ตาลีบัน อนุญาตให้หญิงชาวอัฟกันเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้

Advertisement วันนี้ (30 ส.ค.64) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อับดุล บากี ฮักกานี รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษาของกลุ่มตาลีบันประกาศว่า ภายใต้การปกครองของพวกเขา ผู้หญิงชาวอัฟกัน จะยังคงสามารถสานต่อการศึกษาระดับสูงของพวกเขาด้วยความปลอดภัย จะได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย แต่ห้ามเป็นชั้นเรียนแบบผสม ตามกฎหมายกฎหมายชะรีอะฮ์ กลุ่มตาลีบันให้สัญญาเคารพความก้าวหน้าต่างๆ ในด้านสิทธิสตรี แต่ต้องเป็นไปตามการตีความตามกฎหมายอิสลามอันเข้มงวดของพวกเขา อัตราการเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยในอัฟกานิสถานเพิ่มขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบรรดาผู้หญิงที่สามารถศึกษาเล่าเรียนเคียงข้างผู้ชาย และร่วมสัมมานากับศาสตราจารย์ผู้ชาย ขณะนี้ ตาลีบันยังไม่แถลงจัดตั้งรัฐบาล โดยบอกว่าพวกเขาจะรอจนกว่าทหารสหรัฐฯ และต่างชาติจะถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานเสียก่อน   ข่าวจาก : 7hdร้อนออนไลน์

บีบหัวใจ ! พ่ออัฟกันส่งลูกน้อยข้ามรั้วหนาม ให้ทหารสหรัฐฯ จำใจแยกจาก

ภาพบีบหัวใจ พ่ออัฟกัน ยื่นลูกน้อยให้ทหารสหรัฐฯ ยอมแยกจาก ขอลูกปลอดภัย ไร้ความหวัง หลังตาลีบันยึดประเทศ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งโลกต่างสะเทือนใจและจุกอกกับภาพชาวอัฟกานิสถานจำนวนมาก ช่วยกันส่งเด็กข้ามกำแพงรั้วลวดหนาม ให้กับทหารอเมริกันที่อยู่อีกฝั่ง ผู้คนเหล่านี้ต่างเป็นพ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา แต่พวกเขายอมแยกจากจากลูกหลานแม้ใจแทบขาด และชีวิตนี้อาจไม่มีโอกาสได้พบกันอีก แค่เพื่อให้เด็กเหล่านี้ปลอดภัยจากตาลีบัน (Taliban) ที่เพิ่งยึดครองประเทศ และประกาศจัดตั้งรัฐบาล จากการายงานของ นิวยอร์กไทม์ส เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ระบุว่า หนึ่งในเด็กที่ถูกส่งข้ามไป คือทารกน้อยอายุเพียงไม่กี่เดือน พ่อเด็กและฝูงชน ช่วยกันดันตัวเด็กขึ้นไป จนนาวิกโยธินสหรัฐเอื้อมมือมาคว้าเด็กเอาไว้และส่งต่อไปข้างหลัง โดยภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ได้ถูกแชร์ไปทั่วโลก ผู้คนต่างตั้งคำถามถึงความเป็นธรรม และอยากรู้ชะตากรรมของเด็กคนนี้ จนกระทั่งล่าสุด พ.ต. เจมส์ สเตนเจอร์ โฆษกนาวิกโยธินสหรัฐ เปิดเผยกับ New York Times ว่า หลังจากรับตัวเด็กไป ก็ส่งตัวไปยังหน่วยแพทย์สนามทันทีและได้รับการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตอนนี้เด็กได้กลับคืนสู่อ้อมอกพ่อแล้ว ขอยืนยันว่าเด็กปลอดภัยดี และขณะนี้ทั้งสองกำลังอยู่ที่สนามบิน เพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่ามีเด็กอัฟกันถูกช่วยเหลือไปทั้งหมดกี่คน […]