ยอด ตร.เก่ง!! เต้นบีบอยได้,เคยเล่นโขน,เคยเป็นทหารพรานลงใต้,กราฟฟิคดีไซน์ก็เป็น!!





จากกรณี คลิป ตร.ภูเก็ตโชว์เหนือ เต้นบีบอยถูกใจวัยโจ๋ โชว์ความสามารถในงาน Phuket Night Run 2017 ทางผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ตำรวจท่านดังกล่าว เผยความสามารถมากกว่านั้น เคยเล่นโขน, เคยเปิดร้านรับออกแบบกราฟฟิคดีไซน์ และเคยเป็นทหารพรานลงพื้นที่ชายแดนใต้มาแล้ว!!

 

[youtube]RdW_NeC6cec[/youtube]

 

ส.ต.ต.เนตรพิรุณ หรือ โทก สุขศรี อายุ 29 ปี เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่ตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่ขับรถนำขบวน ในขบวนวิ่ง ภูเก็ต ไนท์ รัน 2017นั้น ก่อนพิธีปล่อยตัว ได้มีการเปิดเพลงวอร์มร่างกาย ตนเองเห็นว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมในงานเป็นจำนวนมากประกอบกับเพลงที่เปิดมีความสนุกสนานจึงอยากร่วมด้วยเพื่อสร้างสีสันบรรยากาศที่ดี โดยก่อนหน้าตัวเองไม่มีพื้นฐานด้านการเต้นบีบอยมาก่อนแต่เป็นคนชอบดูเพลงบีบอยทางสื่อต่างเช่น โทรทัศน์ ยูทิวบ์ โดยเฉพาะหนังเรื่องบีบอย โรบอท และชื่นชอบการเต้นของไมเคิลแจ็กสัน ก็เลยมีแรงบันดาลใจในการฝึกเต้น และจดจำนำมาทดลองเต้นที่บ้าน กระทั่งได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ซึ่งเห็นว่ามีเพื่อนสนิทในกลุ่มเต้นอยู่จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาเพื่อขอร่วมทันที ขณะนี้เข้ามารับราชการตำรวจได้ประมาณ 1 ปีเศษ โดยสมัครสอบและเข้าเรียนที่โรงเรียนศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 8 จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อจบก็ได้มาประจำการที่สภ.เมืองภูเก็ต โดยในตำแหน่งขณะนี้คือ ผบ.หมู่ป้องกันและปราบปราม แต่ช่วยงานจราจรเมืองภูเก็ต ขณะนี้มีคนเริ่มรู้จักมากมายทางโซเชียลหากถามว่ารู้สึกอย่างไรนั้น ตนเองขอบอกว่า นี่คือสิ่งที่ตั้งใจตั้งแต่แรกก่อนเข้ารับราชการตำรวจ ตนเองตั้งใจว่า อยากมาสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรตำรวจ ก็เลยมาอยู่ที่นี่ ถ้ามีโอกาศและมีเวลาก็อยากแสดงความสามารถอีกเพราะถือเป็นเรื่องที่ช่วยให้ผู้คนมีรอยยิ้มได้ แต่ก็ต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก่อน ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง และขณะนี้ผู้บังคับบัญชาหลายๆท่าน รวมถึงเพื่อนๆก็ได้ติดต่อมาพูดคุยสอบถามและให้กำลังใจ ตนเองก็รู้สึกดีใจมากว่าสิ่งที่ตนทำนั้นมันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรตำรวจ ทั้งนี้หากมีเวลาและโอกาสก็อยากฝึกฝนการเต้นและพัฒนาตัวเองให้ดีกว่านี้แน่นอน

 

 


สำหรับประวัติเพิ่มเติมของ ส.ต.ต.เนตรพิรุณ หรือ โทก สุขศรี นั้นเกิดที่ บ้านวัดโคกคราม ม.5 ต.เสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีพี่น้อง 4 คน ตนเองเป็นคนสุดท้อง เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตเมื่อปี 2553 โดยระหว่างเรียนชอบทำกิจกรรมการเต้นบีบอย การแสดงโขน โชว์ศิลปแม่ไม้มวยไทย และกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ก่อนจะเรียนจบและออกมาทำงานกับบริษัทแมทเทอร์เน็ตเวิร์คเป็นเวลา 3 ปี โดยขณะนั้นทำงานด้านกราฟฟิคดีไซด์ จนมีผลงานการออกแบบกราฟฟิค 3D ให้กับไนท์ซาฟารีที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนลาออกและกลับมาบ้านที่นครศรีธรรมราช มาเพราะอยากรับราชการจึงตัดสินใจและสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ระหว่างรอการตอบรับเข้าเป็นทหารพรานก็ได้เปิดรับสกรีนเสื้อและออกแบบกราฟฟิค โลโก้ต่างๆ ซึ่งทำได้ประมาณ 3 เดือน ก็มีหมายเรียกเข้าประจำการเป็นทหารพราน ที่ จ.นราธิวาส โดยประจำการอยู่เป็นเวลา 8 เดือนเต็ม ก่อนจะมาสอบนายสิบได้ที่โรงเรียนศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 8 และฝึกเป็นเวลา 1 ปีก่อนจะได้เข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจเต็มตัวที่จังหวัดภูเก็ต

 

 

ทั้งนี้ เส้นทาง ชีวิต ส.ต.ต.เนตรพิรุณ นอกจากจะเลือกทำและค้นหาสิ่งที่ตนเองชอบแล้ว ยังพบว่าเป็นผู้ที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ จนได้รับคำชื่นชมจากผู้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงานบ่อยครั้ง

ร.ต.ต.ยุทธนา ราชพลสิทธิ์ รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองภูเก็ต ผู้บังคับบัญชาใกล้ชิดของ ส.ต.ต.เนตรพิรุณ กล่าวว่า ส.ต.ต.เนตรพิรุณนั้นเป็นคนอัธยาศัยดี ตั้งใจทำงาน แต่ตนเองนั้นไม่ทราบมาก่อนว่า ส.ต.ต.เนตรพิรุณเป็นคนชอบการเต้น และเต้นได้ดี ซึ่งตนเองก็เพิ่งเห็นจากคลิปที่เสนอข่าว และก็ขอชื่นชมน้องๆ ที่ใช้ความสามารถในทางที่ดี สร้างชื่อเสียงให้องค์กร ตนเองก็พร้อมสนับสนุน จากที่ได้ร่วมงานกันมาเป็นเวลา 1 ปีเห็นความตั้งใจของน้องคนนี้ก็เชื่อมั่นว่าหากคิดและทำสิ่งใดก็สำเร็จ เพราะเขามีความ มุ่งมั่นและอดทน ร.ต.ต.ยุทธนา กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากความสามารถที่หลากหลาย ของ ส.ต.ต.เนตรพิรุณ ทำให้ต้องเลือกนำมาใช้กับงานตำรวจได้อย่างเหมาะสม โดยปัจจุบันนอกจากงานอำนวยความสะดวกด้านงานจราจรแล้ว ส.ต.ต.เนตรพิรุณ ยังเป็นอาสาตนเป็นผู้ช่วยวิทยากร ของงานจราจรในการอบรมเด็กเยาวชนตามโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่เมืองภูเก็ต โดยจะมีการสอนกฏจราจร สอนการโบกรถให้แก่เด็กๆ เพื่อให้สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาการจราจรในโรงเรียน ซึ่งมีความตั้งใจว่าจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำหน้าที่เพื่อวันนึงจะสามารถเป็นวิทยากรสอนน้องๆได้เอง ส.ต.ต.เนตรพิรุณกล่าว

 


ข่าวจาก : หนังสือพิมพ์มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ