี พบว่า […]

ลือสะพัด! ประยุทธ์เบรกขึ้นค่าไฟ หวั่นกระทบ ปชช. อาจเลิกมติเดิม ทบทวนใหม่

5 ส.ค.2565 สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้แจ้งด่วน ยกเลิกการแถลงข่าวชี้แจงตอบข้อซักถามค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) งวดใหม่เดือนก.ย.-ธ.ค.2565 ก่อนถึงเวลาแถลงตามกำหนดการจริงครึ่งชั่วโมง ตามคำสั่งของบอร์ด กกพ. ที่มีกระแสข่าวว่ามีตัวแทนรัฐบาลที่อ้างคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประสานให้บอร์ดกกพ. ทบทวนตัวเลขอัตราค่าเอฟทีที่จะปรับขึ้นอีกครั้ง เพราะมีความเป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยนับเป็นการเลื่อนกำหนดการแถลงข่าวติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 จากครั้งแรกมีกำหนดการแถลงเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ทางกกพ. ได้ทำหนังสือแจ้งมติการปรับขึ้นค่าเอฟทีไปยัง 3 การไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ทราบแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน ที่ต้องแจ้งก่อนวันปรับค่าเอฟทีจริงเป็นเวลา 30 วัน ตามมติ กกพ. เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2565 ทั้งนี้มติดังกล่าวได้เห็นชอบให้ค่าเอฟทีงวดใหม่ช่วงเดือนก.ย.-ธ.ค.2565 ที่ปรับขึ้นจากงวดก่อน 68.66 สตางค์ต่อหน่วย เป็นอัตรา 93.43 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมค่าไฟฐานเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4.72 บาทต่อหน่วยนับว่าเป็นอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของค่าไฟฟ้าประเทศไทย จากงวดปัจจุบันเรียกเก็บในอัตรา 3.79 บาทต่อหน่วย […]

ไทยอันดับ1ของโลก ขอ “กูเกิล” ให้ลบเนื้อหา วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

ไทยอันดับ 1 ของโลก ขอ ‘กูเกิล’ ให้ลบเนื้อหา วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล โดยตรวจพบว่ามีจำนวนคำขอให้ลบเนื้อหาดังกล่าวทั้งสิ้นมากถึง 1,092 คำขอ 21 ม.ค. 2565 – เว็บไซต์ Surfshark รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลของเว็บไซต์ “กูเกิล” ที่รายงานจำนวนคำขอให้ลบเนื้อหาจากรัฐบาล และตัวแทนของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ นับตั้งแต่ปี 2009 โดยพบว่า เนื้อหาประเภท “วิพากษ์วิจารณ์รัฐ” มีคำขอจากประเทศไทยให้ลบเนื้อหาดังกล่าวมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก อย่างไรก็ตามหากนับรวมประเภทคำขอทั้งหมด รัสเซีย จะอยู่ในอันดับที่ 1 ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 16 Surfshark ระบุว่า กูเกิล ประกาศตัวเลขสถิติคำขอให้ลบเนื้อหาต่าง ๆ ออกจากแพลตฟอร์มนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา และพบว่าคำขอดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นมากในปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐและเป็นปีของ เบร็กซิท ด้วย ทั้งนี้ตัวเลขคำขอให้ลบเนื้อหานั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยรัสเซีย มีคำขอให้ลบเนื้อหามากที่สุดในโลกนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลที่จำนวน […]

เอาแล้ว! ผู้ประกอบการยื่นฟ้อง “ประยุทธ์” หลังสั่งปิด เรียกค่าเสียหายหลายล้าน

ผู้ประกอบการร้านอาหาร ยื่นฟ้อง “ประยุทธ์” กับพวก ละเมิด และขอเพิกถอนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สั่งปิดสถานที่ ศาลนัดชี้ 2 สถาน วันที่ 3 ก.พ.ปีหน้า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.64 ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มผู้ประกอบกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่ม 3 ราย ยื่นฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1, กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2, กระทรวงสาธารณสุข จำเลยที่ 3 และกระทรวงการคลัง จำเลยที่ 4 ความผิดละเมิด เรียกค่าเสียตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โดยให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสาม ทุนทรัพย์รวม 6,116,685 บาท และขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ที่ส่งผลให้ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มต้องปิดการประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน โดยสืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอดจนการดำเนินการของจําเลยที่ 1 และการบริหารจัดการแก้ปัญหาเกี่ยวกับโรคดังกล่าวที่ผิดพลาด […]

ประยุทธ์ ลั่นกลางวง ครม. ยึดหลัก 3 สถาบันหลักของชาติ “ไม่แตะแก้ 112” เด็ดขาด

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ประกาศจุดยืน กลาง ครม. ไม่แก้-ไม่แตะ ม.112 ลั่น บริหารประเทศโดยยึดหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 พ.ย.64 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวถึงจุดยืนเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนายกฯ ได้ย้ำกับ ครม. และฝากถึงพี่น้องประชาชน ว่าในนามของนายกฯ ครม. และพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 แน่นอนเพราะรัฐบาลจะบริหารประเทศโดยยึดหลักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์   ข่าวจาก : ข่าวสด

ประยุทธ์ ตอบแล้ว หลังโดนจับโป๊ะก๊อปคำพูด โอบามา ชี้ผู้นำอาจมีความคิดเหมือนกันได้

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบปมโซเชียลจับโป๊ะ ก๊อปสปีช บารัค โอบามา ลั่นผู้นำอาจมีความคิดเหมือนกันก็ได้ ชี้ กระทรวงการต่างประเทศคิดให้ จำไม่ได้ว่าใครพูดอะไรบ้าง จากรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เข้าร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 26) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร มีการพบปะผู้นำระดับโลก และได้กล่าวถ้อยแถลง ซึ่งในส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงดังกล่าวนั้นเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความคล้ายคลึงกับถ้อยแถลงของ นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เคยกล่าวไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 4 ส.ค. พ.ศ.2558 โดยเป็นการแถลงโดยรวมตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่ทำเนียบขาว จึงเกิดคำถามว่าเป็นความบังเอิญหรือจงใจลอกมา ตามรายงานของเดลินิวส์ ระบุว่า นายบัน คี มูน เป็นคนพูดคนแรกกับสื่อมวลชน ที่หน้าสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เมื่อปี 2557 และยังกล่าวอีกในหลายเวทีเกี่ยวกับประเด็นปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยนายบัน คี มูน พูดย้ำเสมอว่า “There is […]