จันทร์หน้างวดสุดท้าย รอรับ ‘ม.33 เรารักกัน’ โอนเงินเพิ่มพิเศษให้อีก 1,000 บาท

Advertisement จันทร์หน้างวดสุดท้าย รอรับ ‘ม.33 เรารักกัน’ โอนเงินเพิ่มพิเศษให้อีก 1,000 บาท สามารถสะสมยอดใช้จ่ายได้ถึง วันที่ 30 มิ.ย.64 หลังจากที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือนเม.ย. เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเพิ่มวงเงินให้ประชาชนผู้มีสิทธิในโครงการ “เราชนะ” และ “ม.33 เรารักกัน” อีกคนละ 2,000 บาท แบ่งจ่าย 2 งวด งวดละ 1,000 บาท ดังนี้ ไทม์ไลน์การโอนเงินของทั้ง 2 โครงการ มีดังนี้ 1. โครงการเราชนะ : โอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” วันที่ 20 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 27 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 […]

บิ๊กตู่ขีดเส้นใต้3เดือน!! หน่วยงานรัฐต้องเลิกเรียกสำเนาบัตรปชช.-ทะเบียนบ้านจากประชาชน!!

  บิ๊กตู่ประชุมรัฐบาลดิจิทัล เห็นชอบตั้ง 4 อนุกรรมการใหม่ สั่ง 3 เดือน เลิกขอสำเนาเอกสาร ลดภาระของประชาชน วันที่ 9 มีนาคม 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยได้ให้แนวทางขับเคลื่อนประเทศ ทั้งที่เป็นส่วนราชการ ภาคธุรกิจ ประชาชน ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านการบูรณาการการทำงานและมีการเชื่อมโยงข้อมูลซึ่งกันและกัน และต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีการกำหนดโรดแมปที่ชัดเจนในแต่ละขั้น การใช้ดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการที่รวดเร็ว อำนวยความสะดวก และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ 1) อนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านการบริการประชาชน เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนด้วยดิจิทัล เพื่อให้เกิดเป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) 2) อนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรภายในองค์กรภาครัฐ 3) อนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างมีคุณภาพ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนและตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายประเทศ รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานทุกระดับและทุกมิติ 4) อนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลด้านความมั่นคงปลอดภัยในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ […]

ป้องกันสวมรอยเปิดบัญชีธนาคาร!! กรมการปกครองแนะธนาคาร ลงทุน198บาทติดตั้งเครื่องอ่านบัตรประชาชนพิสูจน์ตัวบุคคล!!

  เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการป้องกันของกรมการปกครอง(ปค.)ไม่ให้เกิดปัญหาอย่างกรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ที่ถูกสวมบัตรประชาชนแล้วนำไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งว่า เรื่องบัตรประชาชนแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.เจ้าของบัตร ควรรักษาบัตรประชาชนให้ดี 2.หากบัตรหายต้องรีบทำใหม่โดยเร็วที่สำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศ 3.เมื่อแจ้งบัตรหายและออกบัตรใหม่แล้วระบบคอมพิวเตอร์ของกรมการปกครองจะบันทึกไว้ว่าบัตรใบเก่าถูกยกเลิกเนื่องจากแจ้งหายไว้แล้ว ทั้งนี้ ระบบฐานทะเบียนราษฎร์ของเราเป็นระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เชื่อมโยงกับทุกสำนักอำเภอ ท้องถิ่น สถานทูต ดังนั้นฐานข้อมูลของกรมจะเป็นแบบเรียลไทม์ เมื่อมีคนแจ้งหายระบบจะบันทึกไว้ทันที ซึ่งเรามีบริการให้ส่วนราชการ ภาคเอกชน เข้ามาตรวจสอบได้ ส่วนของภาคเอกชนและภาครัฐที่มีการนำบัตรประชาชนไปใช้ลงทะเบียนลูกค้าหรือผู้มาขอรับบริการ สิ่งที่ต้องทำ 3 อย่างคือ 1.ต้องดูหน้าของผู้มาขอใช้บริการว่าเหมือนในบัตรหรือไม่ ใช่เจ้าของบัตรหรือไม่ 2.ต้องตรวจสอบด้วยว่าบัตรประชาชนใบที่ใช้ทำธุรกรรมเป็นของจริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้โดยเครื่องอ่านบัตรประชาชนราคาเครื่องละ 198 บาท โดยทุกธนาคารและทุกสาขาสามารถซื้อติดตั้งได้ ถ้าข้อมูลเหมือนกับหน้าบัตรก็แสดงว่าเป็นบัตรจริง แต่ถ้ามีการนำใบไปแก้ไข พิมพ์ใหม่ก็ตรวจสอบได้ว่าข้อมูลเดิมที่อยู่ในชิปกับหน้าบัตรปัจจุบันไม่ตรงกัน แสดงว่ามีการปลอมแปลงบัตรมา 3.ทางกรมมีระบบให้คอมพิวเตอร์ของแต่ละหน่วยงาน เข้ามาตรวจสอบได้ว่าบัตรใบนี้มีสถานภาพเป็นปกติ ถูกแจ้งหาย หรือถูกยกเลิกเนื่องจากสวมตัวหรือไม่ ซึ่งภาคเอกชนยังไม่ค่อยได้ใช้กระบวนการนี้ […]

ไม่ตรวจสอบหน่อยหรอ?! ผู้สื่อข่าวทดสอบใช้บัตร ปชช.เด็กฝึกงานทำการเปิดบัญชี จนท.แค่ทักว่าหน้าเด็กว่าในบัตร-รีบดำเนินการให้รวดเร็ว!!

  จากข่าวคึกโครมเกี่ยวกับผู้เสียหายรายหนึ่งที่จู่ๆ ก็เป็นเหยื่อเพราะมีคนสวมสิทธิบัตรประชาชนเธอไปแอบอ้างเปิดบัญชี ล่าสุด (10ม.ค.61) ทวิตเตอร์ @Jeed_New18 ซึ่งเป็นนักข่าวนิวทีวี ก็ทำการทดสอบโดยยืมบัตรประชาชนของน้องฝึกงานคนหนึ่งที่อายุอ่อนกว่ามากๆ ไปสวมสิทธิเปิดบัญชี เจ้าหน้าที่ธนาคารก็ทักเพียงแค่ว่าเธอหน้าเด็กตั้งเยอะ แล้วดำเนินการให้ทันที โดยไม่มีการกรองข้อมูลอย่างละเอียดแต่อย่างใด     ทั้งนี้ ไม่มีการระบุว่าเป็นธนาคารอะไร แต่หลายคนที่ได้เห็นโพสต์นี้ในทวิตเตอร์ต่างฮือฮาเป็นอย่างมากของการทำงานของเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ไม่ละเอียดรอบคอบกว่านี้   ทีมข่าว New18 ทดลองให้ผู้สื่อข่าวนำบัตรปชช.ผู้อื่น(น้องฝึกงาน)ซึ่งอายุอ่อนกว่าผู้สื่อข่าวเกือบ1รอบไปเปิดบัญชีธนาคาร ปรากฏว่า จนท.ธนาคารทักเพียงว่าหน้าดูเด็กลงและเปิดบัญชีให้ในเวลาไม่ถึง10นาที pic.twitter.com/UctUhrdXqj — Jirapha NewTV18 (@Jeed_New18) January 10, 2018   ขอบคุณข้อมูลจาก : @Jeed_New18