ชาวบ้านร้อง ถูกหลอกสมัครสตร. มีสิทธิพิเศษ แต่งเครื่องแบบตร.ไม่จับ สูญนับล้าน





ชาวบ้านร้องอัยการ ถูกหลอกสมัครเป็นสตร. อ้างมีสิทธิพิเศษ เงินเดือน 5 พัน แต่งเครื่องแบบตร.ไม่จับ สูญนับล้าน ช้ำจ่ายค่ากระโดดหอ 2 พัน กลับให้ไปผสมปูน

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.65 นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ พาชาวบ้าน ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง และชาวบ้าน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องเรียนต่ออัยการจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้เร่งรัดคดีที่ชาวบ้านแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มมิจฉาชีพชาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ที่หลอกให้สมัครเป็นสมาชิกของสำนักงาน ซึ่งตั้งขึ้นมาเอง อ้างจะมีสิทธิพิเศษ มีอำนาจขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ แล้วหลอกเรียกค่าสมัคร และค่าอื่นๆ มีชาวบ้านสูญเงินไปเป็นจำนวนมาก

นายวันดี (สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี ชาว อ.ยางศรีสุราช จ.มหาสารคาม หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อปี 2560 มีชาวบ้านในหมู่บ้านมาชักชวนให้สมัครเป็นสมาชิกสำนักงานตรวจสอบอำนาจรัฐ (สตร.) ซึ่งสำนักงานตั้งอยู่ที่ ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

ตอนแรกไม่สนใจ แต่เมื่อฟังการชี้แจงของแกนนำในหมู่บ้านที่ชักชวน ก็รู้สึกดี เสียค่าสมัคร 1,500 บาท ค่าตัดชุดประจำตำแหน่งชุดละ 1,800 บาท ค่าบัตรสมาชิกอีก 200 บาท แต่จะได้เงินเดือนๆละ 5,000 บาท หากเสียชีวิตจะได้ค่าปลงศพอีกรายละ 60,000 บาท

นายวันดี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยเหลือความเดือดร้อนของสมาชิกได้ทุกเรื่อง และหากแต่งชุดเครื่องแบบไปไหน ตำรวจไม่กล้าจับ จึงตัดสินใจสมัคร เพราะต้องการอยากจะให้ช่วยเหลือที่ดินของตัวเองที่กำลังถูกขายทอดตลาด หลังจากจ่ายเงินครบทั้งหมดได้เครื่องแบบสุดเท่มา 1 ชุด จึงทดลองใส่แล้วขับรถไปตามถนน ปรากฏว่าเมื่อตำรวจที่ด่านตรวจเห็นชุด ต่างมาเคารพ ทักทายดี ตนรู้สึกปลื้ม ว่าชุดนี้เป็นชุดวิเศษจริงๆ เพราะผมเป็นเพียงชาวนาธรรมดา

จากนั้นยื่นร้องเรียนไปที่สำนักงาน สตร.ว่าที่ดินตนถูกขายทอดตลาด ทางสำนักงานฯแจ้งว่า “ไม่มีปัญหาจะทำเรื่องฎีกาให้” แต่จะต้องเสียเงิน 4 ด่านๆละ 10,000 รวมเป็น 40,000 บาท จึงไปกู้เงินกับบริษัทไฟแนนซ์มาจ่ายให้ เวลาผ่านไปแต่กลับไม่คืบหน้า สุดท้ายกองบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดเหมือนเดิม ทวงถามแต่ไม่มีคำตอบ จึงเริ่มเอะใจว่า น่าจะถูกหลอก

“นอกจากนี้ชุดวิเศษที่เคยแต่งไปแล้วตำรวจทำความเคารพ กลับหมดอิทธิฤทธิ แต่งไปด่านตรวจที่ไหนโดนจับตลอด เพราะไม่คาดเข็มขัดนิรภัย พยายามอธิบายกับตำรวจ แต่ตำรวจไม่สนใจ ต้องเสียค่าปรับทุกครั้ง ถึงตอนนี้ยังไม่ได้สิทธิพิเศษใดๆ กับสำนักงานนี้เลย” นายวันดี กล่าว

ด้าน น.ส.ประกายเพชร กายจันทร์ อายุ 48 ปี ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ อีกหนึ่งผู้เสียหาย เล่าว่า หลังจากมีคนสมัครไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงอยากจะให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่ม อีกเดือนละ 5,000 บาท จึงสมัครให้ทั้งหมดรวม 4 คน รวมค่าชุดและค่าอื่นๆ ตนหมดเงินไปกว่า 30,000 บาท

สิ่งที่ตนช้ำใจที่สุดคือตอนที่ สตร.ชักชวนให้ไปสมัครกระโดดหอสูงที่ จ.ลพบุรี เพื่อเอาปีกมาประดับเครื่องแบบ มีค่าสมัครคนละ 2,000 บาท จะได้ทั้งตราประดับ และสติ๊กเกอร์มาติดให้ป้องกันตำรวจตรวจจับได้อีก จึงรวมตัวกันได้ 6 คน ขับรถกระบะเดินทางไป ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ของ สตร.ยังสั่งให้ซื้อเนื้อหมู เนื้อวัวไปอีกคนละ 5-6 กิโลกรัม เพื่อเอาไปรับประทานร่วมกัน ตนวาดความฝันไว้แล้วเหมือนจะมีความสุข ไปพร้อมกับได้อำนาจมาเต็มมือ

“เมื่อไปถึงพบเป็นบ้านชั้นเดียว ซึ่งเป็นของประธานใหญ่ของสำนักงาน สตร.ในหนังสือทำเนียบ ระบุชื่อ ดร.คนหนึ่ง ตอนที่ไปถึงกำลังมีการก่อสร้างรั้วบ้าน หลังจากประกอบอาหารกินกันอิ่มหนำสำราญ เจ้าหน้าที่ให้พวกตนไปช่วยกันผสมปูนช่วยช่างสร้างรั้ว ส่วนหนึ่งไปขนข้าวขึ้นยุ้งข้าว จนถึงเย็นสุดท้ายบอกให้พวกตนกลับบ้านโดยไม่ได้กระโดดหอแต่อย่างใด ยอมรับว่าเจ็บมาก” น.ส.ประกายเพชร กล่าว

ขณะที่ นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ บอกว่า มีชาวบ้านกว่า 100 คนมาร้องเรียนถึงพฤติกรรมของสำนักงานแห่งนี้ จึงเข้ามาทำงานให้ เบื้องต้นตรวจสอบแล้วสำนักงานแห่งนี้ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง จากการสอบชาวบ้านอย่างละเอียด ทั้งหมดถูกหลอกเอาเงิน โดยเฉพาะการอ้างว่าจะสามารถช่วยเรื่องคดีได้ทุกเรื่อง ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ สูญเงินรวมแล้วกว่า 1 ล้านบาท จึงเข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.พุทไธสง ฐานฉ้อโกงประชาชน โดยหลังจากนี้จะเร่งติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ใครต้องมาถูกหลอกในลักษณะนี้อีก

โดยวันนี้พาชาวบ้านมายื่นหนังสือให้เร่งรัดคดีกับ นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการจังหวัดบุรีรัมย์ และ พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้ดำเนินการต่อไป

 

ข่าวจาก : ข่าวสด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ