สหรัฐเงินเฟ้อพุ่ง8.6% สูงสุดในรอบ4 ปี เฟด จ่อขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง





สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคในรอบ 12 เดือน ของสหรัฐพุ่งสูงขึ้นอีกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาหลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงทำสถิติ เช่นเดียวกับราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในรอบปีพุ่งถึง 8.6 เปอร์เซ็นต์ ทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 40 ปีครึ่ง ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งละ 0.5 เปอร์เซ็นต์ไปจนถึงเดือนกันยายนนี้เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ

กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่คาดเมื่อเดือนพฤษภาคม เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นับเป็นสถานการณ์ที่สะท้อนภาวะค่าเช่าที่สูงขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 ด้วย โดยค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นแรงกดดันในชาวอเมริกันจำนวนมากเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอาจจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยโดยสมบูรณ์ หรือ ช่วงเวลาการเติบโตชะลอตัวในสหรัฐอเมริกา

รายงานระบุว่าดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมเพิ่มสูงขึ้นอีก 1 เปอร์เซ็นต์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3 เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายน ด้านราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 4.1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ราคาอาหารปรับขึ้น 1.2 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ราคาดัชนีผู้บริโภค (ซีพีไอ) รายเดือนเพิ่มขึ้น 0.7 เปอร์เซ็นต์ โดยในช่วง 12 เดือนนับจนถึงเดือนพฤษภาคม ซีพีไอ พุ่งขึ้นไปถึง 8.6 เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 8.3 เปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นอัตราเงินเฟ้อรายปีที่พุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 1981 โดยเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำสถิติดังกล่าวมีขึ้นแม้นักเศรษฐศาสตร์จะคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะขึ้นถึงจุดสูงสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ขณะที่การรายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐดังกล่าวมีขึ้นก่อนหน้านกำหนดการณ์ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.5 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ และคาดว่าจะปรับขึ้นอีก 0.5 เปอร์เซ็นต์ในเดือนกรกฎาคม หลังจากปรับอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 0.75 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้กระแสข่าวด้ังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดตลาดปรับตัวลงทันที

 

ข่าวจาก : มติชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ