เล็งเพิ่มสูตรวัคซีนแอสตร้าฯ 3 เข็ม สู้โอมิครอนได้ 90% จากเดิมที่บูสด้วย mRNA





สธ.ถกเล็งเพิ่มสูตรวัคซีนแอสตร้าฯ 3 เข็ม สู้โอมิครอนได้ 90% จากเดิมที่บูสด้วย mRNA คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบฉีดวัคซีนไฟเซอร์เด็กอายุ 5-11 ปี ตามสมัครใจ

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่า ที่ประชุมมีการแจ้งและกำชับว่า จะต้องฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 3 ตามข้อมูลวิชาการ อย่างล่าสุดแอสตร้าเซนเนก้าออกแถลงการณ์ผลการศึกษาว่า ผู้ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ 3 เข็ม ประสิทธิภาพป้องกันโอมิครอน 90% เทียบเท่ากับป้องกันเดลตาเมื่อฉีด 2 เข็ม ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ จึงนำข้อมูลนี้มาดำเนินการได้

“แอสตร้าฯ มีฐานการผลิตในไทย และเราสั่งซื้อจำนวนมาก เขายืนยันว่า 61 ล้านโดสจะส่งได้ในสิ้นปีนี้ และจะเริ่มส่ง 60 ล้านโดสที่ 2 รวมทั้งวัคซีนเจน 2 ตั้งแต่ต้นปีหน้า ดังนั้น เราจะมีเกราะป้องกันการกระจายของเชื้อ จึงฝากประชาชนอย่าตระหนก ให้ตระหนัก ใช้ความรู้และวิเคราะห์ ตราบใดที่กรมควบคุมโรคมีข้อมูลว่า โอมิครอนยังไม่รุนแรงเกินกว่าเดลตา ที่ผ่านมาเรารับมือได้ เพราะเรามีข้อมูลว่า เมื่อฉีดวัคซีนเป็นอย่างไร ไม่ฉีดเป็นอย่าง และเรามียา” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า ฉีดแอสตร้าฯ เป็นเข็ม 3 ได้ จะเปิดเป็นทางเลือกให้ประชาชนบูสหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เชื่อหมอดีกว่า เราอย่าเลือกเอง ขอให้ฟังข้อมูลวิชาการว่า มีสูตรอะไร อย่างไร ซึ่งมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ เพราะข้อมูลพวกนี้มีการศึกษาอย่างชัดเจน ไม่ใช่ทำออกมาโดยไม่ได้ศึกษา อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมมีอาจารย์บอกว่า เมื่อแอสตร้าฯ บอกว่ามีข้อมูลออกมาก็สามารถใช้ได้ อย่างแอสตร้าฯ 2 เข็มก็บูสด้วยแอสตร้าฯ ได้

เมื่อถามว่า กรณีแอสตร้าฯ จะผลิตวัคซีนเฉพาะโอมิครอน ฐานการผลิตในไทยจะผลิตได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้บริหารบอกว่า เมื่อเขามีเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาพร้อมจะถ่ายทอดมา และเขาก็มั่นใจคุณภาพฐานการผลิตของสยามไบโอไซเอนซ์ อย่างเราสั่ง 60 ล้านโดสไป เขาก็ไม่ใช่จะส่งรุ่นเก่าหมด หากเขามีเจน 2 เขาก็ส่งมา

เมื่อถามว่า แอสตร้าฯ ประกาศประสิทธิผลเข็ม 3 ประเทศไทยจะขยายสูตรการฉีดเข้มกระตุ้นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการฯ มีการพิจารณาโดยจะเป็นแอสตร้าฯ 2 เข็ม และเข็ม 3 กระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ ได้ ถือเป็นอีกทางจากก่อนหน้านี้มีสูตร แอสตร้าฯ 2 เข็ม กระตุ้นด้วยชนิด mRNA

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เสนอให้ฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ปี โดยใช้วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับอนุมัติจากอย. ให้เป็นการฉีดตามความสมัครใจ ใช้โรงเรียนเป็นฐาน และเพิ่มจุดฉีดที่ รพ.รองรับเด็กป่วย แต่คณะกรรมการฯ มีข้อพิจารณาถึงการฉีดในเด็กเล็กที่อาจมีความกังวล จึงไม่ต้องเร่งรีบแต่ต้องทำความเข้าใจผู้ปกครอง เท่าที่รับรายงานจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการเด็กเล็กมีประมาณ 5.04 ล้านคน

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการฉีดเข็มที่ 4 กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ประชาชนโรคเรื้อรัง และกลุ่มที่ภูมิคุ้มคุ้มไม่ดี โดยเฉพาะกลุ่มที่ฉีดเกิน 3 เดือนไปแล้ว เพื่อให้ตอบสนองต่อสายพันธุ์โอมิครอน โดยให้เป็นไปตามความสมัครใจ

รวมถึงการฉีดใต้ผิวหนังครึ่งโดส ก็ดำเนินการได้ แต่ข้อมูลวิชาการแนะนำให้ฉีดครบโดส ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลย ได้แจ้ง ศบค.แล้ว ที่ประชุมยังเห็นชอบออกประกาศ สธ.เพิ่มเติมให้พนักงานเทศกิจ เป็นเจ้าพนักงานโรคติดต่อ เพื่อมีบทบาทเพิ่มประสิทธิภาพดูแลควบคุมโรคในพื้นที่กทม.

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีข้อมูลมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ พิจารณาเรื่องวัคซีนของบริษัทแอสตร้าฯว่า การฉีด 3 เข็มมีประสิทธิภาพตอบสนองต่อเชื้อโอมิครอน ได้พอๆ กับ 2 เข็มที่สู้กับเดลตา

เนื่องจากเป็นข้อมูลล่าสุด กรมควบคุมโรคกำลังประสานขอข้อมูลดังกล่าว เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคพิจารณาว่า จะปรับสูตรวัคซีนอย่างไรต่อไป เช่น เดิมแอสตร้าฯ 2 เข็ม ให้กระตุ้นเป็น mRNA อาจเพิ่มเข็มกระตุ้นเป็นแอสตร้าฯ เป็นทางเลือก แต่ตอนนี้ขอให้รอทางคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาก่อน

 

ข่าวจาก : ข่าวสด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ