คนมีลูกปีนี้เตรียมเฮ!! สรรพากรให้สิทธิลดหย่อนสูงสุดถึง60,000บาท!!

Advertisement   จากการคาดการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ที่คาดว่าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2579 โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุถึง 30% กระทรวงการคลังจึงต้องออกมาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นให้มีอัตราการเกิด  โดยค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์และค่าทำคลอด ไม่ว่าจะเป็นบุตรคนที่เท่าไหร่ แต่หากตั้งครรภ์ภายในระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2561 – 31 ธ.ค 2561 ก็สามารถนำค่าใช้จ่าย มาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดถึง 60,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1161 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/044/1.PDF ขอบคุณข่าวจาก : FINSTREET

ไม่ใช่ทุกคนที่ควรมีลูก!! บทความที่หนุ่มสาวควรอ่านก่อนคิดจะลูกสักคน!!

  บทความโดย : ไม่มีใครพูด * ใครๆก็อยากมีลูก แต่… บ้านเราคู่รักหนุ่มสาวต้องมีลูก พอแต่งงานก็ "อยากมีตัวเล็กเป็นของตัวเอง" แล้วทั้งสังคมครอบครัวพ่อแม่ปู่ย่ากดดัน "อยากอุ้มหลานเร็วๆ" แถมสมัยนี้บรรทัดฐานสังคม หนุ่มสาวนิยมมีลูกก่อนแต่งงานด้วยซ้ำ เลยบางทีแต่งงานกันโดยจำเป็น ไม่ใช่ความรัก  ชีวิตคู่ที่ลุ่มๆดอนๆก็สู้กันไป เพราะโตแล้วทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่ แต่เด็กๆล่ะ ชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้นของพวกเค้าจะเป็นไง ชีวิตที่เค้าไม่มีสิทธิ์เลือกเลย * ไม่ใช่ทุกคนที่ควรมีลูก ไม่โลกสวย ในความเป็นจริงผู้คนในสังคมมีทั้งดี (มีวุฒิภาวะ) และร้าย (เอาแต่ใจ) บางคนโตแล้วยังเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย ตัดสินใจผิดเสียหายชีวิตตลอด บางคนเห็นแก่ตัวมาก ชอบทำร้ายคนอื่น รู้จักแต่ใช้ความรุนแรงตัดสินความขัดแย้ง  คนเหล่านี้แม้เราผู้ใหญ่เจอแวบเดียวก็แย่แล้ว อยากหนีให้ไกลที่สุด แต่ปรากฎว่ามีเด็กๆมากมายที่ต้องทนอยู่กับคนแบบนั้นตั้งแต่เกิด เพราะมีพ่อแม่ที่ขาดวุฒิภาวะ เอาแต่ใจ ติดความรุนแรง ความสัมพันธ์ล้มเหลว เด็กๆถูกทำร้ายด้วยคำพูดหรือกำลังตั้งแต่เด็กจนโต หนีไปไหนไม่ได้เหมือนเรา หลายคนสุดท้ายโตขึ้นก็เลยกลายเป็นคนแบบนั้น เพราะไม่รู้จักชีวิตแบบอื่น พวกเค้าจะมีสายตาที่มองโลกในแง่ร้ายสุดๆ จากประสบการณ์วัยเด็ก แล้วก็เลยทำแบบเดียวกันกับลูกต่อไปอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ จึงเป็นวงจรอุบาทว์ที่หมุนตัวเองไปไม่รู้จบ * ฉันไม่น่าเกิดมาเลย ทำไมต้องทำให้ฉันเกิดมาด้วย บางทีจะได้ยินเด็กๆบ่นอย่างนั้นไปตลอดชีวิต  ครอบครัวแบบนี้มีเยอะแค่ไหน? ลองมองไปรอบๆตัวก็เห็น ยิ่งในข่าวและดราม่ายิ่งเห็นประจำ […]

เพราะคนยุคนี้ไม่มีเวลา!! ผุดอาชีพใหม่’รับจ้างพาไปหาหมอ’ ตอบสนองคนทำงานที่มีเงินแต่ไม่มีเวลาดูแลคนแก่ที่บ้าน

  หมดห่วง ไม่ต้องเป็น “ลูก-หลาน อกตัญญู” อีกต่อไป พ่อ-แม่-ญาติผู้ใหญ่ป่วย แต่ทำงานจนไม่มีเวลาว่าง ก็หันมาพึ่งอาชีพ "รับจ้างพาไปหาหมอ" ได้ โทร.กริ๊งเดียว มารับถึงประตูบ้าน ส่งถึงโรงพยาบาล แล้วรับมาส่งบ้านอีกหน สะดวกจนน่าดีใจ แต่จะทดแทนกำลังใจจากลูกหลานได้ไหม หรือจะยิ่งทำให้คนป่วยสูงวัย รู้สึกเหงายิ่งไปกว่าเดิม? “ลูกหลาน” ไม่ว่าง! “สูงวัย” อุ่นใจ มีคนพาไปหาหมอ  ปัจจุบันชีวิตคนทำงาน มักจะไม่มีเวลาที่จะพาคนในครอบครัวไปหาหมอ “สุดเครียด” ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น “ติดธุระกะทันหัน” หรือ “ลางานไม่ได้” หากจะปล่อยให้ผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลเองคนเดียว ก็คงจะทุลักทุเล ขึ้นรถ-ลงรถ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดอาชีพ “รับจ้างพาผู้สูงอายุไปหาหมอ” มีบริการรับ-ส่ง ผู้ป่วยจากบ้านมายังโรงพยาบาล โดยบริการรับจ้างดังกล่าว ได้มีเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “รับจ้างพาไปหาหมอ ไปทำบุญ ไปเป็นเพื่อน by ทองกร” ถูกใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร รับงานจากลูกค้าที่ไม่สามารถพาคนในครอบครัวไปยังโรงพยาบาลได้ และต้องการใช้บริการรับจ้างเพื่อความสะดวกในช่วงที่ไม่มีเวลาว่าง  ทีมข่าวผู้จัดการ Live จึงได้ติดต่อไปยังเจ้าของเพจดังกล่าว ทองกร-ศุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว กรณีการรับจ้างพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล จะต้องเป็นคนที่มีใจรัก ชอบช่วยเหลือคน ซึ่งงานตรงนี้เป็นการขายเวลาให้กับญาติที่ไม่มีเวลา     การรับจ้างดังกล่าว เธอบอกว่า […]

ผิดตรงไหน?! สาวถามความเห็นชาวเน็ต ตนเองจบ ป.ตรีแต่ทำงานเป็นแม่บ้าน ไม่ดีอย่างที่แฟนว่าจริงหรือ?

  เป็นคำถามที่เหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไหร่ กับประเด็น "เรียนจบป.ตรี ทำงานแม่บ้านผิดเหรอ_?" ซึ่งทาง สมาชิกหมายเลข 2900574 ได้ให้รายละเอียดไว้ดังนี้ คือ เราเรียนจบป.ตรี สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ แต่เราทำงานแม่บ้าน (ที่ต่างประเทศ)  แฟน (ต่างชาติ) บอกว่างานที่เราทำงานน้อย(เงินน้อยแม่สิกุเลี้ยงได้ทั้งครอบครัว) ถ้าไม่หักภาษีก็เกือบ 55000 ที่ไทยเราเคยทำงานมาบ้างได้ไม่ถึง 15000 เลย  คือแฟนเรายังเรียนอยู่ ไม่ได้เลี้ยงดูเราค่าห้องค่าอะไรก็แชร์กัน เหมือนพูดเชิงว่างานนี้มันต่ำต้อย เธอจบต้งป.ตรี ทำงานแม่บ้าน คนอื่นคิดเหมือนกันใช่ป่ะ ?  คือ ผิดเหรอว่ะที่ทำงานแม่บ้านมันต่ำมากเหรอว่ะ ขอความเห็นหน่อย     โดยหลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป หลายคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นเชิงเห็นใจและตำหนิ บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องน่าเห็นใจ งานสมัยนี้หากันไม่ง่าย หยิบจับได้อะไรก็ทำไปก่อน ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย แต่บางคนก็อยากให้เจ้าของกระทู้ทบทวนตัวเองใหม่ ลองพัฒนาตนเองให้มากกว่านี้ เผื่อจะได้งานตำแหน่งที่ดีกว่านี้ และรายได้เยอะกว่านี้มาก             อ่านเพิ่มเติมที่ : https://pantip.com/topic/37268386

สุดจะอัดอั้น!!! คุณแม่ระบายความในใจ ครูสาวตีลูกจนต้องหามเข้าโรงพยาบาล แถมยังห้ามเพื่อนคบ!

ขึ้นชื่อว่าคนเป็นแม่ ย่อมมีความรักความห่วงใยให้กับคนเป็นลูก จริงไหมคะ? เมื่อได้รับรู้ว่าลูกชาวหัวแก้วหัวแหวน ถูกทำร้ายร่างกายและถูกทำร้ายทางจิตใจ ก็ไม่ผิดเท่าไหร่นักที่คนเป็นแม่จะออกมาปกป้องทั้งน้ำตา ดังในกรณีที่เกิดขึ้นกับ นางวิยะดา จารัมย์ แม่ของเด็กชายน่ารักๆ วัย 9 ขวบ ที่ถูกคุณครูกลั่นแกล้งมานมนาน จนต้องออกมาร้องขอ ให้ครูสาวเลิกโกรธลูกชาย หลังลูกชายผวาไม่อยากไปโรงเรียน โดยครูอ้างว่าเด็กเอาเครื่องคิดเลขมาเล่นในโรงเรียน เลยใช้ไม้ตีหัว และห้ามไม่ให้เพื่อนในห้องเรียนคบหาและกินข้าวด้วย ย้ายโรงเรียนหนีเด็กยังผวาและไม่มีเพื่อนในหมู่บ้านมาเล่นด้วย เพราะครูได้สั่งไว้ก่อนหน้าหากใครมาเล่นด้วยจะตีให้หลังแตก วอนครูเมตตา แม่ต้องออกจากงานมาดูลูก วันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากร้านทองชื่อดังแห่งหนึ่งว่ามีเด็กชายวัย 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.3 ถูกครูประจำชั้นทำร้ายแล้วยังไม่พอ ยังมีพฤติกรรมซ้ำเติม สร้างความเจ็บช้ำให้ทั้งแม่และลูก จนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของครอบครัว เมื่อไปตรวจสอบ พบนางวิยะดา จารัมย์ อายุ 36 ปี พร้อมสามีและลูกชายอีก 2 คน อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่ท้ายหมู่บ้านเล็บเหยี่ยว ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ สอบถามถึงเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยนางวิยะดา เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงสอบก่อนปิดเทอม […]

4 เหตุผล..ทำไมชีวิตคู่ของคุณต้องจบลงเพราะโลกโซเชียล!

โลกโซเชียลก็เปรียบเสมือนโลกอีกใบที่ทำให้คุณกับคนรักใกล้ชิดกัน แต่ขณะเดียวกันมันก็อาจเป็นดาบสองคมที่ทำให้ชีวิตคู่ของคุณล้มเหลวได้ และนี่ก็คือ 4 เหตุผล..ทำไมชีวิตคู่ของคุณต้องจบลงเพราะโลกโซเชียล อ่านเเล้วก็นำไปปรับใช้กับชีวิตรักของคุณกันนะคะ  มองแต่หน้าจอ  พูดคุยกันผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ แสดงความรู้สึกกันผ่านทางสติกเกอร์ ปรึกษาเรื่องสําคัญผ่านตัวอักษร แทนที่จะใช้เวลาร่วมกันจริงๆ ได้มองหน้า ได้สัมผัสน้ำเสียง สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นการเพิ่มเติมความผูกพัน ถึงแม้ว่าพวกคุณจะอยู่ด้วยกัน แต่ความห่างเหินย่อมเกิดขึ้นได้ มีความลับในโซเชียล  อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณคิดว่าไม่น่าเป็นปัญหาอะไร เพราะบริสุทธิ์ใจต่อการกระทําของตนเอง หากแต่อีกฝ่ายไม่เข้าใจเช่นนั้น จะเกิดปัญหาได้จากความระแวงคลางแคลงใจ ยิ่งคุณไม่บอกยิ่งดูเหมือนเป็นความลับ ถึงแม้คุณจะคิดว่าบางอย่างมันเป็นเรื่องส่วนตัว คนเราก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง แต่ควรแยกให้ออกระหว่างความเป็นส่วนตัวกับไม่มีความลับ ติดต่อพูดคุยกับคนรักเก่า  แค่หัวข้อก็ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องซะแล้ว แต่หลายๆ คนเมื่อเลิกลากับคนรักไปแล้ว ก็ยังสามารถเป็นพื่อนที่ดีต่อกันได้ ยิ่งห่างหายกันไปนานและได้กลับมาเจอกัน ย่อมมีการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเป็นธรรมดา แต่เรื่องแบบนี้ควรระวัง เพราะอีกฝ่ายย่อมเกิดความหวาดระแวง และอาจนําไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งได้ นําเรื่องในโซเชียลมาเปรียบเทียบคู่ของตนเอง  คงคล้ายๆ กับพ่อแม่ที่เปรียบเทียบลูกตนเองกับลูกคนอื่น คนทุกคนมีเอกลักษณ์ของตนเอง มีนิสัยใจคอ มีความชอบไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน หากคุณชอบใครบางคนในโซเชียลที่เจอ และบอกตัวเองว่านี่แหละคนที่ใฝ่ฝัน คุณก็ควรจะตามหาคนแบบนั้นตั้งแต่แรก อย่ามาบอกให้คู่ของตนเองปรับเปลี่ยน หรือพูดเปรียบเทียบแบบย้ำคิดย้ำทํา นอกจากนี้ การพูดคุยกันผ่านโซเชียลที่มีแต่ตัวอักษรสื่อความหมาย คุณไม่สามารถรู้ได้ว่า ณ ขณะนั้นอีกฝ่ายกําลังรู้สึกอย่างไรแน่ อาจทําให้การแปลความหมายผิดจากวัตถุประสงค์ของผู้พูดคาดเคลื่อนเป็นอย่างอื่นได้ค่ะ ทางที่ดีคุณควรหันหน้าเข้ามาพูดคุยกันเมื่อยามทะเลาะจะดีกว่านะคะ ^^

ทายซิ มีลูก 1 คนคุณจะหมดเงินไปเท่าไหร่ ?

ตั้งแต่ลูก 1 คนเกิดมา จนกว่าลูกจะเรียนจบ ทายซิพ่อแม่ใช้เงินไปเท่าไหร่? ใครที่อยากทราบ ลองอ่านคำตอบจากครอบครัวทั้ง 3 ครอบครัวที่เราไปสัมภาษณ์กันดูค่ะ ครอบครัวที่หนึ่ง ข้อมูลพื้นฐานของครอบครัว: ครอบครัวชาวอินเดียที่ทำธุรกิจในประเทศไทย คุณพ่อเป็นนักธุรกิจ คุณแม่เป็นแม่บ้าน มีลูกคนแรกเมื่อคุณพ่ออายุ 36 และคุณแม่อายุ 29 ปี มีลูก 2 คน เป็นลูกชายและลูกสาว ปัจจุบันลูกสาวของครอบครัวเรียนจบมาแล้ว 2 ปี และอายุ 23 ปี สำหรับคำถามที่เราสัมภาษณ์จะพูดถึงค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกสาวเพียงคนเดียวค่ะ 1. มีวิธีการเลือกโรงเรียน หรือ ระบบการศึกษาให้ลูกของท่านอย่างไร? เนื่องจากครอบครัวของเราเป็นชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หากอยู่ในบ้านด้วยกันเองเราจะพูดภาษาฮินดี และ ภาษาอังกฤษ เราพูดและฟังภาษาไทยได้แค่ระดับพื้นฐาน นอกจากนี้เรายังมีญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่หลายประเทศทั่วโลก โรงเรียนที่เราเลือกให้ลูกจึงเป็นโรงเรียนนานาชาติ เพราะมีการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก สำหรับการเลือกโรงเรียนเราเลือกจากชื่อเสียงและคำแนะนำของญาติพี่น้อง คนใกล้ตัว และเราเลือกโรงเรียนนานาชาติที่มีการสอนภาษาฮินดีให้ลูกด้วย 2. นอกจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาของลูกแล้ว ค่าใช้จ่ายด้านใดอีกที่เป็นค่าใช้จ่ายหลักรองลงมา? ช้อปปิ้ง ซื้อเสื้อผ้า นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการจ้างพี่เลี้ยง แม่บ้าน ให้ช่วยทำงานบ้านและเลี้ยงลูกก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่มากพอสมควร [ads=center] 3. เลิกให้ความช่วยเหลือลูกทางการเงินเมื่อลูกอายุเท่าไหร่ […]