เด็กราชภัฏเล่าความท้อใจก่อนโดนไล่ออก พลิกอีกด้านอาจไม่เกี่ยวกับสถาบัน





สาวเล่าเรื่อง ไปสมัครงานกับบริษัทเล็ก ๆ เจ้าของบอกแต่ก่อนแอนตี้ราชภัฏ แต่วันนี้ให้โอกาส

ทั้งนี้ สาวคนหนึ่งบอกว่า เธอเป็นนักศึกจบใหม่จากคณะบัญชี ม.ราชภัฏ มาสมัครงานที่บริษัทสตาร์ตอัปแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทเล็ก ๆ เจ้าของสัมภาษณ์งานเอง และในตอนสัมภาษณ์เจ้าของก็บอกว่า แต่ก่อนเจ้าของแอนตี้คนจบจากราชภัฏมาก เพราะทำเสียหายมาเยอะ บางคนทำงานไปด้วย เสียบหูฟังคุยกับแฟนไปด้วยทั้งวัน บางคนเป็นฝ่ายกฎหมาย แต่ติดต่อไม่ได้ทั้งวัน บางคนรับมาทำธุรการ ทำงานอะไรก็ทำไม่ได้ ผิดพลาดไปหมด แต่ครั้งนี้เธอได้รับโอกาสให้ทำงานแอดมิน โดยได้เงินเดือน 12,000 บาท ประกันสังคมจ่ายให้เต็ม และมีสวัสดิการที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต เงินเดือนปรับขึ้นตามงาน

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่มีนโยบายตอกบัตร ให้ดูแลตัวเอง เริ่มงานตอน 09.00 น.

มาวันแรกแผลงฤทธิ์ เข้างานสายไป 40 นาที แถมเอาเวลางาน ไปทำเรื่องส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ในวันแรกเนื่องจากเจ้าของโพสต์บอกว่าต้องการย้ายของเข้าห้องพักที่บริษัทจัดไว้ให้ บริษัทเลยให้เข้างาน 11.00 น. แต่ตอนเช้าวันนั้นเธอมีธุระเลยไปเอาของที่หอ ทำให้เข้างานเป็น 11.40 น. ซึ่งเมื่อมาถึงเจ้านายก็ถามว่าทำไมมาสาย เมื่อเธอตอบไป เจ้านายก็บอกว่าถ้าจะเข้างานสายก็ควรแจ้งกันบ้าง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเธอยังย้ายของไม่เสร็จ และประกอบกับเป็นการเริ่มงานวันแรก เลยว่าง เธอเลยโทร. ให้แฟนมารับ เจ้าของก็โทร. ตามว่าไปไหน รู้ใช่ไหมว่าเริ่มงานแล้ว เจ้านายจ่ายค่าจ้างเต็มวันนะ เธอก็ได้แต่บอกว่า ค่ะ ทั้งที่ใจก็งง ๆ ว่า ไหนบอกว่าทำงานได้เลยไม่มีการเช็ก ไม่มีการตอกบัตร

ทำงานเสร็จแล้วนั่งเฉย ไม่บอกใคร – งานง่าย ๆ ต้องสั่งทำหลายครั้ง เจ้านายยังมึน

จากนั้น เธอต้องเริ่มเรียนรู้งานกับคนเก่า ซึ่งมีวุฒิแค่ ปวช. อายุน้อยกว่า 3 ปี แต่ทำงานมาแล้ว 6 เดือน ซึ่งเธอยอมรับว่าคนเก่าสอนงานไม่เข้าใจ และบอกว่าโต๊ะของเธอไม่สะอาด ควรจะเช็ด แต่กลายเป็นว่าเช็ดโต๊ะ 3 รอบก็ยังไม่สะอาด เจ้านายก็เลยมาดุว่าถ้าจะทำงานอะไรก็ควรทำให้มันเสร็จไปเลยทีเดียว ไม่ต้องรอให้ใครมาตรวจอีก

เมื่อเช็ดโต๊ะเสร็จ เธอก็นั่งเฉย ๆ เจ้านายก็บอกว่าถ้างานเสร็จแล้วก็ควรบอกกัน เพื่อที่จะได้มอบหมายงานให้ เธอให้เหตุผลว่าที่ทำงานเสร็จแล้วไม่บอกใคร เพราะเป็นคนไม่ชอบตอบ และจากนั้นก็มีคนไปสอนให้เธอแพ็กของ แม้ไม่ใช่หน้าที่แต่เธอต้องเรียนรู้เอาไว้ ซึ่งเจ้าของโพสต์ก็ยอมรับว่าเธอสินค้ามีแค่ 3 แบบ แต่สอนแค่ไหน เธอก็จำไม่ได้สักที

ลืมทำหน้าที่สำคัญของตัวเอง บ่ายเบี่ยงหลายอย่าง – ไม่รู้งานแล้วไม่ถาม ทึกทักคิดเอาเอง

วันต่อมา เจ้านายได้ให้เฟซบุ๊กปลอมมา เพื่อให้เธอเข้าไปแชตที่ใช้ตอบลูกค้าที่ถามมาหลังไมค์ แต่เธอกลับลืมทำ พี่อีกคนมาก็เลยถามว่าไม่เข้าไปในเช็กในแชตเหรอ แต่เธอบอกว่าเธอเข้าไม่ได้และรอให้เจ้านายมาก่อน เมื่อเจ้านายมาถึงก็ดุว่าทำไมเธอไม่เข้าไปในเฟซบุ๊กเพื่อตอบลูกค้า เธอก็บ่ายเบี่ยงนึกว่าเฟซบุ๊กนั้นยังไม่ได้เชื่อมต่อกับหน้าเพจ

ตอนบ่ายเธอต้องเข้าไปในคลังเพื่อแพ็กของอีกรอบ และไม่รู้ว่ากุญแจอยู่ไหน จะหยิบกุญแจเข้าคลังได้ไหม เลยไปถามเจ้านาย แต่เจ้านายตอนนั้นติดสายคุยกับลูกค้า เธอเลยเดินกลับไปที่ตึก และเดินกลับมาใหม่ เห็นเจ้านายยังคุยกับลูกค้าอยู่เหมือนเดิม เธอเลยถามว่าจะขอกุญแจเข้าคลังได้ไหม เจ้านายก็ดุว่าเมื่อตะกี้มาแล้วน่าจะรอก่อน และตอนเจ้านายว่างก็ไม่มาถาม ปกติกุญแจเข้าคลัง พนักงานดูแลกันเอง ซึ่งพบว่าจริง ๆ กุญแจอยู่หน้าประตู และสามารถหยิบได้เลย เธอไม่รู้เรื่องก็เลยคิดว่าก่อนจะใช้กุญแจควรถามก่อน

งานพลาดใหญ่หลวง แจ้งเลขพัสดุลูกค้าผิด – เพิ่มแต้มมั่วซั่ว จนเจ้านายดุ อ่านภาษาไทยไม่เข้าใจเหรอ

วันที่สาม เจ้านายให้เธอแพ็กของ 3 ชิ้นและแจ้งเลขพัสดุลูกค้า แต่เนื่องจากเธอไม่เคยทำ เลยเลิกงานช้า ก็โดนดุว่าทำไมทำงานช้า เลขพัสดุ 3 กล่องปกติคนอื่นทำ 5 นาทีเอง จากนั้นก็มีเรื่องเพิ่มแต้มให้ลูกค้า ลูกค้าพิมพ์ว่า “แต้มปัจจุบันของเราเดือนนี้มี 200 แต้มค่ะ” ซึ่งเธออ่านไม่เข้าใจ ว่านี่คือแต้มทั้งหมดที่มี หรือแค่แต้มเฉพาะเดือนนี้ เธอเลยเพิ่มแต้มให้ลูกค้าไป 200 แต้ม

อย่างไรก็ตาม เจ้านายมาดุอีกว่า เธออ่านภาษาไทยไม่เข้าใจเหรอ เธอก็บอกว่าไม่เข้าใจ เจ้านายเลยให้คนที่รับมาใหม่มาอ่าน สรุปได้ว่าลูกค้าคนนั้นใช้แต้มไปแล้วจนแต้มหมด ซึ่งเธออายมาก เพราะถ้าจะต่อว่า ก็ต่อว่ากันลับ ๆ ไม่ควรมาต่อว่าโดยเอาคนอื่นมาร่วมฟังด้วย

เมื่อใกล้เลิกงาน ทางเจ้านายให้เธอประกอบเตียง 6 ฟุต แต่เธอประกอบเองไม่ได้ เลยโทร. ให้แฟนมาช่วย และบอกเจ้านายไป เจ้านายก็รับทราบ แต่วันต่อมา เจ้านายกลับบอกว่าเรื่องประกอบเตียงนั้น ควรเอาไปทำหลังเลิกงาน แต่ครั้งนี้อนุโลมให้ ครั้งหน้าไม่ให้

พิมพ์ตอบลูกค้าใช้ภาษาไทยผิด แย่สุดคือ บอกข้อมูลลูกค้ามั่วซั่ว ลบข้อมูลการขายของบริษัท จบที่โดนไล่ออก

นอกจากนี้ ทางเจ้านายยังรับคนอื่นเข้ามาทำงานพร้อมกัน คนอื่นสามารถสอนงานครั้งเดียวแล้วเข้าใจได้ทันที แต่เธอไม่เข้าใจ เจ้านายเลยมอบหมายงานให้อีกคนทำแทน

วันที่ 5 เจ้านายถามว่าเธอจัดการเรื่องเลขพัสดุหรือยัง เธอก็บอกว่าจัดการแล้ว แต่สักพักเจ้านายก็บอกว่า จะบอกว่าจัดการเรื่องเลขพัสดุได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่อ่านแชต ซึ่งในความเป็นจริง เจ้านายได้แชตไปบอกในเฟซที่ใช้เชื่อมกับเพจของร้าน แต่เธอกลับไม่ได้ออนเฟซบุ๊กนั้น และเจ้านายก็บอกว่าเวลางาน เฟซบุ๊กนั้นต้องออนตลอดไม่ใช่เหรอ เธอเลยเงียบ

จากนั้น เธอก็ได้รับเรื่องมาว่า เลขพัสดุที่ให้นั้น ลูกค้าไม่สามารถเช็กได้ ซึ่งเธอบอกลูกค้าว่า พัสดุที่ส่งไปเป็นของ J&T แต่จริง ๆ คือของ Best Express ลูกค้าเลยเช็กเลขพัสดุไม่ได้ เจ้านายเลยดุว่าเธอทำแบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านไม่มีมาตรฐาน แจ้งเลขผิด ๆ ถูก ๆ และเมื่อเธอตอบคำถามลูกค้า โดยอ้างอิงจากแชตเก่า ๆ ก็พบว่าเธอพิมพ์ผิด ใช้คำผิด ทั้งที่ตอนประกาศหางานต้องการคนใช้ภาษาไทยได้ดี

นอกจากนี้ เมื่อลูกค้าถามว่า มีสาขาในห้างไหม เธอไม่รู้ ก็ตอบลูกค้าว่าไม่มี เจ้านายมาเห็นเลยบอกให้เธอหยุดตอบแชตลูกค้า มีสิทธิ์อะไรไปตอบแบบนั้น เอาข้อมูลที่ไหนไปตอบ เจ้านายงานยุ่ง เหนื่อยที่ต้องตามแก้งาน เธอเลยไปลบแชตลูกค้า เนื่องจากยกเลิกข้อความทางเพจไม่ได้ เจ้านายก็มาดุซ้ำว่าลบทำไม ตั้งแต่เปิดแบรนด์มาบริษัทไม่เคยลบอะไรเลย เพราะถือเป็นข้อมูลของลูกค้า ซึ่งจุดนี้เธอก็ขอโทษและยอมรับผิด

สุดท้าย เจ้านายบอกว่าไม่ต้องให้เธอมาทำงานอีกแล้ว และครั้งหน้าจะไม่รับคนที่จบจากราชภัฏมาแล้ว ส่วนที่พักที่ให้อยู่ฟรี สามารถอยู่ต่อได้ก่อน สะดวกค่อยย้ายออก แต่เธอไม่อยากอยู่แล้วเลยให้แฟนมารับออกไป

ชาวเน็ตงง ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองผิดตรงไหน

งานนี้หลายคนเข้ามาบอกว่าเธอทำงานผิดและพลาดเต็ม ๆ แต่เหมือนแย่ที่สุดคือเธอคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด โดยเฉพาะที่เธอเขียนมาจนจบ ก็ยังไม่รู้เหตุผลว่าทำไมต้องไล่ออก

สิ่งที่เธอทำนั้นทั้งเอาเวลางานไปทำเรื่องส่วนตัว วันแรกมาถึงก็เข้างานสายทันที ซึ่งการที่บริษัทบอกว่าให้รับผิดชอบตัวเอง โต ๆ กันแล้ว ไม่มีการตอกบัตรเข้างาน เพราะบริษัทเชื่อใจว่าเราสามารถจัดการตัวเองกันได้ ไม่ต้องให้ใครมาตรวจสอบหรือบังคับ อาจจะสายบ้างพอเข้าใจได้ แต่เธอกลับเอาไปตีความว่า จะเข้างานกี่โมง ออกงานกี่โมงก็ได้

ตอบแชตมั่ว ๆ จนบริษัทเสียหาย ซึ่งถ้าไม่รู้ก็ต้องถามคนที่รู้จนกว่าจะได้คำตอบไปให้ลูกค้า ไม่ใช่ไม่รู้แล้วไม่ถาม เงียบแล้วทำเลย แต่การไม่รู้แล้วตอบมั่วย่อมทำให้บริษัทเสียหาย งานพื้นฐานเธอก็ทำไม่ได้ ลบข้อมูลการขายของบริษัท ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก

นอกจากนี้ ยังมีคนเอาแชตมาให้ดู ซึ่งพบว่าเธอตอบผิดไปหลายจุด เช่นคำว่า เพจ แพลตฟอร์มออนไลน์ และตอบลูกค้าว่าไม่มีร้านยาบนห้าง ให้ข้อมูลที่ผิดพลาดจนบริษัทเสียหาย ไม่แปลกใจที่เธอโดนไล่ออก

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ