ย้อนคดีหมอศรุต โดนเพื่อนอุ้มโยนลงมาจากตึกตาย เผยจุดพลิกผันของคดี ที่จำเลยดิ้นไม่หลุด





ย้อนคดีหมอศรุต ตกตึกดับปริศนา ก่อนศาลตัดสินเป็นฝีมือของคนใกล้ชิด 2 คน ที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อน พร้อมแจงเหตุผล ทำไมคดีนี้ถึงตัดสินช้า ทั้งที่ผ่านไปเป็น 10 ปี

จากกรณีที่ศาลอาญา มีการตัดสินคดีที่อัยการยื่นฟ้อง นพ.ปราโมทย์ มั่นเมือง จำเลยที่ 1 และนางสาวจิตวิมล สุขสุวรรณ จำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังจากที่ นพ.ศรุต ทวีรุจจนะ เสียชีวิตปริศนาด้วยการตกตึกในปี 2553 ซึ่งศาลตัดสินให้ทั้งคู่ จำคุกคนละ 10 ปี ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีให้กับมารดาผู้ตาย

ล่าสุด วันที่ 24 ธันวาคม 2564 เรื่องเล่าเช้านี้ มีการย้อนคดีดังกล่าวว่า จุดเริ่มต้นของคดีมาจากอะไร และจุดไหนที่ทำให้ตำรวจสงสัยว่า อาจเป็นการฆาตกรรม รวมถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้ตายกับผู้ต้องหา สามารถสรุปได้ดังนี้

ย้อนวันเกิดเหตุ

วันเกิดเหตุ นพ.ศรุต ดื่มสุราจากร้านอาหารย่านรัชดา ออกจากร้านด้วยอาการมึนเมา และมีจำเลยที่ 1 (นพ.ปราโมทย์) พยุงขึ้นและลงจากแท็กซี่ จากนั้นก็มีภาพวงจรปิดของอาคารไดรฟ์อินอพาร์ทเมนต์ จับภาพได้ว่า นพ.ศรุต ล้มลงด้วยความมึนเมา ต่อมาก็มีการพา นพ.ศรุต ขึ้นอาคารมายังห้องพักจำเลยที่ 1 และ 2 (นางสาวจิตวิมล) กระทั่งเกิดเหตุการณ์ตกตึกดังกล่าว

ในตอนแรกของคดี มีการตั้งข้อสงสัยว่า นพ.ศรุต อาจจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดอาคาร เนื่องจากเมามาก แต่ผลการชันสูตรศพ พบว่า มีบาดแผลที่ไม่ได้เกิดจากการตกจากที่สูง เช่น รอยช้ำด้านในแขน บาดแผลถลอกช่วงบั้นเอว เป็นต้น

ผลการทดสอบชี้ชัด นพ.ศรุต ไม่ได้ฆ่าตัวตาย

ต่อมานักวิชาการฝ่ายโจทก์ ลองเอาหุ่นที่มีน้ำหนักเท่า นพ.ศรุต ใช้คน 2 คนโยนลงมาจากที่เกิดเหตุ พบว่า ด้านหลังของหุ่นที่ถูกพาดไปพิงระเบียง มีรอยครูดเหมือนกับหลังของหมอศรุต และตอนที่หุ่นตกลงมา พบว่าการตกเหมือนกับการตกของหมอศรุต คือ ศีรษะลงพื้น ตามด้วยเท้า หัวชี้ออกข้างนอกห่างจากอาคาร 3 เมตร จากนั้นก็มีการนำสารประกอบที่อาคารระเบียงกับเนื้อของ นพ.ศรุต มาตรวจสอบ ก็ได้ผลที่ตรงกัน

ด้านจำเลยบอกว่า หมอศรุตเมามาก ลุกขึ้นมานั่งแล้ววิ่งไปที่ระเบียงแล้วกระโดดลงไปเลย โดยที่เพื่อนก็ห้ามไม่ทัน ทว่า ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ระเบียงห้องนั้นสูงกว่าระเบียงที่นักวิ่งกระโดดข้ามรั้วจะข้ามได้เสียอีก ประกอบกับความเมามาก ไม่มีทางที่หมอศรุตจะวิ่งข้ามระเบียงรวดเดียวแล้วตกลงไปแน่นอน

นอกจากนี้ จำเลยทั้ง 2 คน ยังยอมรับว่า เป็นบุคคลที่อยู่ในช่วงเกิดเหตุ จึงทำให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปโดยปริยาย

แฉความสัมพันธ์ ที่แท้จำเลยเคยคบกับผู้ตาย

ด้านครอบครัวของผู้ตาย ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นพ.ศรุต โทรศัพท์หาภรรยาถามเรื่องอาหารในวันพรุ่งนี้ ศาลจึงเชื่อว่า ไม่มีเจตนาที่จะฆ่าตัวตายแน่ นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า นพ.ศรุต เคยคบหากับนางสาวจิตวิมล จำเลยที่ 2 ส่วนในตอนนี้ (ช่วงเกิดเหตุ) อยู่ระหว่างการคบกับ นพ.ปราโมทย์ จำเลยที่ 1 ดังนั้น สรุปได้ว่า ช่วงเกิดเหตุ นพ.ศรุต อยู่ในภาวะเมามาก อาจจะลวนลามนางสาวจิตวิมล จน นพ.ปราโมทย์ เกิดความหึงหวง และก่อเหตุในที่สุด

ขณะเดียวกัน หลักฐานที่จำเลยทั้ง 2 คนนำมา ไม่สามารถหักล้างหลักฐานจากสภาพแวดล้อมได้เลย จึงเข้าข่ายว่า อาจจะเป็นคนอุ้มร่าง นพ.ศรุต โยนลงมา จนถึงแก่ความตาย จึงพิพากษาจำคุกตามที่เสนอข่าวไป

สาเหตุที่ทำคดีช้ามาก

ส่วนสาเหตุที่คดีนี้มีการยืดเยื้อมากว่า 11 ปี ทั้งที่เป็นศาลชั้นต้น นั่นเป็นเพราะมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนบ่อยมาก จนคดีไม่คืบ อัยการเพิ่งสั่งฟ้องเมื่อปี 2563

ด้านคุณแม่ นพ.ศรุต ยอมรับว่า ต่อสู้กันมาตั้งนาน ทำให้รู้ว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง สิ่งที่เรารับรู้คือ ลูกไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย และพอใจกับผลการตัดสิน

หลังจากนั้น ศาลได้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองประกันตัว วงเงินคนละ 5 แสนบาท

 

ข่าวจาก : kapook

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ