“สนธิญา” ร้อง กกต.เอาผิดเพื่อไทย ออกนโยบายขายฝัน มั่นใจทำไม่ได้จริง





เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบนโยบายการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย 3 ประเด็น ดังนี้ 1.การถมทะเลในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร เพื่อกันน้ำทะเลหนุนท่วม ซึ่งตนฟันธงว่าการถมทะเลไม่สามารถกระทำได้ มองว่าเป็นนโยบายขายฝัน จะเอาเงินจากที่ไหน นอกจากต้องไปกู้ ประเด็นที่ 2 เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ปัจจุบันไทยมีค่าแรงอยู่ที่ 334 บาท หากพรรค พท.ชนะการเลือกตั้งในปี 2566 จะต้องปรับขึ้นค่าแรงปี 70 บาท นั่นหมายถึงว่าจะต้องปรับขึ้นค่าแรงในปี 2566 เป็น 440 บาท และจะต้องเพิ่มขึ้นทุกปีจนถึงปี 2570 ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบในการจ่ายค่าแรงคือบริษัทเอกชน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ระบุว่า การขึ้นค่าแรงนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณ ถ้าพูดเช่นนี้มองว่า ไม่สมควรเป็นนายกฯหรือแคนดิเดตนายกฯ เพราะการปรับขึ้นค่าแรง 600 บาท จะกระทบไปทุกวงจรของประเทศไทย นโยบายนี้เป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจอย่างชัดเจน

นายสนธิญากล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 3 การขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำสำหรับบุคคลที่จบการศึกษาในระดับ ป.ตรี 25,000 บาท ต้องถามกลับไปว่าคนที่จบ ป.ตรีได้ 25,000 บาท กับคนที่ทำงานมาแล้ว 3 ปี ได้เงินเดือนมาแล้ว 18,000 บาท จะเป็นธรรมหรือไม่ และมองว่าจะกระทบกับระบบราชการ ถ้าจะปรับฐานเงินเดือน จะต้องดูบริบทของประเทศและเศรษฐกิจ เพราะนโยบายเหล่านี้ได้ประกาศแล้วจะกระทบเป็นลูกโซ่ และที่สำคัญการประกาศนโยบายต้องเป็นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57 (1) (2) (3) จึงมายื่นต่อ กกต.เพื่อให้พิจารณาให้เป็นตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายค่าแรง 600 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ขัดต่อกฎหมายอย่างไร นายสนธิญากล่าวว่า ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดว่า นโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน การประกาศนโยบายนั้นจะต้องมี 1.วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 2.ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินการนโยบายนั้นๆ และ 3.ผลกระทบและความเสี่ยงการดำเนินการนโยบายนั้นๆ ซึ่งในกรณีที่พรรคการเมืองไม่ได้จัดทำรายการตาม 3 ข้อข้างต้น ให้ กกต.สั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วจึงจะประกาศเป็นนโยบายได้

เมื่อถามว่า การร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเป็นการตีตนไปก่อนไข้หรือไม่ นายสนธิญากล่าวว่า ไม่ใช่ตีตนไปก่อนไข้ แต่เป็นการทำให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันทุกพรรคการเมือง ที่จะดำเนินนโยบายต่อไปเพื่อให้อยู่บนฐานความเป็นจริงและความเป็นไปได้ ซึ่งหลังจากนี้พรรคไหนก็ตามที่มีนโยบายลักษณะนี้และไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือทำไม่ได้ กกต.ก็ต้องไปตรวจสอบ และยืนยันว่าจะยื่นตรวจสอบทุกพรรค

ส่วนกรณีนโยบายเก่าของพรรคพลังประชารัฐที่เคยหาเสียงค่าแรง 425 บาทนั้น ต้องเข้าใจว่าปี 2560-62 ประเทศไทยเจอโควิด-19 ซึ่งตอนนั้นโรงงานปิด คนตกงาน สถานการณ์ของพรรคพลังประชารัฐที่ทำไม่ได้นั้นก็ขอให้ไปดูบริบท ว่า 3-4 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่ในสถานะไหน เมื่อถามย้ำว่า จะยื่นให้ กกต.ตรวจสอบกรณีนโยบายพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสนธิญากล่าวว่า ไม่ยื่น เพราะตนอยู่ฝ่ายรัฐบาล

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ