ราชกิจจาฯ เผยระเบียบช่วยเหลือนร.โรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

Advertisement ราชกิจจาฯ เผยระเบียบมาตรการช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล วันที่ 13 มิถุนายน ราชกิจจานุเบกษา ได้เผย ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 Advertisement โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล ให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2564 เห็นชอบให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครูสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ประเภทอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครูเพิ่มขึ้น 450 บาทต่อคนต่อปี โดยปรับอัตราจาก 8,582.50 บาทต่อคนต่อปี เป็น 9,032.50 บาทต่อคนต่อปี เท่ากับการอุดหนุนนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อประกันรายได้ครูโรงเรียนเอกชนให้ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่ทางราชการกำหนด ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2556 ประกอบกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตามมาตรา 13 (6) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. […]

เผยบิลค่าชุด-อุปกรณ์การเรียน หมดเกือบครึ่งหมื่น เทียบ 1 ใน 3 ของเงินเดือนแม่

11 มิถุนายน 2565 เฟซบุ๊ก Drama-addict ได้เผยภาพใบเสร็จที่เขียนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับชุดนักเรียน-อุปกรณ์การเรียนของคุณแม่ลูก 2 รายหนึ่ง ซึ่งเบ็ดเสร็จรวมทั้งหมดแล้วต้องจ่ายเงิน 5,050 บาท พร้อมแคปชั่นว่า “รายจ่ายผู้ปกครองยุคนี้นี่บับว่า อันนี้คุณแม่ท่านนึงส่งมาให้ดูบอกว่า โรงเรียนชนบทธรรมดาค่ะ ลูกสองคน เงินเดือน 1/3 ของแม่” ขณะที่บางความคิดเห็นมองว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวดู ๆ แล้วไม่น่าจะแพงเท่าไหร่เพราะเป็นการจ่ายให้ลูก 2 คน ซึ่งระบุว่าคนที่มองว่าแพงเพราะเป็นเงินก้อน ถ้าเอามาเฉลี่ยค่าขนมลูกแต่ละวัน ค่าขนมลูกยังสูงกว่า จะมีลูกก็ควรจ่าย เสื้อผ้านักเรียนก็เหมือนเสื้อผ้าทั่วไป ซื้อครั้งเดียวใส่ได้ 3 ปี แต่พอมาซื้อทีเดียวก็เลยใช้เงินเยอะ ถ้าทยอยซื้อก็คงไม่แพงขนาดนี้ ด้านบางคอมเมนต์ยืนยันว่าเงินจำนวนนี้แพง นอกจากจะค่าชุดแล้วยังมีค่าบำรุงการศึกษา ค่าใช้จ่ายจิปาฐะ คนที่ไม่มีคือไม่มีจริง ๆ แถมเด็ก ๆ โตเร็ว บางทีซื้อชุดเผื่อโตแต่แป๊บ ๆ ก็ไม่ได้แล้วโดยเฉพาะรองเท้า-ถุงเท้า ถือว่าสิ้นเปลืองมาก เงิน 5,000 บาท ของแต่ละคนไม่เท่ากัน เคสนี้ถือว่าเพงมากเพราะเกินครึ่งหนึ่งของเงินเดือนแม่โดยเฉพาะต่างจังหวัด อีกทั้งมองว่าควรมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าเกี่ยวกับนักเรียนได้แล้วทั้งกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า สมุด […]

ผู้ปกครองเผยชุดลูกเสือแพงถึง900 ใส่สัปดาห์ละวัน แนะใช้แค่ผ้าพันคอก็พอ

6 มิ.ย. 2565 – จากกรณีกระแส “ยกเลิกชุดลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด” ที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เนื่องจากมองว่าเครื่องแบบมีราคาแพง โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับการให้ยกเลิกกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และให้ยกเลิกเครื่องแบบอย่าง แต่ให้คงกิจกรรมไว้อยู่ ล่าสุดผู้สื่อข่าว จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ไปยังร้านขายชุดเครื่องแบบ ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ในตัวเมืองจังหวัด สอบถามความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวกับบรรดาผู้ปกครอง 1 ในผู้ปกครอง กล่าวว่า ไม่อยากให้ยกเลิกกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เพราะกิจกรรมมีการสอนความรู้รอบตัว การเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน และความรู้การผจญภัยพื้นฐานต่าง ๆ ที่เด็กควรเรียนรู้ไว้ แต่อยากให้มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของเครื่องแบบ มาเป็นการผูกผ้าพันคอที่รัดด้วยวอกเกิ้ลก็พอ ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อเครื่องแบบเต็มยศ ที่มีราคา 800-900 บาท เป็นการลดภาระผู้ปกครอง และน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ขณะที่ผู้ปกครองอีกคน กล่าวว่า ราคาเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ทุกวันนี้ 800-900 บาท ถือว่าแพง และเป็นภาระของผู้ปกครองอย่างมาก สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันการหารายได้ค่อนข้างฝืดเคือง การยกเลิกเครื่องแบบลง น่าจะช่วยผู้ปกครองได้ การแต่งเครื่องแบบเต็มยศสัปดาห์ละวันนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มกับเงินที่ต้องเสีย […]

“ตรีนุช” ย้ำ “ชุดลูกเสือ” ให้ใช้แค่สัญลักษณ์ได้ ปรับเพื่อภาระผู้ปกครอง

รมว.ศึกษาธิการ เข้าใจภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง เคยย้ำสถานศึกษาแล้ว วิชาลูกเสือ ชุดถ้าไม่จำเป็นขอให้เป็นสัญลักษณ์ ชี้สามารถปรับยืดหยุ่นกิจกรรมได้ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีโลกโซเชียลแห่แชร์ราคาค่าชุดลูกเสือของผู้ปกครองคนหนึ่ง โดยระบุแบกรับค่าใช้จ่ายชุดไม่ไหว ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบปัญหาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 มาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้าตนได้ย้ำไปยังสถานศึกษาทุกแห่งแล้วว่า สิ่งใดที่ไม่จำเป็นและจะเป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ปกครอง ขอให้สถานศึกษายืดหยุ่นการจัดการเรียนการสอน โดยบางวิชาอย่าง เช่น วิชาลูกเสือ ที่ต้องมีการแต่งเครื่องแบบก็ไม่จำเป็นจะต้องมีการแต่งเครื่องแบบ แต่ขอให้มีสัญลักษณ์เฉพาะบ่งบอกให้รู้ว่าเด็กได้เรียนวิชาลูกเสือ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้แก่สถานศึกษาได้รับทราบถึงแนวปฏิบัตินี้แล้ว แต่ครั้งนี้จะกำชับสื่อสารทำความเข้าใจให้มากขึ้น   ข่าวจาก : dailynews

ถกสนั่นชุดลูกเสือแพง เพจดัง โชว์บิล 2ชุด เกือบ 3พัน!

เพจ ครูแว่นดำ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงประเด็นที่กำลังมีการพูดถึงอย่างมากในสังคมออนไลน์ คือการยกเลิกเรียนลูกเสือเนตรนารีเพราะชุดแพง!! ความว่า คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวิชาลูกเสือ-เนตรนารีนั้นถ้าไม่นับรวมเรื่องชุดเครื่องแบบที่หลายฝ่ายโอดครวญกันเยอะว่ามีราคาแพง(ในยุคข้าวยากหมายแพง) และเรื่องพิธีการที่ค่อนข้างมาก วิชานี้ก็นับว่ามีประโยชน์มาก ๆ เพราะเป็นวิชาที่สอนทักษะชีวิตให้แก่เด็กๆ ทั้งทักษะชีวิตในระดับพื้นฐาน เช่น เรื่องระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ สามัคคี เสียสละ จิตอาสา การทำงานเป็นทีม ความรักชาติรักสถาบัน ศาสนพิธี การพูดหรือภาวะผู้นำ ไปจนถึงทักษะชีวิตในระดับ Advance หรือ Adventure แบบที่สามารถเอาชีวิตรอดในป่าในเขาหรือในภาวะฉุกเฉินกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เชือกเงื่อน การก่อไฟ การปรุงอาหาร การปฐมพยาบาล การห้ามเลือด การขนย้ายผู้ประสบเหตุ การช่วยเหลือคนตกน้ำ การเข้าเฝือกเบื้องต้น การเอาตัวรอดในภาวะวิกฤต การเดินป่า การใช้เข็มทิศ การใช้แผนที่ กานหนีไฟ การดับเพลิง การทำหรือการสังเกตเครื่องหมาย การใช้รหัส ความรู้เรื่องสมุนไพร ไปจนถึงการสร้างที่พักชั่วคราว การสร้างสะพานไม้สะพานเชือก การช่วยชีวิตคน การทำภารกิจเฉพาะ การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเท่าที่มี และอีกสารพัดทักษะชีวิต ปัญหาที่เกิดขึ้นจนเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดเครื่องแบบ แล้วก็มีหลายคนนำมาเป็นข้ออ้างพร้อมทั้งเสนอแนะว่า “ควรยกเลิกเรียนวิชาลูกเสือเนตรนารี เพราะชุดแพง” เอาจริง […]

ครูอ้างเหตุตัดผมสั้น ไม่ติดแพทย์ ไม่ควรมีปากเสียง

ถกสนั่น! ครูอ้าง ‘ตัดผมสั้น’ แยกม.ต้น-ปลาย หลังว่อนคลิป จวกน.ร.ไม่ติดแพทย์ ไม่ควรมีปากเสียง สืบเนื่องจากกรณีที่คลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้ประกาศหน้าเสาธง อธิบายเรื่องระเบียบทรงผมต่อหน้านักเรียน โดยมีใจความว่า “มาพูดว่าทำไมต้องมองเรื่องทรงผม ทำไมไม่มองในสิ่งที่อยู่ในสมอง ใช่ ท่านพูดถูก เขาสอบแพทย์ติดเป็นห้องๆ ของเรามีแพทย์ติดสักห้องไหมฮะ เขาสอบเข้าคณะวิชาในมหาวิทยาลัยเป็นห้องๆ แต่ของเรายังทำแบบนั้นไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อเรายังทำไม่ได้ เราก็ไม่ควรจะมีสิทธิมีเสียง…” ก่อนเฟซบุ๊ก กลุ่มนครเสรีเพื่อประชาธิปไตย จะออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า “ครูโรงเรียนสิชลคุณาธารวิทยา เผยกับนักเรียนว่าสาเหตุที่ต้องให้นักเรียนม.ต้นต้องตัดสั้น เพราะครูแยกไม่ออกว่าอันไหน นักเรียนระดับชั้น ม.ต้น หรือนักเรียน ม.ปลาย เผยกับนักเรียนว่าสาเหตุที่ต้องให้นักเรียนม.ต้นต้องตัดสั้น เพราะครูแยกไม่ออกว่าอันไหน นักเรียนระดับชั้น ม.ต้น หรือนักเรียน ม.ปลาย อยากบอกกับครูนะครับถ้าหากใช้เหตุผลที่ต้องตัดผมสั้น ครูควรจะตัดติ่งหูด้วยเพราะแยกไม่ออกว่าอันไหนครูอันไหนแม่บ้าน คุณครูน่าจะมีปัญหาในเรื่องของการแยกแยะ จะสอนเด็กให้แยกแยะชั่วดีได้อย่างไรถ้าเรื่องง่ายๆแค่นี้ครูยังแยกไม่ได้ในส่วนของจริยธรรมครูคงเข้าไม่ถึง” ทั้งนี้ นายวิโรจน์ ลักษขณาอดิศร อดีตผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พรรคก้าวไกล ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวในทวิตเตอร์ว่า “โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้อธิบายเรื่องระเบียบทรงผมให้นักเรียนทราบประมาณว่า ถ้านักเรียนยังไม่มีผลการเรียน ที่สามารถสอบแพทย์ได้ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ นักเรียนก็ไม่ควรมีสิทธิมีเสียง […]

ครูแชตหลุดยอมรับทำเพราะบันดาลโทสะ ผอ.สั่งลงโทษโดยว่ากล่าวตักเตือนแล้ว

ผอ.รร.ฯเแจง ครูแชตหลุดยอมรับทำจริงเหตุบันดาลโทสะ สั่งลงโทษโดยว่ากล่าวตักเตือนแล้ว ส่วนครูได้ขอโทษผู้ปกครอง-นักเรียนแล้วเช่นกัน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนใน จ.เพชรบูรณ์ กล่าวถึงกรณีแชตหลุดครูตอบกลับนักเรียนด้วยคำพูดค่อนข้างรุนแรง “สวยแต่โง่ ผู้ชายที่ไหนจะเอาทำพันธุ์” กระทั่งเพจ สหพันธ์นักเรียนเพชรบูรณ์ Assembly of Phetchabun Students ได้โพสต์เผยแพร่ จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนสังคมออนไลน์ โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหลากหลายว่า เป็นเรื่องจริงตามแชตที่ปรากฏ โดยครูที่แชตเป็นครูที่ปรึกษาของนักเรียนรายนี้ และหลังเกิดเหตุทางครูรายนี้ได้มาชี้แจง โดยยอมรับว่าได้กระทำจริงซึ่งเกิดจากการบันดาลโทสะ แต่ไม่มีเจตนาใช้คำพูดทำร้ายนักเรียน แต่รับว่าพูดจริงก็เลยให้ประสานงานพูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครองให้เข้าใจ และให้ยอมรับการกระทำเบื้องต้น ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวอีกว่า กระทั่งครูที่ปรึกษารายนี้ได้ไปพบนักเรียนและผู้ปกครองโดยได้ทำความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว สำหรับในส่วนของทางโรงเรียนก็ให้ครูรายงานชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรตามลำดับ กระทั่งตนได้ทำหนังสือว่ากล่าวตักเตือนครูที่ปรึกษารายนี้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพเรียบร้อย ซึ่งเจ้าตัวก็ลงนามรับทราบเรียบร้อย โดยตนยังกำชับด้วยว่ากรณีแบบนี้อย่ากระทำอีกเพราะไม่ถูกต้อง เสี่ยงต่อการทำผิดวินัย ขณะเดียวกันทางโรงเรียนก็ได้รายงานไปยังต้นสังกัดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน “จริงๆ แล้วครูรายนี้ก็ยอมรับว่าใช้คำพูดที่รุนแรงกับนักเรียน โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากความปรารถนาดีเพราะเป็นครูที่ปรึกษาของนักเรียนรายนี้ แต่เนื่องจากเป็นการถ้อยคำที้ไม่เหมาะสมไม่สุภาพ จึงลงโทษเพียงว่ากล่าวตักเตือน แต่สิ่งที่สำคัญคือให้ไปทำความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งทางครูที่ปรึกษารายนี้ก็ไปพบตั้งแต่วันแรกและเมื่อวานนี้ และได้กลับมารายงานว่าทั้งผู้ปกครองและนักเรียนก็ไม่ได้ติดใจอะไร โดยครูได้ขอโทษทั้งผู้ปกครองและนักเรียน” ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวชี้แจงถึงกรณีที่ครูที่ปรึกษาไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง แต่มิได้ประสงค์แจ้งความดำเนินคดีกับนักเรียนว่า เมื่อวานก็ให้ข้อชี้แนะทางครูที่ปรึกษา อาจจะกระทบต้นเหตุที่เกิดจากตัวครูเอง ทำให้เกิดฟีดแบ๊ก (ผลสะท้อนกลับ) กลับมา เพราะจะไปเปิดประเด็นกับอีกคนหนึ่งโดยเป็นคู่กรณีกับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งหลังพูดคุยแล้วทางครูที่ปรึกษาจะมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับทางครูที่ปรึกษา […]

ฉีกกฎการฟ้องครู ฟ้องได้ทุกเรื่อง แต่ต้องเขียนคำร้อง

เรื่องการทะเลาะเบาะแว้งของเด็กเล็ก ถือเป็นเรื่องปกติในโรงเรียน เพราะบางครั้งก็เล่นกันแรงเกินไป ทำเอาบรรดาครูๆ ต่างพากันปวดหัว เพราะนักเรียนจะแย่งกันฟ้องจนอึกทึก ต้องคอยปรามกันเป็นระยะ ล่าสุดวันที่ 20 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลได้แชร์เฟซบุ๊ก “ข้าวแช่ เมืองเพชร” ซึ่งได้โพสต์วิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างเด็ดขาด จะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงนักเรียนแย่งกันฟ้อง ด้วยการให้เขียนคำร้องลงในสมุดเสียเลย โดยระบุข้อความว่า “ฉีกกฏการฟ้องครู ช่วยให้ครูเบาหูขึ้น นวัตกรรม : ฟ้องได้ต้องเขียนเป็น ครูสอนให้อ่าน ให้เขียนแสนจะยาก แต่พออัดอั้นอยากฟ้อง ก็ไปตามเพื่อนมาช่วยสะกด #ป.2/1 #เผยแพร่ได้ไม่หวงค่าเผื่อคุณครูเจอปัญหาเดียวกัน” ข่าวจาก : ข่าวสด

รร.ในเพชรบูรณ์ ให้นร.แต่งชุดที่ชอบ ใส่ชุดการ์ตูน ทุกศุกร์

ผอ.โรงเรียนดังที่เพชรบูรณ์ ให้เด็กอนุบาล แต่งชุดที่ชอบ ใส่ชุดที่ปลื้ม สรุปใส่ชุดการ์ตูน มาทุกวันศุกร์ กระตุ้นให้อยากมาเรียนหนังสือ ผู้ปกครอง เห็นด้วย วันที่ 20 พ.ค.2565 บาทหลวงสุรเดช กิจเจริญ ผอ.โรงเรียนเซนต์กาเบรียลสันติพัฒนา ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมให้นักเรียนอนุบาล แต่งตัวตามการ์ตูนที่ชอบทุกวันศุกร์ สร้างความสนุกสนานให้เด็กเป็นอย่างมาก โดยบาทหลวงสุรเดชเผยว่า การจัดกิจกรรมนี้ เพื่อจูงใจให้เด็กอยากมาโรงเรียนมากยิ่งขึ้น ผู้ปกครองบางคนก็มาคุยว่าลูก ๆ รอว่าจะถึงวันศุกร์เมื่อไหร่ จะได้แต่งชุดที่ชอบ ใส่ชุดที่ปลื้ม ทั้งนี้ทางโรงเรียนไม่ได้จำกัดว่าจะให้แต่งชุดการ์ตูนเท่านั้น แต่สามารถแต่งชุดอื่น ๆ ที่สะดวกและเด็กชอบก็ได้ บางคนก็แต่งชุดไทย บางคนก็ใส่ชุดกีฬา ตามแต่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ จะตกลงกันว่าอยากใส่ชุดแบบไหนกันดี   ข่าวจาก : ข่าวสด

บางปะกอกมีมติให้เรียนออนไลน์1เดือน-ปรับการสอน หลังเปิดเทอม นร.ท้วงความไม่พร้อม

ได้ข้อสรุป มีมติ โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม เรียนออนไลน์ 1 เดือน พร้อมปรับการเรียนการสอนรูปแบบอื่น หลังนร.โวยไม่พร้อม ผู้บริหารเร่งทำความเข้าใจ วันที่ 19 พ.ค.2565 นายนิยม ไผ่โสภา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร (สพม.เขต 1 กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคมและผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้ข้อสรุป ให้หยุดเรียนแบบออนไซต์ ปรับเป็นเรียนออนไลน์ต่อ 1 เดือน และให้โรงเรียนเปลี่ยนวิธีการจัดเรียนสอนในรูปแบบอื่นแทน หลังนักเรียนร้องเรียนความไม่พร้อมของอาคารสถานที่ โดยหลังจากนี้ โรงเรียนจะทำความเข้าใจกับนักเรียน และผู้ปกครองต่อไป เบื้องต้นทางโรงเรียนได้ทำความเข้าใจกับแกนนำนักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวร้องเรียนเรื่องดังกล่าวแล้ว   ข่าวจาก : ข่าวสด

1 2 52