วันสุนทรภู่ โพลล์หนุนบรรจุเนื้อหาการแต่งบทร้อยกรองอย่างละเอียดไว้ในแบบเรียนภาษาไทย





วันสุนทรภู่ โพลล์หนุนบรร

ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ระดับอุดมศึกษาแถลงผลสำรวจความรับรู้เกี่ยวกับสุนทร “ภู่” และความคิดเห็นต่อการอ่าน/เขียนบทร้อยกรองของประชาชนคนรุ่นใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ศ.ศรีศักดิ์ กล่าวหลังจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด1,124คนสามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในด้านข้อมูลทางประชากรศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 51.25ขณะที่ร้อยละ 48.75เป็นเพศชาย นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 37.81มีอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 21ถึง 25ปี ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 31.76และร้อยละ 30.25จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าและระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าตามลำดับ

ในด้านความรับรู้เกี่ยวกับสุนทร “ภู่” กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 86.74 ทราบว่าวันสุนทร “ภู่” ตรงกับวันที่ 26มิถุนายนของทุกปี ขณะที่เมื่อพูดถึงสุนทร “ภู่” กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นึกถึงบทประพันธ์ประเภทนิทานเป็นอันดับแรกโดยคิดเป็นร้อยละ 39.86รองลงมาร้อยละ 37.10นึกถึงบทประพันธ์ประเภทกลอนนิราศเป็นอันดับสอง   และเมื่อพูดถึงสุนทร “ภู่” กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 44.13 นึกถึงงานประพันธ์เรื่องพระอภัยมณีเป็นอันดับแรก รองลงมานึกถึงงานประพันธ์เรื่องนิราศเมืองแกลงเป็นอันดับสองซึ่งคิดเป็นร้อยละ 21.44

ส่วนประโยชน์สำคัญสูงสุด 3ประการที่กลุ่มตัวอย่างระบุว่าได้จากการอ่านงานประพันธ์ของสุนทร “ภู่” คือ ได้ความสนุกเพลิดเพลิน คิดเป็นร้อยละ 78.47 เป็นตัวอย่างในการแต่งบทประพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 75.53 และได้เรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละ 72.95

นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบความชอบระหว่างการอ่านงานประพันธ์ประเภทร้อยแก้วกับประเภทร้อยกรอง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ47.15ชอบอ่านงานประพันธ์ประเภทร้อยแก้วมากกว่างานประพันธ์ประเภทร้อยกรอง  ส่วนในกรณีที่อ่านบทร้อยกรองต่าง ๆ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยอมรับว่าตนเองเข้าใจเนื้อหาที่ถ่ายทอดผ่านบทร้อยกรองนั้น ๆ  น้อยกว่าครึ่งหนึ่งโดยคิดเป็นร้อยละ 29.89ขณะที่กลุ่มตัวอย่างเกือบหนึ่งในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 24.91ยอมรับว่าตนเองเข้าใจประมาณครึ่งหนึ่ง มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 16.28และร้อยละ 19.04ที่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดและเข้าใจมากกว่าครึ่งหนึ่งตามลำดับ 

สำหรับประเภทบทร้อยกรองที่กลุ่มตัวอย่างรู้จักมากที่สุด 5ประเภท ได้แก่ กลอนแปด คิดเป็นร้อยละ 93.15 กลอนสักวา คิดเป็นร้อยละ 91.28 กาพย์ยานี 11 คิดเป็นร้อยละ 89.15 โคลงสี่สุภาพ คิดเป็นร้อยละ 86.74 และกาพย์ฉบัง 16 คิดเป็นร้อยละ 80.07

ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 44.4ระบุว่าเคยแต่งบทร้อยกรอง เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนด้วยตนเองบ้างเป็นบางครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 69.48เห็นด้วยว่าผู้คนในสังคมปัจจุบันมีความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองด้อยกว่าบุคคลในสมัยก่อน

สำหรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันกับการเขียนบทร้อยกรองนั้น    กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 54.63มีความคิดเห็นว่าปัจจุบันการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปส่งผลให้มีโอกาสแต่งบทร้อยกรองน้อยลง ส่วนกลุ่มตัวอย่างประมาณครึ่งหนึ่งมีความคิดเห็นว่าในปัจจุบันการใช้ภาษาไทยบนสื่อสังคมออนไลน์มีส่วนทำให้ผู้คนมีความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองน้อยลงคิดเป็นร้อยละ 50.27

แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างเกือบสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 73.67เห็นด้วยหากจะมีการส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษารุ่นใหม่เรียนรู้/ฝึกหัดเขียนบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ ให้มากขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างการบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการแต่งบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ อย่างละเอียดไว้ในแบบเรียนภาษาไทยกับการให้นักเรียนนักศึกษาไปค้นคว้าหาความรู้จากหนังสืออื่น ๆ นั้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.27มีความคิดเห็นว่าการบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการแต่งบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ อย่างละเอียดไว้ในแบบเรียนภาษาไทยเลยเป็นวิธีที่เหมาะสมในการช่วยเพิ่มทักษะความรู้เกี่ยวกับการแต่งบทร้อยกรองให้กับนักเรียนนักศึกษาได้มากขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่เหลือมีความคิดเห็นว่าการให้นักเรียนนักศึกษาไปค้นคว้าจากหนังสือเล่มอื่น ๆ เป็นวิธีที่เหมาะสมมากกว่าซึ่งคิดเป็นร้อยละ 41.73
 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ