กทม.จ่อปรับแนวทางสอบบรรจุขรก.ให้สอดรับตำแหน่งมากขึ้น เล็งปรับวิธีสอบ





กทม.จ่อปรับแนวทางสอบบรรจุ ขรก.สอดรับตำแหน่ง-ตรงความต้องการมากขึ้น

วันนี้ (18 มิ.ย. 65) น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไปตรวจเยี่ยมการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักพัฒนาสังคม ครั้งที่ 1/2565 ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เขตดุสิต โดยมี นายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงาน ก.ก. และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

น.ส.ทวิดา เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า วันนี้ตั้งใจมาดูวิธีการสอบ ระบบการจัดการ รวมถึงสภาพแวดล้อม ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยดี แต่มีบางจุดที่อาจจะต้องมีการเพิ่มเติมในการสอบครั้งต่อไป เช่น ก้าวอี้นั่งสอบสำหรับผู้เข้าสอบที่ถนัดมือซ้าย การอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการที่เข้าสอบในด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าสอบเพิ่มเติม อาทิ การจัดส่งแผนผังห้องสอบให้ผู้เข้าสอบ จัดทำระบบตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าสอบที่ง่ายขึ้น นอกจากนี้เบื้องต้นได้หารือถึงแนวทางการจัดการสอบที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไป อาจต้องดูในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบรวมไปถึงข้อสอบด้วย เพราะบางตำแหน่งหรือบางสาขาวิชาที่ครูต้องใช้ทักษะการสอนที่แตกต่างอาจต้องมีการปรับวิธีการสอบที่ตรงมากขึ้นและเพื่อให้ได้ครูที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น ซึ่งการสอบไม่จำเป็นต้องเป็นการสอบแบบเขียน หรือตัวเลือกเสมอไป ครั้งต่อไปในการสอบบางตำแหน่งอาจมีการปรับให้มีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการมากขึ้น แต่ต้องมีความโปร่งใสในกระบวนการสอบด้วยเพราะมีหลายฝ่ายดูอยู่ และเมื่อได้ครูเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แล้วก็มีระบบติดตามดูว่าถ้าปรับวิธีการสอบให้สามารถรับครูได้ตรงกับความต้องการแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ที่สำคัญอีกอย่างคือการดูแลความเป็นอยู่ของครูให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ในอนาคตครูอาจไม่ทำหน้าที่เฉพาะตามสังกัดอาจมีการปรับให้สามารถทำงานให้เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับการทำงานในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นครูเพิ่มเติมได้ซึ่งเป็นการเพิ่มเสน่ห์ของครู

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการป้องกันการทุจริตในการสอบนั้น เท่าที่ดูวันนี้มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากในการดำเนินการ ระบบที่มองเห็นได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน มีการตรวจความเรียบร้อยของผู้เข้าสอบก่อนเข้าห้องสอบ กำหนดเวลาให้เข้าสอบสายได้ในเวลาปกติตามที่สถาบันการศึกษากำหนดคือ 30 นาที ในแง่ของระบบกำกับควบคุมที่ทำได้ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่จริง ๆ แล้วโดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะมาดูความพร้อมล่วงหน้า 2-3 วัน ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หลังจากการสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วอาจมีการประเมินผลและหารือแนวทางเพิ่มเติมเพื่อนำไปปรับใช้ในการสอบครั้งต่อไปเพื่อให้การจัดสอบในครั้งต่อไปมีความเหมาะสมและดีขึ้น

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ