กทม. ให้ดื่มถึงตี 1 แค่คืนเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ศบค.แนะตรวจโควิดก่อนกลับเข้าทำงาน





กทม. ให้ดื่มถึงตี 1 แค่คืนเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ศบค.แนะตรวจโควิดก่อนกลับเข้าทำงาน

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ปรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามที่ ศบค. กำหนด ดังนี้

1. การดื่มสุราในช่วงเทศกาลปีใหม่ 31 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2565 ร้านที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้ดี สามารถจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ได้ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2564 จนถึง เวลา 01.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2565 และให้ปฏิบัติตามมาตรการ Covid Free Setting อย่างเคร่งครัด

ร้านที่ผ่านการประเมิน Thai Stop Covid 2 Plus (TSC 2+) สามารถจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ได้เช่นเดิม 2.การจัดงานปีใหม่ และงาน Count Downอนุญาตให้จัดในพื้นที่โล่งเท่านั้น ผู้เข้าร่วมงานต้องจองตั๋วลงทะเบียนก่อนเข้าร่วมงานตามระบบคิว โดยไม่มีการ walk in ปฏิบัติตามมาตรการ Covid Free Setting อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การจัดงานที่มีผู้เข้าร่วม 1,000 คนขึ้นไป ผู้จัดงาน จะต้องประสานสำนักอนามัยร่วมวางมาตรการป้องกันฯ และผู้เข้าร่วมฯ จะต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ และมีผลการตรวจเอทีเค ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ขณะที่ การจัดงานที่มีผู้เข้าร่วมน้อยกว่า 1,000 คน ผู้เข้าร่วมฯ จะต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ แต่ถ้าผู้เข้าร่วมมากกว่า 300 คน ให้ ประสานสำนักงานเขตร่วมวางมาตรการป้องกันฯ

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวในการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รายวันเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ศบค.ชุดเล็กหารือถึงการเดินทางกลับบ้านของประชาชนในเทศกาลปีใหม่ ขอเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระมัดระวัง คัดกรองผู้เดินทางกลับบ้าน และมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ เมื่อจบเทศกาลปีใหม่ ขอให้สถานประกอบการและโรงงาน ตรวจคัดกรองบุคลากรที่เดินทางกลับบ้าน และเข้ามาทำในโรงงานด้วย

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ยังมีการผ่อนคลายกิจกรรม กิจการต่างๆ อาจเป็นไปได้จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ต้องเตรียมการเฝ้าระวังด้วย ส่วนจำนวนผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรทางอากาศจำแนกตามประเทศต้นทาง 10 ประเทศแรก ตั้งแต่วันที่ 1-16 ธันวาคม มีดังนี้ เยอรมนี 9,880 ราย สหราชอาณาจักร 7,833 ราย รัสเซีย 5,175 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4,406 ราย ฝรั่งเศส 4,292 ราย สวีเดน 4,250 ราย สหรัฐอเมริกา 4,167 ราย สิงคโปร์ 3,808 ราย นอร์เวย์ 3,497 ราย และอิสราเอล 3,300 ราย


“พบว่ามีหลายประเทศที่มีท่าทีปฏิเสธไม่สวมหน้ากากอนามัย ขอเน้นย้ำพี่น้องประชาชน โรงแรมที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ เน้นย้ำกับนักท่องเที่ยวว่าการเดินทางเข้ามา ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขของไทยอย่างเคร่งครัด ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด สามารถปรับได้สูงสุด 20,000 บาท หากพบนักท่องเที่ยวไม่สวมหน้ากากอนามัย สถานประกอบการสามารถปฏิเสธการให้บริการได้” พญ.อภิสมัยกล่าวและว่า ส่วนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 40) จะเน้นย้ำว่าการจัดเทศกาลปีใหม่ต้องขออนุญาต หากรวมกลุ่มกันเกิน 1,000 คน ผู้ให้บริการต้องได้รับวัคซีนครบทุกคน ตรวจ ATK ผลเป็นลบไม่เกิน 72 ชั่วโมงเช่นเดียวกับผู้ร่วมงาน ต้องได้รับวัคซีนครบ และตรวจ ATK ก่อนเข้างานไม่เกิน 72 ชั่วโมง

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในการประชุมผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ผอ.ศปก.ศบค.) เน้นย้ำว่านายกรัฐมนตรีได้ฝากให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พิจารณาการใช้ ATK เพื่อยกระดับมาตรการจัดงานต่างๆ รวมทั้งการจัดงานปีใหม่ ประชาชนและสถานประกอบการทำได้อยู่แล้ว อาจจะยกระดับให้ตรวจ ATK เพิ่มมากขึ้น ศบค.จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่การจัดปีใหม่ในจังหวัดต่างๆ เช่น วันที่ 24 ธันวาคม เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้า จ.หนองคาย เป็นจังหวัดนำร่องรับนักท่องเที่ยวผ่านทางบกเป็นที่แรก รองรับการเปิดประเทศของลาว จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 มกราคม 2565

“เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ขอให้ประชาชนเตรียมเอกสารการฉีดวัคซีนด้วย และขอให้อย่าเป็นเหยื่อ หรือจ้างทำเอกสารรับวัคซีนปลอม เพราะผู้ทำและผู้ใช้จะมีความผิด ขอให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบอย่างเคร่งครัดอีกครั้ง ขอเน้นย้ำว่าจากการประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 40) อนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์เฉพาะเทศกาลปีใหม่ คือวันที่ 31 ธันวาคมเท่านั้น สถานบริการ ผับ บาร์ ยังไม่สามารถเปิดหรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะนี้ได้” พญ.อภิสมัยกล่าว

 

ข่าวจาก : มติชนออนไลน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ๆ
- ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
- ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม ลงในช่องแสดงความคิดเห็น
- ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
- ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะสม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ