ศบค.แจงแผนตั้งด่าน-ให้เดินทางไม่สะดวก ต้องใช้ 3 อย่างแอพฯไทยชนะ-เว็บใหม่-เอกสารจนท.

Advertisement ศบค.แจงแผนตั้งด่าน-ให้เดินทางไม่สะดวก ต้องใช้ 3 อย่างแอพฯไทยชนะ-เว็บใหม่-เอกสารจนท.ในพื้นที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เป็นต้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าเดินทาง ขอให้อยู่ในเคหสถาน Advertisement เมื่อวันที่ 19 ก.ค.64 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดตามมาตรา 9 พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) ออกเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2564 กำหนดจังหวัดควบคุมสุงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จาก 10 จังหวัดเพิ่มเป็น 13 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จาก 24 จังหวัดเป็น 53 จังหวัด พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จาก 25 จังหวัดเหลือ 10 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 18 […]

รมว.คมนาคมสั่ง’ตำรวจทางหลวง’ ถกกำหนดมาตรฐานตั้งด่าน

  “อาคม”สั่ง ทล.หารือตำรวจทางหลวง กำหนดมาตรฐานตั้งด่านบนถนน ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีตำรวจทางหลวงตั้งด่านเรียกรถบนถนนทางหลวง จนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนว่า ในเรื่องดังกล่าวได้สั่งการให้กรมทางหลวง(ทล.)ประสานงานกับตำรวจทางหลวงถึงการตั้งด่านตรวจบนถนนของกรมทางหลวงให้มีมาตรฐานและความเข้าใจตรงกันในเรื่องการตั้งด่านในระยะที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะตามหลักการที่กรมทางหลวงอนุญาตให้กรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ตั้งด่าน คือ ด่านชั่งน้ำหนักรถบรรทุกเกินพิกัด ส่วนตำรวจทางหลวงตั้งด่านตามกฎหมายก็สามารถตั้งด่านได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ “การทิ้งระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันจะต้องมีความเหมาะสม ซึ่งจะมีความสำพันธ์กับความเร็วด้วย เช่น จากหลักการพบว่าหากขับรถด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตร(กม.)/ชั่วโมง(ชม.) ระยะห่างจะอยู่ที่ 27.7 เมตร หรือประมาณ 1 ช่วงเสาไฟฟ้า และหากขับรถที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะห่างคันหน้าจะห่างกันที่ 20 เมตร ดังนั้นการขับรถในทางปฎิบัติต้องดูระยะห่างให้ดี หากคนขับรถถูกตำรวจทางหลวงเรียกขณะขับรถ ในทางปฏิบัติอย่าเบรกกะทันหัน เพราะอาจถูกรถคันหลังที่ตามมาชนท้ายได้ ทางที่ดีควรค่อยๆลดความเร็วและลงไหล่ทาง ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้”นายอาคม กล่าว ข่าวจาก : มติชนออนไลน์