“มาม่า” เปิดช็อปเจาะปั๊ม-แหล่งท่องเที่ยว ขายเมนูอิ่มละ60-80 ออกสูตร “โซเดียมต่ำ”





นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท แม้จะอยู่ในช่วงประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นมากก็ตาม แต่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังเติบโตแต่ไม่หวือหวาเหมือนช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าปี 2565 ตลาดจะเติบโตจากปีก่อน 2564 ประมาณ 10% ประเมินจากกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีแรกที่บริษัทยังมียอดขายได้ดีอยู่

ด้วยสภาวะตลาดปัจจุบันบริษัทกำลังจะเปิด “มาม่าช็อป” เพื่อต่อยอดธุรกิจ และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และภาพลักษณ์มาม่าว่าไม่ได้เป็นอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น โดยนำมาม่ามาจัดเป็นเมนู ใส่เครื่องปรูงและวัตถุดิบต่างๆ เพิ่มเติมให้ดูน่ากิน และขายในราคาที่ไม่แพงมาก ซึ่งได้เปิดตัวในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 26 ในงานมีเปิดร้าน มี 3 เมนู เสิร์ฟพร้อมน้ำแร่มองต์เฟลอ ขนาด 500 มิลลิลิตร (มล.) ได้แก่ มาม่าหมูสับ ราคา 100 บาทต่อชาม มาม่าต้มยำกุ้งน้ำข้น และมาม่าเย็นตาโฟทะเล ราคา 120 บาทต่อชาม ผลปรากฏว่าหลังเปิดขายวันแรก (30 มิ.ย.) ขายได้เกิน 700 ชาม ถือว่าเกินคาด

“จริงๆ เราคิดไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว พอเกิดโควิดจึงชะลอไว้ก่อน และนำกลับมาเริ่มคิดในปีนี้และเริ่มทำในปีหน้า เน้นในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันและสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งเป้าระยะเริ่มต้นจะเปิด 1-3 แห่ง ใช้เงินลงทุนแห่งละประมาณ 1 ล้านบาท ราคาชามละ 60-80 บาท เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการกินอะไรง่ายๆ รวดเร็ว เราจะเข้าไปตอบโจทย์ตรงนี้” นายพันธ์กล่าว

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบใช้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือมาม่าเพิ่มขึ้นสูง โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มปรับขึ้น 110% หรือมากกว่านั้น ข้าวสาลีเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 53% ซึ่งทั้ง 2 ตัวรวมกันก็ประมาณครึ่งหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด และการที่น้ำมันขึ้นราคา ทำให้บรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง ทยอยขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ภาพรวมกำลังซื้อในตลาดก็ไม่เหมือนเดิม ลดลงพอสมควร เมื่อเทียบก่อนเกิดโควิด

โดยต้นเดือนสิงหาคมนี้จะวางจำหน่ายมาม่าสูตรใหม่ ‘Less Sodium’ (โซเดียมต่ำ) ราคา 8 บาท เป็นการนำมาม่า 4 รสชาติยอดนิยมมาปรับสูตรใหม่ด้วยการลดโซเดียมลงจากสูตรเดิม ได้แก่ รสต้มยำกุ้ง โซเดียมลดลง 43% รสหมูสับโซเดียมลดลง 32% รสต้มยำกุ้งน้ำข้นโซเดียมลดลง 38% และรสเส้นหมี่น้ำใส โซเดียมลดลง 38% เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมสินค้าเพื่อสุขภาพ

“มาม่าโซเดียมต่ำ เป็นสินค้าทางเลือกซีรีส์ใหม่ที่เรานำมาทดลองตลาด เพราะปัจจุบันคนใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมาก จึงคิดว่าจะตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยทานโซเดียมลดลง 14% จากการบริโภคบะหมี่ 52 ซองต่อคนต่อปี ที่สำคัญเราไม่ได้ออกสินค้าตัวนี้มารับกับมาตรการจัดเก็บภาษีความเค็มแต่อย่างใด” นายเวทิตกล่าว

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: