หนุ่มไทย แชร์ประสบการณ์ถูกขโมยกระเป๋าบนเครื่องบิน งานนี้พีคตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง





หนุ่มไทย แชร์ประสบการณ์ถูกขโมยกระเป๋าบนเครื่องบิน สายการบินดัง หมดไปเป็นแสน เสียทั้งเวลา ทั้งความรู้สึก พีคตั้งแต่ต้นยันจบ สุดท้ายกลับบ้านมือเปล่า

นับเป็นเรื่องราวที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นร้ายสำหรับนักเดินทาง สำหรับกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาเล่าประสบการณ์ถูกขโมยกระเป๋าบนเครื่องบิน มูลค่าความเสียหายเป็นแสน ระหว่างการเดินทางไฟลต์ยาว โดยสายการบินใหญ่ระดับสายการบินประจำชาติ แต่กลับถูกลูกเรือปฏิบัติด้วยอย่างเลวร้าย แถมยังจะพยายามไม่ให้เรื่องถึงทางตำรวจของสนามบิน อ้างกลัวเป็นเรื่องใหญ่ โดยเสนอจะดูแลเรื่องตั๋วให้โดยจะให้เขาเขียนเอกสาร ยืนยันจะไม่ร้องเรียนและแจ้งความ

จนสุดท้ายหลังจากเสียเวลาไปทั้งวัน กระทั่งต้องนั่งเครื่องบินกลับไทย ก็ยังไม่วายเจอปัญหาถูกสายการบินรายงาน อ้างว่าผู้โดยสารถูกปฏิเสธเข้าประเทศ จนถูกพาตัวไปพบตำรวจ ตม. เรียกว่าพีคตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง แถมยังกลับมาตัวเปล่า

จุดเริ่มต้น กระเป๋าถูกขโมยตอนเดินทาง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้เผยว่า ตนมีกำหนดการเดินทางโดยสายการบินใหญ่ จากกรุงเทพฯ ไปยังลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการแวะต่อเครื่องที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 เครื่องออกประมาณตี 2 กว่า

ที่นั่งของตนอยู่โซนหลัง Business Class บน Upper Deck ซึ่งเมื่อขึ้นเครื่องไปก็หลับยาวตลอดทาง ในเที่ยวบิน 6 ชั่วโมง เมื่อเครื่องไปถึงที่กรุงโดฮา ตนก็ตื่นและหยิบของที่เก็บไว้บนช่องเหนือศีรษะ จนเมื่อเดินไปถึงประตูทางออก ก็สังเกตว่ากระเป๋า Prada Belt Bag ที่ใส่ทั้งเงิน บัตร และของใช้เดินทางทั้งหมดไม่อยู่กับตัวเลยจะเดินกลับไปเอา แต่พนักงานต้อนรับบนเครื่องไม่ยอม และอาสาจะไปเอาของให้ ซึ่งเขาบอกว่าวางกระเป๋าไว้ตรง Seat ข้างตัวเก้าอี้ แต่เมื่อพนักงานเข้าไปดูก็ไม่เจอ เขาจะขอเข้าไปดูเองพนักงานก็ไม่อนุญาต

หลังจากที่ตนยืนรอจนผู้โดยสารออกหมด พนักงานก็พาไปยังเคาน์เตอร์บอร์ดดิ้ง ซึ่งตอนนั้นตนรู้ตัวแล้วว่ากระเป๋าถูกขโมยแน่ ๆ และพยายามจะบอกพนักงานว่าเราสงสัยใครบ้าง ขอให้หยุดตรวจคนที่น่าสงสัยได้หรือไม่ แต่พนักงานไม่สนใจ บอกจะส่งเรื่องไปยัง Lost and Found

พนักงานเคาน์เตอร์สายการบินหัวเราะใส่ ไม่สนใจช่วย ให้รอเปล่า ๆ 5 ชม.

ตนพยายามวิ่งตามหาของตามถังขยะแบบสิ้นหวัง สักพักพนักงานก็แจ้งให้ไปยังเคาน์เตอร์ของสายการบิน ซึ่งต้องต่อคิวนานมากกว่าจะได้คุย ตนจึงแจ้งว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน ของถูกขโมยบนเครื่อง อยากให้ช่วยหา แต่พนักงานที่เคาน์เตอร์กลับยิ้ม หัวเราะ และชี้ไปที่แถวให้ต่อคิว จนเมื่อคุยกันเสร็จทางพนักงานก็ไม่ได้แสดงท่าทีกระตือรือร้นอะไร บอกให้ไปยัง Transfer Counter

ทั้งนี้ เมื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ฟังพร้อมขอความช่วยเหลือ ก็ถูกบอกให้รอ ระหว่างนั้นเพื่อนที่มาด้วยกันได้กดเงินมาให้เขาใช้ เพราะทั้งเงิน บัตร อะไรต่าง ๆ ของเขาหายไปหมด ในขณะที่เพื่อนต้องเดินทางต่อไปลาสเวกัสเพื่อไปทำงาน

จากนั้นสักพักเจ้าหน้าที่พาเขากลับไปยังเคาน์เตอร์ที่หัวเราะใส่ พาไปนั่งข้าง ๆ เคาน์เตอร์ บอกว่าให้รอ จะมีคนมาคุยด้วย แต่เวลาผ่านไป 5 ชั่วโมงก็ยังไม่มีใครมาคุยทั้งสิ้น เมื่อเขาเดินไปถามก็แสดงท่าทีหงุดหงิด อ้างว่าดูกล้องวงจรปิดอยู่ ก่อนจะนั่งดูมือถือต่อไป ไม่ถามชื่อ หรือขอเบอร์ของตน

สุดท้ายเจ้าของเรื่องลองค้นกระเป๋าอีกใบ จนเจอพาสปอร์ตเล่มเก่า จึงนำไปให้พนักงาที่เคาน์เตอร์ดู บอกว่าถ้าหาของเราไม่เจอ จะส่งเรากลับไทยก็ได้ เพราะน่าจะเข้าไทยได้แต่เข้าสหรัฐฯ ไม่ได้แน่ ๆ แต่พนักงานกลับโวย บอกทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ก่อนจะนำพาสปอร์ตเล่มนี้ไปถ่ายเอกสาร นำมาคืนและให้นั่งรอ

จับโป๊ะเรื่องโกหกได้ ยังไม่วายมากล่อมไม่ให้เรื่องถึงตำรวจ – ให้เซ็นเอกสารจะไม่ร้องเรียน

หลังจากนั้นเขาเดินไปห้องน้ำ แต่เจอกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน จึงเข้าไปสอบถามว่าเช็กกล้องวงจรปิดเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับเรื่องไหม แต่เจ้าหน้าที่บอกไม่ได้รับเรื่อง ก่อนจะพาตนไปยังเคาน์เตอร์ของสายการบิน ที่ตนนั่งรอมา 5 ชั่วโมง แต่คนที่รับเรื่องของตนไว้ไม่อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่จึงพาตนไปยังแผนก Information ของสนามบินเพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าว

แต่ Information กลับบอกว่าไม่ใช่พื้นที่ของเขา เพราะของถูกขโมยบนเครื่องบิน พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยากช่วย จึงให้ตนไปนั่งรอที่เดิม และถ้าสายการบินไม่ให้คำตอบ เขาจะมาจัดการให้

เมื่อตนกลับมายังเคาน์เตอร์สักพัก พนักงานที่รับเรื่องก็มา และมีพนักงานที่น่ารักอีกคนมาสอบถามเรื่อง แจ้งว่ามีตำรวจกับสนามบินติดต่อมา ให้ตนรอเจ้าหน้าที่มาคุยด้วย

แต่จากนั้นพนักงานของสายการบินกลับบอกว่า ถ้าตำรวจมาจะเรื่องใหญ่และเสียเวลา พร้อมเสนอจะดูแลตั๋วให้ แต่ตนต้องเซ็นเอกสารว่าจะไม่ร้องเรียนและแจ้งความ มิเช่นนั้นก็อาจจะต้องใช้เวลาทั้งวัน ด้วยความที่ตนรอนานแล้ว จึงพลาดเซ็นเอกสารนั้นไป

เจอพาสปอร์ตในถังขยะ ทั้งเงินและของมีค่าเป็นแสน หายหมด

เมื่อตำรวจมาถึงตนก็เล่าเรื่องให้ฟัง จากนั้นไม่ถึง 20 นาทีก็เจอพาสปอร์ตกับบัตรต่าง ๆ อยู่ในถังขยะ ตรงจุดที่เดินออกจากเครื่องบินที่ตนนั่งมา ส่วนของมีค่ากับเงิน รวมมูลค่าประมาณ 1 แสนกว่าบาท หายหมด

ทั้งนี้ ระหว่างคุย ทางสายการบินกับตำรวจก็เหมือนจะทะเลาะกัน มีการให้ตนรอและขอรายละเอียดต่าง ๆ จากตน และให้ตนรอต่ออีกหลายรอบ จนรอบสุดท้ายมีใบมาให้เซ็น เป็นเอกสารภาษาอาหรับ มีภาษาอังกฤษนิดหน่อย จับในความได้ว่าตนจะไม่เอาเรื่องคนขโมย ซึ่งตนก็ไม่ยอมเพราะจตะเอาเรื่อง ถึงยังไงก็อยากได้ของคืน

แต่ทางฝ่ายนั้นบอกตนไม่ให้กังวล จะเอาของมาคืนให้ ตนจึงถ่ายรูปเอกสาร แต่ทางนั้นกลับหยิบโทรศัพท์ของตนไปลบข้อมูลออก

มีปัญหายันเรื่องออกตั๋วเดินทางกลับไทย

เมื่อตนถามพนักงานว่าตั๋วที่บอกจะดูแลคือยังไง ทางนั้นก็บอกจะจัดการให้ แต่ตนก็แอบเห็นตั๋ววางอยู่บนโต๊ะ จึงพยายามจะถามเรื่องว่า หลังเดินทางไปถึงลาสเวกัสแล้วหลังจากนั้นเป็นเวลาอะไร จะได้วางแผนถูก แต่พนักงานกลับบอกว่า “เราทำงานของเราเสร็จละ ตั๋วฝั่งนู้นเราต้องไปจัดการไปคุยเอง”

เป็นแบบนี้ตนเลยไม่ยอม เลยบอกว่างั้นให้ส่งกลับไทยเลย จะไม่ไปแล้ว ทางนั้นจึงให้คนพาตนไป Transfer Counter ซึ่งคนที่พาไปนิสัยดีมาก แต่ระหว่างที่ตนนั่งรอ ก็มีพนักงานชาวอินเดีย 2 คน เดินมาบอกว่า จะไม่ให้ตั๋ว หากจะกลับไทยก็ต้องจ่าย และยังพูดจากับตนไม่ดี ตนจึงบอกกลับไปในทำนองว่า สายการบินยูทำไมทำแบบนี้ ไม่รับผิดชอบ โกหกตั้งแต่ดูกล้องวงจรปิด แต่ทางนั้นก็โยนว่าเป็นความผิดของตน ไม่ใช่ของเขา อ้างว่าเราต้องคอยดูแลของของตัวเอง และยังของขึ้นใส่ตนจนตำรวจต้องเข้ามา ตนจึงบอกว่างั้นซื้อตั๋วเองก็ได้ ไปเอาพาสปอร์ตมา และจะขอแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จนตำรวจต้องบอกให้ใจเย็น ๆ

ทั้งนี้ สุดท้ายตนก็ได้คุยกับคนระดับผู้จัดการ ซึ่งแม้จะพูดจาดีแต่ก็ยืนยันว่า ถ้าจะกลับตนก็ต้องซื้อตั๋วกลับเอง ตนที่อยากจบเรื่องนี้แล้วจึงบอกไปว่าได้

โชคดีที่มีพนักงานอีกคนเป็นคนไทยอยู่ตรงนั้น จึงเข้ามาคุยด้วย เมื่อได้ทราบเรื่องเขาก็บอกว่าจะช่วยลองเอาเที่ยวบินที่เรามีทั้งหมด มาแปลงเป็นเที่ยวบินขากลับให้ และไปไฟต์กับพนักงานอีกคน และจะพยายามเช็กดูเพิ่มเผื่อมีเงินคืน แต่สุดท้ายก็ยืนยันว่าเที่ยวบินขากลับแพงมาก 4 หมื่นกว่า ไม่น่าจะได้เงินคืน เราจึงบอกว่าไม่เป็นไร ขอตั๋วเร็วที่สุด น้องพนักงานจึงช่วยจองที่นั่งตรงจุดใกล้ทางออก ซึ่งมีที่พักขากว้าง ๆ ให้แทน

มาถึงไทยกลับถูกพาพบตำรวจ ตม. ที่แท้สายการบินรีพอร์ต อ้าง ผสด. ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นประสบการณ์นรกมาก สุดท้ายเมื่อกลับถึงไทย ก็มีพนักงานของสนามบินถือป้ายชื่อมารอตน พาไปห้องตำรวจ ตม. ซึ่งตนก็นึกว่าจะถามเรื่องของหายและประสานงานให้ กลับกลายเป็นเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทางสายการบินส่งเรื่องมาว่า ตนเดินทางกลับมาเพราะถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ

ตนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่ายังไม่ได้ผ่าน ตม. ประเทศไหนทั้งนั้น ไม่ได้โดนปฏิเสธมา เจ้าหน้าที่ก็งงว่าทางสายการบินมารีพอร์ตตนทำไม

พีคยันตอนรับกระเป๋า สุดท้ายเสียเวลาฟรี และกลับบ้านตัวเปล่า

พีคสุดท้ายคือเมื่อจะไปรับกระเป๋า ปรากฏว่ากระเป๋าของตนไม่มี ต้องไปขอความช่วยเหลือจากสนามบิน และกลับคอนโดตัวเปล่า เรียกว่าโดนสายการบินเล่นงานอีกดอก ทั้งที่ตอนเกิดเรื่อง ตนแจ้งแล้วว่าให้นำกระเป๋าที่โหลดกลับมาไทยด้วย ซึ่งทางนั้นก็บอกว่าไม่มีปัญหา

ตอนนี้ที่ทำได้ก็มีแค่รอ เผื่อได้กระเป๋าคืนมา อย่างน้อยก็ให้หายไปแค่ของบนเครื่อง ส่วนของที่โหลดอย่าได้หายไปด้วยเลย

ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดของตนเองที่ไม่ดูแลกระเป๋าให้ดี กระเป๋าเล็ก ๆ ก็สะพายไว้ตลอด ส่วนที่ถือขึ้นเครื่องว่าขอให้ล็อกกันให้ดี และเนื่องจากตนได้เซ็นเอกสารไปแล้วว่าจะไม่เอาเรื่อง คงทำได้แค่เตือน ๆ คนอื่นต่อไป

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
error: