แม่ ด.ญ.วัย12 ขอความเป็นธรรม ลูกถูกรถชนตัดขา คู่กรณีเยียวยา 5 หมื่น





24 พฤศจิกายน 2565 แม่เด็กหญิงวัย 12 ขอความเป็นธรรม ลูกถูกรถชนตัดขา 1 ข้าง คู่กรณีเยียวยา 50,000 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่เด็กหญิงวัย 12 ปี ร้องขอความเป็นธรรม หลังเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะชนจักรยานยนต์ ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านทรายทอง ม.7 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จนลูกสาววัย 12 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ ต้องถูกตัดขา 1 ข้าง เหตุเกิดเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา

แต่ไร้เงาคู่กรณีมาเยี่ยมเยือนหรือแสดงความรับผิดชอบ ล่าสุดขอชดใช้ในชั้นศาล 50,000 บาท ส่วนคนซ้อนท้ายที่บาดเจ็บ จ่ายแค่ 30,000 บาท ด้านตำรวจชี้อาจเข้าข่ายประมาทร่วม

น.ส.มาลี (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 มิ.ย.65 ลูกสาวคือ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ได้ออกไปรับเพื่อนคือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 11 ปี เพื่อจะชวนกันไปเก็บดอกไม้ในโรงเรียน สำหรับใช้ในกิจกรรมวันไหว้ครู ในวันรุ่งขึ้น (9 มิ.ย.)

ขณะที่ขี่จักรยานยนต์ออกจากโรงเรียน จะข้ามถนนไปยังอีกฝั่ง ได้มีรถกระบะขับมาทางตรง จากด้าน อ.เทิง มุ่งหน้าจะไปทาง อ.เวียงแก่น พุ่งชนจักรยานยนต์ของลูกสาว ที่กำลังจะขี่ข้ามเส้นเหลืองกลางถนนไปอีกฝั่ง แต่รถกระบะได้ข้ามเลนชนรถลูกสาวและลากไกลประมาณ 20 เมตร

ผลปรากฏว่าลูกสาวกระดูกขาแตก กว่าที่ รพ.เวียงแก่น จะส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมง จนกล้ามเนื้อตาย หมอตัดสินใจตัดขาข้างขวา เพื่อไม่ให้บาดแผลติดเชื้อลุกลาม ส่วนเพื่อนที่ไปด้วยกันก็กระดูกขาหัก แต่สามารถผ่าตัดดามเหล็ก ปัจจุบันสามารถกลับมาเดินได้แล้ว ตลอดเวลาการรักษาคู่กรณีไม่เคยมาเยี่ยมเยือนสอบถามอาการ หรือแสดงความเห็นใจแต่อย่างใด

ล่าสุดในกระบวนการชั้นศาล คู่กรณีได้นำเงินมาวางเพื่อเป็นค่าเยียวยาผู้บาดเจ็บ จำนวน 80,000 บาท โดยจ่ายให้ ด.ญ.เอ จำนวน 50,000 บาท และจ่ายให้ ด.ญ.บี จำนวน 30,000 บาท ซึ่งตน เห็นว่าเป็นค่าชดเชยที่น้อยเกินไป เพราะลูกสาวยังมีอนาคตอีกไกล แต่ต้องมาสะดุดเพราะอุบัติเหตุ โดยศาลจะนัดคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาสืบพยานอีกครั้ง ในวันที่ 3 ม.ค. 2566

นอกจากนี้ลูกสาวเคยเป็นเด็กที่สดใสร่าเริง แต่หลังจากเกิดอุบัติเหตุจนต้องตัดขา ก็กลายเป็นคนเก็บตัว มีอาการซึมเศร้า ไม่กล้าไปโรงเรียนเพราะอายเพื่อน จากที่ตอนเด็กๆ ลูกสาวเคยฝันว่าอยากจะเป็นครู เป็นพยาบาล หรือนักธุรกิจ แต่ตอนนี้ลูกสาวบอกว่าอยากเป็นทนาย เพื่อจะได้ช่วยเหลือ คนที่ต้องเจอเหตุการณ์เหมือนกับตัวเอง เพราะแม่และลูกสาว เห็นว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร

“ตนได้เลิกรากับพ่อของเด็กไปนานแล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่กับแม่ที่บ้านร่มโพธิ์เงิน ม.11 ต.ปอ นอกจากนี้ยังมีลูกสาวคนโตอีกคนอยู่กับมูลนิธิที่ จ.เชียงใหม่ ส่วน ด.ญ.เอ ลูกสาวคนเล็กอาศัยอยู่กับย่า ส่วนพ่อของเด็กและภรรยาใหม่ไปทำงานต่างประเทศ แต่หลังประสบอุบัติเหตุ ลูกสาวต้องย้ายไปขออาศัยบ้านของแม่เลี้ยง

ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว เพราะบ้านของย่าเป็นบ้าน 2 ชั้น ลูกสาวไม่สามารถเดินขึ้นลงบันไดได้ ทุกวันนี้ตนต้องเป็นคนวิ่งเต้นเรื่องคดีคนเดียว ทั้งที่ยังว่างงาน ไม่มีรายได้ หากวันไหนที่ต้องมาศาลหรือติดต่อในเรื่องคดีก็ต้องอาศัยหยิบยืมจากญาติพี่น้อง ก็อยากให้คู่กรณีได้เห็นใจครอบครัวของตนด้วย” น.ส.มาลี กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้องในการทำคดี ต่างมีความเห็นว่าคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย อาจเข้าข่ายประมาทร่วม เพราะฝั่งผู้ขี่จักรยานยนต์ ขี่รถออกจากทางร่วมทางแยกในระยะกระชั้นชิด ส่วนฝ่ายผู้ขับรถกระบะ ก็ขับด้วยความเร็ว ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุเป็นเขตโรงเรียน มีป้ายและสัญลักษณ์จำกัดความเร็วอย่างชัดเจน

สราวุธ คำฟูบุตร รายงานจากจ.เชียงราย

 

ข่าวจาก : nationtv

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: